อินฟอร์มา บอกสูตรธุรกิจร้านอาหารปี2569 มูลค่า 6.6 แสนล้านบาท เข้าสู่ยุคแข่งเติมความคุ้มค่าให้ลูกค้ารับประสบการณ์-แชร์ต่อได้ ชวนอัปเดทข้อมูลต่อที่ Food & Hospitality Thailand 2026
-
มูลค่าตลาดและโอกาส ตลาดร้านอาหารไทยมีมูลค่ารวมสูงถึง 6.6 แสนล้านบาท โดยกลุ่มฟู้ดเดลิเวอรี่เติบโตโดดเด่นถึง 22%
-
กลยุทธ์การปรับตัว ผู้ประกอบการยุคใหม่ต้องเน้นสร้างประสบการณ์ที่คุ้มค่า (Value for Money) เพื่อให้ลูกค้าประทับใจและเกิดการแชร์ต่อ
-
Food & Hospitality Thailand 2026 งานแฟร์โซลูชั่นอาหารร่วมแชร์ข้อมูลเชิงลึกให้ธุรกิจอยู่รอด
สุภาภรณ์ อังศรีสุรพร ผู้จัดการฝ่ายบริหารโครงการอาวุโส อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน Food & Hospitality Thailand (FHT) กล่าวว่าในปี 2569 นี้ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารต่างปรับตัวหลังเผชิญผลกระทบเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งมีทั้งร้านที่ไม่สามารถดำเนินกิจการให้ไปต่อได้ แต่ยังพบว่าหลายร้านมีการเติบโตและขยายสาขาได้
ขณะที่ LINE MAN Wongnai ระบุตลาดร้านอาหารไทยมีมูลค่ารวม 6.6 แสนล้านบาท โดยธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่โต 22% มูลค่า 1.65 แสนล้านบาท เป็นปัจจัยที่น่าสนใจต่อการพิจารณาความสำเร็จในธุรกิจกลุ่มนี้
นอกจากนี้ จากการจัดงาน FHTตลอดช่วงที่ผ่านมายังพบข้อมูลเชิงลึกว่า รสชาติและคุณภาพยังคงมีความสำคัญ แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่มีผลต่อความสำเร็จ ด้วยยังมีอีกหลายองค์ประกอบ อาทิ
- การสร้างประสบการณ์และความประทับใจให้ลูกค้า
- บริการที่ให้ความรู้สึกพิเศษและความคุ้มค่า (Value for Money)
- เสิร์ฟแบบพอดี อิ่มแบบ 80% เปิดโอกาสให้สั่งเมนูอื่นเพิ่มได้
นอกจากนี้ การสื่อสารและการสร้างความสัมพันธ์ ยังเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่ร้านหรือแบรนด์ต้องมีเรื่องเล่า เพื่อแสดงตัวตน ความพิเศษ และความน่าสนใจ อาทิ รสชาติ การตกแต่ง บริการ หรือ สิ่งที่ร้านอื่นไม่มี ต้องรู้จักใช้เครื่องมือสื่อสารออนไลน์อย่าง Facebook, TikTok, Instagram, Google Map หรือ ช่องทางอื่นๆ ที่ทำได้เอง และยังดึงดูดความสนใจกับ Youtuber, Influencer, Vlogger ให้มาถ่ายทอดเรื่องราวของร้านได้ เช่นกัน

สุภาภรณ์ เสริมว่า ขณะที่การบริหารจัดการหลังบ้านเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ ต้องใช้หลายเครื่องมือร่วมกัน อาทิ
- การบริหารร้านแบบ Lean ช่วยยกระดับการจัดการให้มีประสิทธิภาพ ลดการศูนย์เสียทรัพยากร พลังงาน เวลา และแรงงาน
- แนวคิดแบบ Kaizen ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาปรับปรุงเรื่องต่างๆ ทีละเล็กละน้อยทุกวัน
- การลงทุนและปรับปรุงร้านรวมถึงอุปกรณ์ ต้องไม่คิดแค่ถูกหรือแพง แต่ต้องคุ้มค่า ปัจจุบันอุปกรณ์และโซลูชันมีเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาในราคาที่เข้าถึงได้ แม้เป็นผู้ประกอบการรายเล็กก็เลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม
