เริ่มปี’69 รัฐปิดช่องว่าง บวกภาษีบาทแรกสินค้าออนไลน์ แฟชั่น ราคาเด้งท้าย 30%

ตลาดออนไลน์ไทยเข้าสู่เฟสใหม่ เก็บภาษีVAT สินค้าแพลตฟอร์มต่างชาติตั้งแต่บาทแรก หมดยุค ‘ของถูกจากต่างประเทศแบบไร้ต้นทุนแฝง’

 

Key Facts

  • เก็บ VAT ตั้งแต่บาทแรกไม่ขัด FTA ด้วยมาตรการใหม่จัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% กับสินค้านำเข้าออนไลน์ทุกมูลค่า เป็นคนละส่วนกับ FTA ไทย–จีน 0% ที่ยกเว้นเฉพาะอากรนำเข้า
  • แฟชั่นนำเข้า ราคาเด้งปลายทาง 20–30% จากต้นทุนซ้อน ทั้งค่าระบบ แพลตฟอร์ม โลจิสติกส์ การคืนสินค้า และมาร์จินที่เดิมบางมาก
  • แพลตฟอร์ม–ร้านค้า ต้องปรับ UX และโมเดลธุรกิจ โดยการคำนวณราคาสุทธิที่หน้าเช็กเอาต์กลายเป็นหัวใจการแข่งขัน เพราะราคาเด้งท้ายหมายถึงความเชื่อใจลูกค้าที่หายไป

 

1 มกราคม 2569 ที่ผ่านมาเป็นวันแรกของการบังคับใช้มาตรการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat) อัตรา 7% ของมูลค่าสินค้านำเข้าออนไลน์ตั้งแต่ ‘บาทแรก’  โดยยกเลิกการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท

 

มาตรการนี้ เพื่อปกป้องผู้ประกอบการไทย พร้อมสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้า โดยเฉพาะกลุ่ม SME จากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างชาติ และกลุ่มผู้นำเข้าสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศที่เคยไม่อยู่ในระบบภาษี

 

สำหรับ มาตรการจัดเก็บภาษีแวต 7% ที่รัฐเริ่มเก็บ ‘ตั้งแต่บาทแรก’ คือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องสินค้านำเข้า ‘ทุกมูลค่า’ รวมถึงของราคาต่ำ ซึ่งเป็นคนละส่วนกับนโยบายการค้าเสรี (FTA) ไทย-จีน อัตรา 0% ที่ให้สิทธิ์ยกเว้น ‘อากรนำเข้า’ เฉพาะกรณีที่สินค้ามีถิ่นกำเนิดจากจีนจริง และมีเอกสารรับรองถิ่นกำเนิด (Form E) ถูกต้อง

 

แฟชั่นปรับขึ้น 20-30%

 

 

จากนโยบายฯ นี้ ส่งผลกระทบทั้งฝั่งผู้บริโภค และ เจ้าของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และรวมถึงเจ้าของธุรกิจรายย่อยพ่อค้า-แม่ค้าออนไลน์ ที่สั่งของราคาถูกนำเข้าจากต่างประเทศ อย่างแน่นอน

 

ในฝั่งผู้บริโภคชาวไทย ที่คุ้นเคยการกดสั่งซื้อสินค้าจากต้นทางร้านค้าออนไลน์ในต่างประเทศโดยเฉพาะในจีน บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างๆ อย่างแฟชั่น ชีอิน (SHEIN) สินค้าอุปโภคบริโภคแพลตฟอร์มเทมู (Temu) หรือ เถาเป่า (Taobao) ซึ่งราคาสินค้าในกลุ่มเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย อาจมีการปรับราคาสูงขึ้นประมาณ 20-30% ตามกลไกภาษีและต้นทุนการนำเข้า ในครั้งนี้

 

