Yakiniku Like แผนลดต้นทุน–เพิ่มสาขาหดไซส์ร้าน–ปรับราคา หลังคนไทยงดกินข้าวนอกบ้าน

‘YAKINIKU LIKE’ แบรนด์ร้านอาหารแนวปิ้งย่าง สัญชาติญี่ปุ่น ที่เข้าสู่ประเทศไทยร่วม 4 ปีเต็ม ภายใต้การบริหารของกลุ่มแม็กซิม ประเทศสิงคโปร์ ผู้ดูแลธุรกิจแฟรนไชส์ยากินิกุ ไลค์ ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมแผนพากิจการในไทยสู่รายได้พันล้านในปี 2570

 

 

ทิพย์สุดา อเนกวัชรากรณ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เอ็มเอ็กซ์ แจแปนนิส ฟู้ด คอนเซ็ปต์ (ประเทศไทย) จำกัด (เครือกลุ่มแม็กซิม) ผู้บริหารร้านอาหารญี่ปุ่นแนวปิ้งย่าง (yakiniku) แบรนด์ Yakiniku Like (ยากินิกุ ไลค์) กล่าวว่า บริษัทฯ ดำเนินกิจการร้านอาหาร Yakiniku Like ในประเทศไทย มาร่วม 4 ปีและได้การตอบรับดีในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย

 

โดยแบรนด์ ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการปิ้งย่างของไทย ร้านยากินิกุสไตล์ฟาสต์ แคชชวล (Fast Casual) แห่งแรกที่มาจากประเทศญี่ปุ่น ด้วยจุดเด่น

 

  • ‘เสิร์ฟเร็วใน 3 นาที’
  • นำนวัตกรรมการใช้ ‘เตาย่างไร้ควันและระบบฟอกอากาศ’ สร้างประสบการณ์รับประทานอาหารแนวปิ้งย่างแบบไม่ติดเสื้อผ้า

 

โดยภายในสิ้นปี 2568 ยากินิกุ ไลค์ จะเปิดให้บริการทั้งสิ้น 22 สาขาพร้อมปรับพื้นที่สาขาร้านให้มีขนาดลดลง จากเดิมที่ใช้พื้นที่ให้บริการค่อนข้างใหญ่ ส่วนหนึ่งเพื่อให้สอดคล้องกับแผนการขยายสาขาใหม่ๆ ที่จะไปหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัดได้เพิ่มขึ้น

 

แนวทางนี้ จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือการบริหารต้นทุนธุรกิจร้าน ที่จะพาไปสู่เป้าหมายรายได้ พันล้านบาทในอีก 2 ปีข้างหน้าด้วย พร้อมไปสู่ตำแหน่งทางการตลาด ร้านอาหารปิ้งย่างระดับพรีเมียม แมส อีกด้วย

 

ทิพย์สุดา อเนกวัชรากรณ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เอ็มเอ็กซ์ แจแปนนิส ฟู้ด คอนเซ็ปต์ (ประเทศไทย) จำกัด

 

สาขาเพิ่ม-ลดคอสต์คุมวัตถุดิบ

 

อย่างไรก็ตาม ต่อการไปสู่เป้าหมายดังกล่าว ‘ทิพย์สุดา’ บอกว่าในช่วงระหว่างทางนี้ ‘ยากินิกุ ไลค์’ ได้ทบทวนแผนธุรกิจพร้อมสร้างแนวทางการทำตลาดใหม่ ๆ ท่ามกลางการแข่งขันสูงในตลาดร้านอาหารญี่ปุ่น เกือบทุกประเภท ทั้งซูชิ ราเมน ปิ้งย่าง ที่ในเวลานี้อยู่ในน่านน้ำสีแดง (Red Ocean) กันเกือบหมดแล้ว

 

โดยแผนงานสำคัญ คือ การบริหารต้นทุนการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะด้านวัตถุดิบอาหารคุณภาพเพื่อให้ได้ในราคาที่ลดลง ส่วนหนึ่งจะมาจากการขยายสาขาร้านยากินิกุ ไลค์ ให้มีจำนวนเพิ่มขึ้นและไปยังหลากหลายทำเลศักยภาพได้ตามแผนที่วางไว้ รวมทั้งการเปิดสาขาในจังหวัดหัวเมืองท่องเที่ยว อาทิ เชียงใหม่ ชลบุรี และ ภูเก็ต ในอนาคต ด้วย

 

ขณะที่ แนวทางนี้จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือสร้างอำนาจต่อรองสำคัญเพื่อจัดหาวัตถุดิบในราคาที่เหมาะสมจากผู้ผลิตคุณภาพ

 

ราคา-ปรับลดดึงส่วนแบ่งกระเพาะ

 

จากสภาพการแข่งขันสูงในตลาดร้านอาหารช่วงที่ผ่านมา ทำให้ในปี 2567 ร้านยากินุกุ ไลค์ ยังได้ปรับราคาเมนูเซ็ทลดลงราว 3-10% โดยเริ่มต้นที่ 169 บาท จากเดิม 179 บาท และในชุดเซ็ท 365 บาท จากเดิม 389 บาท โดยเป็นราคาที่ไม่บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat) 7% และ ค่าบริการเพิ่ม (Service Charge) 10%

 

สำหรับการปรับราคาลดลง ยังเป็นกลยุทธ์เพื่อเข้าไปชิงส่วนแบ่งกระเพาะ (Share of Stomach) ในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยได้มากขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันสูงในตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในปัจจุบัน

 

 

 

‘เมนู’ ใหม่ขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่

 

 

