ห้องเรียนที่ลูกค้าจ่ายเงินจริง!! ‘วิทยาลัยดุสิตธานี’ ให้เด็กครัวปี 3-4 คิดเมนู-คำนวณต้นทุน ขายดินเนอร์ 690 บาท เก็บเงินส่งต่อเป็นทุนการศึกษาน้องๆ
เวลานึกถึงการเรียนทำอาหาร หลายคนนึกถึงเรื่องความอร่อยและการสร้างสรรค์เมนูให้ถูกใจคนกินเป็นหลัก แต่สำหรับนักศึกษาสาขาศิลปะการประกอบอาหาร (Culinary Arts) จากวิทยาลัยดุสิตธานี การเรียนไม่ได้จบแค่วิธีทำอาหาร พวกเขายังต้องคิดเป็นตัวเลขด้วยว่าเมนูหนึ่งจานมีต้นทุนเท่าไหร่ ขายได้หรือไม่ และขายได้ราคาเท่าไหร่ แล้วเอาทั้งหมดที่เรียนมาลงสนามจริง
นั่นคือที่มาของงาน Culinary Creations Journey: “Beyond the Plate” เมื่อค่ำวันที่ 15 ตุลาคม ที่ห้องอาหาร Square One โรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ โดยเหล่านักศึกษาชั้นปี 3-4 จำนวน 9 คน จากวิทยาลัยดุสิตธานี ได้ลงมือทั้งทำอาหารและคำนวณต้นทุนกันเอง และเปิดขายบัตรในราคา 690 บาทต่อคน เปิดรอบเดียวในค่ำวันนั้น ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแขกที่มาร่วมสนับสนุนกิจกรรมของนักศึกษาเป็นจำนวนกว่าร้อยคนในคืนเดียว
ภายใต้งานนี้ พวกเขามีส่วนร่วมครบทั้งสายงาน ตั้งแต่คิดคอนเซปต์ ออกแบบอาหารและเครื่องดื่ม เตรียมวัตถุดิบ ไปจนถึงปรุงและเสิร์ฟ ซึ่งเป็นงานเดียวกับที่ครัวโรงแรมทำทุกวัน ต่างกันตรงที่ครั้งนี้คนรับผิดชอบเป็นนักศึกษาที่อยู่ระะหว่างการฝึกงานเก็บเกี่ยวประสบการณ์ก่อนจบการศึกษา
กิจกรรมนี้มีเป้าหมายให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริงในธุรกิจโรงแรมและอาหาร วิทยาลัยดุสิตธานีกับโรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ ตั้งอยู่เคียงกันและอยู่ในเครือ Dusit International เหมือนกัน จึงจัดกิจกรรมร่วมกันต่อเนื่องมาทุกปี ส่วนปีนี้ปรับรูปแบบเป็นดินเนอร์สำหรับบุคคลทั่วไป
เปลี่ยนชั่วโมงฝึกงานคืนกลับสู่ทุนการศึกษา
จุดเด่นของหลักสูตรอาหารที่ดุสิตธานีคือนักศึกษาชั้นปี 3-4 ต้องสะสมชั่วโมงฝึกงานทั้งในเครือโรงแรมดุสิตธานีและโรงแรมอื่น ๆ ด้วย งานนี้จึงเป็นมากกว่ามื้ออาหาร แต่เป็นเวทีให้พวกเขาแสดงฝีมือทั้งการวางแผน การปรุงอาหาร และความคิดสร้างสรรค์
สำหรับเมนู ที่นักศึกษาตั้งใจโชว์ฝีมือของทั้ง 9 คน แบ่งเป็นครัวร้อน 5 คน ได้แก่ ธนวัฒน์ แก้วมณีชัย ทำมัสมั่นน้ำมันพริกซอสครีมกับน่องไก่ Herb Crust และปลากระพงย่างซอสเวลูเต้ทาร์ทา น้ำมันผักชีลาว, วัชรนันทน์ แสงนาทร ทำคาโบนาร่าบอลกับสปาเกตตี้ซอส bisque กุ้งมิโสะ, เศรษฐพงศ์ คล้ายสิงห์ ทำคานาเป้กุ้งครีมชีส, เพลง พูนผล ทำกุ้งทอดซอสมะขาม และธีร์ณัฏฐ์ สิริวัจนานนท์ ทำมีทบอลยัดไส้มอซซาเรลลาชีส