- สำหรับฟู้ดเดลิเวอรี่ บรรจุภัณฑ์ คือ ภาพลักษณ์และต้นทุน ต้องปกป้องอาหารได้ดี ขนาดไม่ Over-packaging และสื่อสารสร้างการจดจำได้
- การใช้เทคโนโลยี AI มาช่วยนำทางในการวิเคราะห์ข้อมูล พฤติกรรมผู้บริโภค สร้างจุดขายใหม่ หรือ ทำ Feasibility Study ประเมินความคุ้มค่าก่อนลงทุน
3 เทรนด์ธุรกิจ F&B ที่จะมา
สำหรับทิศทางของธุรกิจอาหารเครื่องดื่มนั้น มุ่งเน้นไปที่ 3 แนวโน้มที่ต้องจับตา ได้แก่
- การกินต้องครบทั้ง รูป รส กลิ่น เสียง (Multi-Sensory Experience) สร้างเรื่องราวเชื่อมโยงกับจุดเด่นที่ต้องการนำเสนอของร้านได้
- กินดี อยู่ดี อายุยืนยาวด้วยสุขภาพที่ดี (Health, Wellness & Longevity) สายสุขภาพยังโตต่อเนื่องกว่า 20% ลูกค้ามองหาอาหารจากพืชแบบดั้งเดิม แท้จริง และปรุงแต่งน้อยที่สุด (Authentic Plant-Based)
- แสดงให้เห็นถึงความยั่งยืน และ การต่อยอดผ่านช่องทางค้าปลีก (Sustainability & Retail Expansion) รับผิดชอบและบอกกับลูกค้าถึงเป้าหมายด้านความยั่งยืน พร้อมทั้งมองถึงการต่อยอดอาหารหรือผลิตภัณฑ์อื่นของร้านให้ไปขายต่อในช่องทางอื่นได้
ขณะเดียวกัน สิ่งสำคัญ คือ การเรียนรู้เคล็ดลับและทิศทางใหม่ๆ ของผู้ประกอบการต้องไม่หยุดนิ่ง การเป็นปลาเล็กที่อยู่รอด ต้องรวดเร็วและปรับตัวไว
สุภาภรณ์ กล่าวว่า แนวโน้มดังกล่าวยังสอดคล้องกับงาน Food & Hospitality Thailand (FHT) 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘All Sectors, One Destination’ พร้อมเป็นศูนย์รวมและจุดเชื่อมโยงทุกภาคส่วนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม อาหาร เครื่องดื่ม ร้านอาหาร ค้าปลีก สปา และการบริการอย่างแท้จริง
โดยได้รับความร่วมมือในการจัดงานฯ จากสมาคมโรงแรมไทย สมาคมผู้ค้าปลีกไทย สมาคมภัตตาคารไทย สมาคมเชฟประเทศไทย และพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง ภายในงานมีโซนจัดงานครอบคลุม 8 ภาคส่วนธุรกิจ ได้แก่
- Food & Drinks
- Café & Bakery
- Shop & Retail
- Sips & Spirits
- Foodservice Equipment
- Hospitality
- Cleaning & Hygiene
- Coffee & Tea Village
โดยมีผู้ร่วมจัดแสดงงานที่น่าสนใจ อาทิ CTI Food Supply, Earth Factory, GLT Italia, Italasia Trading (Thailand), Jaspal & Sons, Jassway (Thailand), Longbeach, Lucamari, Newton Food Equipment, VJ International Group ฯลฯ
นอกจากนี้ ยังเป็นเวทีแห่งการพัฒนาศักยภาพที่อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมไฮไลต์ การประชุม สัมมนา เวิร์กช็อปและมาสเตอร์คลาส (Workshop & Masterclass) การสาธิตทำอาหาร (Cooking Demo) การแข่งขัน Thailand’s International Culinary Cup (TICC) การแข่งขัน Thailand Hotel Bartender’s Championship 2026 การแข่งขัน International Fashion Drinks Competition – Thailand Division และกิจกรรมอื่นๆ
สำหรับงาน Food & Hospitality Thailand (FHT) 2026 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-22 สิงหาคม 2569 ชั้น G ฮอลล์ 1-4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผู้ที่สนใจข้อมูลการจัดงานฯ และลงทะเบียนเข้าชมงานได้ที่ www.fhtevent.com Facebook : Food & Hospitality Thailand