อย่างไรก็ตาม กลุ่มสินค้าแฟชันที่บางรายการที่มีราคาถูกแม้จะจัดเก็บภาษีแวตเพิ่มอัตรา 7%  แต่ปลายทางอาจขยายราคาเพิ่มเป็น 20-30% เพื่อให้ ‘กำไรสุทธิ’ เท่าเดิม เป็นผลจากตัวต้นทุนที่ ‘ซ้อนทับ’ พร้อมกัน อาทิ VAT 7% (คำนวณจากราคาสินค้าและ ค่าขนส่ง), ค่าดำเนินพิธีการ หรือ ระบบแพลตฟอร์ม, ต้นทุนการคืนสินค้า, ต้นทุนการออกแบบประสบการณ์ลูกค้า (UX) หากราคาไม่รวมภาษีตั้งแต่ต้น แพลตฟอร์มอาจต้องกันในส่วนของกำไรเผื่อไว้ จากเดิมกำไรที่มีอยู่บางมาก ทำให้บางร้านต้อง ‘เพิ่มราคา’ เพื่อให้คุ้มการขาย

 

แต่เพื่อไม่ให้กระทบต่อประสบการณ์การช้อปปิ้ง รัฐบาลได้ประสานงานให้ระบบภาษีเป็นแบบ ‘Seamless Integration’ บูณาการไร้รอยต่อโดยปัจจุบันกว่า 97% ของรายการสินค้าบนแพลตฟอร์มหลัก จะทำการคำนวณและรวมภาษีแวต และอากรนำเข้าไว้ในราคาขายเรียบร้อยแล้ว !!

 

แนวทางนี้ ‘ผู้บริโภค’ จึงยังคงได้รับความสะดวกสบายด้วยการ ‘ชำระเงินเพียงครั้งเดียว’ และรอรับสินค้าที่บ้านได้ทันที โดยไม่ต้องเดินทางไปดำเนินการทางศุลกากรด้วยตนเอง

 

จุดนี้สะท้อนว่า จากนี้ไปผู้บริโภคชาวไทยต้องพิจารณาป้ายราคาสินค้า บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซก่อนตัดสินใจกดสั่งซื้อ ด้วยจะเป็นราคาที่ถูกบวกภาษีนำเข้าเพิ่มเข้าไปแล้ว

 

และต้องชั่งน้ำหนักว่า ‘ราคา’ ที่ต้องจ่ายออกไปคุ้มค่ากับคุณภาพสินค้าที่ยังต้องรอคอยจากการนำเข้า อีกหรือไม่?

 

 

แพลตฟอร์มเสี่ยง-ลูกค้าเท

 

 

ตัดภาพมาที่ฝั่งผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ เมื่อลูกค้า ‘รู้แล้วว่า’ ต้องจ่ายเพิ่มcแต่ยังต้องรอคอยสินค้านำเข้าเหมือนเดิม เป็นปัจจัยที่ทำให้เจ้าของแพลตฟอร์มฯข้ามชาติ ต้องปรับระบบคำนวณภาษีตั้งแต่หน้าชำระเงิน ซึ่งเป็นความเสี่ยงด้านประสบการณ์ลูกค้า (UX Risk)

 

จากการที่ ‘ลูกค้า’ คาดหวังราคาหนึ่ง แต่เมื่อถึงตอน ‘เช็คเอาต์ คาร์ต’ เพื่อจ่ายเงินกลับต้องเจออีกราคา (ที่ถูกบวกภาษี) ในตอนท้าย อาจทำให้ลูกค้าตัดสินใจไม่ไปต่อกับสินค้าบนแพลตฟอร์มนี้ในวินาทีสุดท้าย ได้เช่นกัน!!

 

เพราะถ้าราคา ‘เด้งตอนท้าย’ สิ่งที่หายไปไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่คือความเชื่อใจของลูกค้าที่จะตามมาอีกในอนาคต ซึ่งยังรวมไปถึงการแข่งขันระหว่างแพลตฟอร์ม ด้านความรวดเร็วในการจัดส่งสินค้าอีกด้วย

 

 

พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ‘ต้นทุนเพิ่ม’

 

 

สำหรับฝั่งผู้ประกอบการธุรกิจไทย ในกลุ่มพ่อค้า-แม่ค้าออนไลน์รายย่อยที่นำเข้าสินค้า จากจีนแน่นอนว่าจะมี ‘ต้นทุน’ สูงขึ้นทันที ด้วยจะต้องแบกรับภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าดำเนินการด้านเอกสาร/โลจิสติกส์ ที่กลายเป็นต้นทุนเพิ่มขึ้นแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยแม้ว่าจะเป็นสินค้าของราคาถูก แต่ ‘กำไรบาง’ ทำให้ ‘มีความเสี่ยง ไม่คุ้มการขาย’ รวมไปถึงเงินทุนจมกับสต๊อกด้วยขายได้ช้าลงเพราะราคาสูงขึ้น