ทิพย์สุดา กล่าวเสริมว่า นอกจากกลยุทธ์ด้านทำเล และราคาเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคให้ได้มากที่สุดแล้ว ด้านสินค้าอย่างการพัฒนาเมนูใหม่ อย่างซอส หรือ ผงปรุงรสหมักเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญที่บริษัทแม่ วางไว้เช่นกัน

 

ล่าสุด ยากินิกุ ไลค์ ประเทศไทย ใช้กลยุทธ์การทำตลาดร่วม (Collsboration Marketing) กับ ‘ฟ้าไทย’ แบรนด์สินค้าเครื่องปรุงรสของไทย ในการพัฒนาสูตรเมนู Boss & Baby ด้วยความเผ็ด 2 ระดับ คือ ระดับบอส (เผ็ดมาก) และ ระดับเบบี้ (เผ็ดน้อย)

 

สำหรับเมนูใหม่ดังกล่าว เป็นการทำตลาดในช่วงสั้นหรือซีซันนัล วางระยะเวลาตั้งวันนี้ถึง 11 ธันวาคม ปีนี้ คาดหลังจบแคมเปญความร่วมมือผ่านเมนูใหม่ดังกล่าว จะผลักดันให้บริษัทฯ มียอดเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 20% จากในปี 2568 วางเป้าหมายรายได้ที่ 700 ล้านบาท

 

“แคมเปญนี้ เริ่มตั้งแต่ช่วงปลายตุลาคม ที่ผ่านมาได้การตอบรับดีจากผู้บริโภคชาวไทย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ซึ่งให้การตอบรับดีด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ คือ คนไทยชอบกินเผ็ด ซึ่งเมนูความเผ็ดระดับบอส ได้การตอบรับดีที่สุด”

 

โดยเมนูใหม่ดังกล่าว หากได้การตอบรับดี ยังมีความเป็นไปได้ว่ากลุ่มบริษัทแม่จะนำไปให้บริการในสาขายากินิกุ ไลค์ ในประเทศ เวียดนาม ฮ่องกง และ ฟิลิปปินส์ ในอนาคต

 

 

 

ใช้ 3 คำย้ำอินฟลูฯ รีวิวตามจริง

 

ทิพย์สุดา กล่าวถึงการดำเนินธุรกิจร้านอาหารในตลาดรวมปี 2568 มีความท้าทายอย่างมาก และมองว่าในปี 2569 ยังอาจะยากลำบากยิ่งขึ้น จากปัจจัย ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะการรับประทานอาหารนอกบ้าน ที่จะมีการควบคุมงบประมาณมากขึ้น

 

“ผู้บริโภคไทย ยังมีเงินอยู่แต่อาจนำไปใช้จ่ายในด้านอื่นแทน และหันมาคุมงบประมาณการรับประทานอาหารในร้านแทน”

 

ขณะที่กลยุทธ์การทำตลาดผ่านการสื่อสารแบรนด์ ยากินิกุ ไลค์ ในประเทศไทย จะยังเป็นทิศทางเดียวกับกลุ่มบริษัทแม่ ที่ให้ความสำคัญ 3 ด้านหลัก คือ

 

  • Tasty ความอร่อย นำเสนอเนื้อคุณภาพสูงและน้ำจิ้มที่สามารถปรับแต่งได้
  • Quick รวดเร็ว: รับประกันว่าอาหารจะเสิร์ฟภายในเวลาประมาณสามนาที
  • Value คุ้มค่า: ให้บริการอาหารชุดที่ครบถ้วนและน่าพึงพอใจในราคาที่สมเหตุสมผล

 

“ยากินิกุ ไลค์ ยังคงใช้เคโอแอล หรือ อินฟลูเอ็นเซอร์ ร่วมสื่อสารการตลาดโดยที่แบรนด์ไม่ได้เข้าไปควบคุมเนื้อหาแต่อย่างใด แต่จะให้เพียง 3 คีย์เวิร์ดหลักที่วางไว้เท่านั้นเพื่อให้อินฟลูฯ รีวิวร้านได้ตามจริง ด้วยปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้เชื่อถือเคโอแอล อีกต่อไปแล้ว แต่จะมองที่ความจริงใจ เป็นหลัก”  

 

ทั้งนี้ จากแนวทางธุรกิจ และภาพรวมตลาดร้านอาหารในไทย ยากินิกุ ไลค์ มองว่ายังมีโอกาสขยายการเติบโตธุรกิจหากเป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยคาดว่าใน ปี 2569 จะขยายเพิ่มอีก 8 สาขาใหม่รวมเป็น 30 สาขา และสร้างยอดขายเติบโตขึ้นราว 20% จากในปีนี้วางเป้าหมายอยู่ที่ 700 ล้านบาท และคาดว่าในอีก 2 ปีหน้าหรือ ราวปี 2570 บริษัทจะมียอดขายเพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาท

 

 

Alternate-X สรุปให้ 

 

 

Yakiniku Like แผนเร่งขยายสาขาเป็น 30 แห่งปี 2569 และตั้งเป้ารายได้พันล้านในปี 2570 ด้วยกลยุทธ์หลักคือ ลดค่าใช้จ่าย–เพิ่มอำนาจต่อรองวัตถุดิบเพื่อยังคงคุณภาพความพรีเมียมสินค้า พร้อมปรับราคาเมนูลดลง 3–10% เพื่อแย่ง Share of Stomach ในตลาดปิ้งย่างแข่งขันสูง เปิดตัวเมนูใหม่ร่วมแบรนด์ไทย ‘ฟ้าไทย’ แบบซีซันนัล เพิ่มยอดขายเป้าหมาย 20%  พร้อมชู 3 คีย์หลัก Tasty–Quick–Value ปล่อยฟรีอินฟลูเอ็นเซอร์ ทำคอนเทนต์รีวิวขายความจริงใจลูกค้า


 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.