ฝั่งครัวเย็นมี ธนพนธ์ นุ่มวงศ์ ดูสลัดและ Garnish ส่วนเบเกอรี่มี Ms.Waddy Khant ทำมาเดอลีนธีมทะเลคู่มาการองวิปโคโคนัทกับ passionfruit curd และ นนทพัฒน์ หลักเพชร ทำชูครีมเบียร์ดำกับทาร์ตมูสราสเบอร์รี่ ส่วน ธนินธารณ์ ญาณศรณ์ศิริ ประจำฝั่ง F&B Service
พอมองเมนูทั้งหมดรวมกัน จะเห็นว่านักศึกษากลุ่มนี้หยิบของไทยมาเล่นกับเทคนิคตะวันตกได้อย่างน่าสนใจ!!
อย่างมัสมั่นของธนวัฒน์ ที่เอาแกงรสเข้มข้นมาแปลงเป็นซอสครีมน้ำมันพริก แล้วจับคู่กับน่องไก่หมักสมุนไพรอบกรอบแบบ Herb Crust เท่ากับดึงกลิ่นเครื่องเทศแบบไทยมาอยู่ในโครงสร้างจานแบบฝรั่งเศส
ที่ไปไกลที่สุดน่าจะเป็นคาโบนาร่าบอลของวัชรนันทน์ เพราะในจานเดียวมีอิตาเลียน (คาโบนาร่า) ฝรั่งเศส (ซอส bisque หรือซุปครีมที่ใช้เปลือกกุ้งเคี่ยวจนรสชาติเข้มข้น) และญี่ปุ่น (มิโสะ) โรยด้วยกุ้งชิ้นเล็กๆ พอดีคำ
ส่วน กุ้งทอดซอสมะขามของเพลง พูนผล ดูเป็นเมนูที่ใกล้รสไทยดั้งเดิมที่สุดในกลุ่ม เป็นรสเปรี้ยวหวานที่คนไทยคุ้นเคย แต่ที่แตกต่างคือเป็นกุ้งที่เคลือบซอสมะขามไว้ในตัวอยู่แล้วในแบบที่ไม่ต้องมีน้ำจิ้ม แถมยังเป็นเมนูที่แขกในงานให้ความสนใจตักจนเกลี้ยง



ส่วนของหวาน ชูครีมเบียร์ดำของนนทพัฒน์เอาขนมฝรั่งเศสมาจับคู่กับวัตถุดิบที่ปกติอยู่ฝั่งเครื่องดื่ม ขณะที่มาการองวิปโคโคนัทกับ passionfruit curd ของ Waddy ใช้ขนมฝรั่งเศสเป็นฐาน แล้วเติมรสโคโคนัทและเสาวรสแบบเขตร้อนเข้าไป
เมนูที่นักศึกษาคิดมาทั้งหมดไม่ได้เป็นเพียงการโชว์ฝีมือ เพราะรายได้ส่วนหนึ่งของงานจะนำไปเป็นทุนการศึกษาให้นักศึกษารุ่นต่อไปที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ นั่นหมายความว่านักศึกษารุ่นนี้ไม่ได้ฝึกฝีมืออย่างเดียว แต่ยังสร้างทุนให้รุ่นน้องไปพร้อมกันด้วย

alt-x สรุปให้
วิทยาลัยดุสิตธานี ร่วมกับ โรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ จัดกิจกรรมดินเนอร์สำหรับบุคคลทั่วไป โดยให้นักศึกษาครัวปี 3-4 จำนวน 9 คนลงมือทำงานตั้งแต่คิดเมนูจนถึงบริการ พร้อมจำหน่ายบัตรดินเนอร์ในราคา 690 บาทต่อคน ในงานนี้ มีผู้ร่วมงานมากกว่าร้อยคน ร่วมสัมผัสรสชาติเมนูผสมผสานวัตถุดิบไทยกับเทคนิคการปรุงอาหารจากต่างประเทศ โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปสนับสนุนทุนการศึกษาให้นักศึกษารุ่นต่อไป