 

ขณะที่รูปแบบธุรกิจเดิมของพ่อค้าออนไลน์รายย่อย คือ ขายของราคาถูกได้กำไรต่อชิ้นน้อย แต่อาศัยปริมาณขายสูง

 

 

แบรนด์ไทย แข่งด้วยคุณภาพ-เชื่อถือ

 

 

ขณะที่ มาตรการฯนี้ ส่งผลกระทบชิงบวกทางอ้อมให้กับธุรกิจไทย และแบรนด์สินค้าท้องถิ่น ในการแข่งราคากับสินค้านำเข้าได้ดีขึ้น แต่ยังต้องสู้กันที่แบรนด์ คุณภาพ และความน่าเชื่อถือ อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงผู้ประกอบการแบรนด์ไทยที่รับจ้างผลิต (OEM / ODM) ในประเทศ, ผู้ขายที่มีสต็อกในไทย (Local Fulfillment) รวมไปถึงธุรกิจที่ขาย ’ประสบการณ์–บริการ–คุณค่า’ ที่ไม่ใช่แค่ของถูก จะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบน้อยหรือได้โอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดออนไลน์ในครั้งนี้

 

จากโอกาสนี้ กลุ่มธุรกิจแบรนด์ SME ไทย ยังต้องเร่งสื่อสารการตลาดด้วยจุดแข็ง ‘ของไทย ทำในไทย ส่งเร็ว’ พร้อมย้ำมาตรการภาษีเป็นตัวเร่งอธิบายความเป็นธรรมในการแข่งขันตลาดการค้าในยุคดิจิทัล

 

อย่างไรก็ตามมาตรการนี้ เป็นความมุ่งหวังของภาครัฐต่อการปกป้องการแข่งขันในตลาดของผู้ประกอบการท้องถิ่น และปรับระบบให้เป็นธรรม โปร่งใส ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อดึงระยะเวลาก่อนการตัดสินใจซื้อสินค้าออนไลน์ จากผู้บริโภคไทย ให้คำนึงถึงความคุ้มค่าและความพึงพอใจ มากยิ่งขึ้น

 

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นใหม่นับจากต้นปี 2569 เรียกได้ว่าเข้าสู่เฟสใหม่ของการค้าอีคอมเมิร์ซ โดยทุกฝ่าย ผู้บริโภค แพลตฟอร์ม และ ร้านค้ารายย่อยต่างต้องปรับตัวตามมาตรการนี้เพื่อให้ยังเป็นฝ่าย ‘วิน’ ในเกมอีคอมเมิร์ซ รอบนี้

 

 

Alternate-X สรุปให้  

 

 

การเก็บ VAT สินค้านำเข้าออนไลน์ตั้งแต่บาทแรก มีผลบังคับใช้ 1 มกราคม 2569 ถือเป็นการปิดช่องว่างภาษีครั้งสำคัญของตลาดอีคอมเมิร์ซไทย มาตรการนี้ไม่ขัด FTA ไทย–จีน 0% เพราะเป็นการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ใช่อากรนำเข้า ขณะที่กลุ่มสินค้าแฟชั่นนำเข้าได้รับผลกระทบสูงสุด โดยราคาปลายทางอาจขยับเพิ่ม 20–30% จากต้นทุนที่ซ้อนทับ ทำให้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต้องเร่งปรับระบบคำนวณภาษีตั้งแต่หน้าเช็กเอาต์ เพื่อลดความเสี่ยงด้าน UX และความเชื่อมั่นผู้บริโภค ขณะที่แบรนด์ไทยและผู้ขายที่มีสต็อกในประเทศได้โอกาสแข่งขันมากขึ้นในสนามราคาที่เป็นธรรมกว่าเดิม

 

STORYTELLER BY LilGray 

I create stories that make the world feel closer — and a little happier.

 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.