แสนสิริ ยังแกร่งผ่านครึ่งแรกปี 68 กวาดยอดขาย 2.6 หมื่นล.บาท สร้างปรากฎการณ์ Sold Out 13 โครงการกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ไปต่อไตรมาส3 เติมของใหม่อีก 5 โครงการ คอนโด4-แนวราบ1 หลัง ท่ามกลางภาวะตลาดท้าทาย
วิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายงานการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่าในไตรมาส3 ปี 2568 บริษัทฯ วางกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนยอดขายต่อเนื่อง โดยมุ่งการบริหารจัดการโครงการพร้อมอยู่ และการเปิดโครงการใหม่ในทำเลศักยภาพ ที่มีความต้องการซื้ออย่างชัดเจนจากกลุ่มซื้ออยู่เองและซื้อเพื่อลงทุนทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูเก็ต
นอกจากนี้ แสนสิริ ยังนำร่องทำอินเวสต์เมนต์ โปรเจกต์ (Investment Project) ให้กับลูกค้าที่ซื้อเพื่อลงทุนในแนวราบ เช่น ณรินสิริ กรุงเทพกรีฑา ที่มีการปล่อยเช่ากันที่ระดับราคา 400,000 – 500,000 บาทต่อเดือน คิดเป็นผลตอบแทนที่สูงมากถึง 9% ต่อปี ปัจจุบันมีผู้สนใจติดต่อเช่าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ยังได้พัฒนาโมเดล Sansiri Community ในทำเลใหม่ๆ และให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขายที่ดูแลอย่างไม่มีวันสิ้นสุด เพื่อช่วยผลักดันให้แสนสิริรักษาการเติบโตและครองความเป็นผู้นำในตลาดอสังหาฯ ได้อย่างต่อเนื่อง
โดยครึ่งหลังปี 2568 แสนสิริ วางแผนเปิดโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความท้าท้ายตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวม ทั้งภาวะเศรษฐกิจในประเทศ สถานการณ์ทางการเมือง ปัญหาความขัดแย้งจากภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่อการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยบวกจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง ผ่อนคลายมาตรการ LTV ให้กู้ได้เต็ม 100% ในทุกระดับราคา และ ลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง จะเป็นแรงกระตุ้นกำลังซื้อจากกลุ่มลูกค้าซื้ออยู่อาศัยเองและนักลงทุน ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ตลาดอสังหาฯ ฟื้นตัวได้
สำหรับในไตรมาส 3 แสนสิริ เตรียมเปิด 5 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 15,300 ล้านบาท เป็นโครงการ คอนโดมีเนียม 4 แห่ง และ แนวราบ 1 แห่ง ประกอบด้วย
- วาลเลส เฮาส์
- เซลฟ์ บาย แสนสิริ
- ไวด์เด็น บาย แสนสิริ
- เดอะ เบส เออร์เบิน พระราม 9
- สราญสิริ จตุโชติ



โดยมีแผนเปิดไฮไลต์โครงการพร้อมโอนและเปิดใหม่ ประกอบด้วย
โครงการพร้อมโอน: เดอะ มูฟ สุขุมวิท 107, ดีคอนโด เซนส์ (บางแสน), โฟล บาย แสนสิริ, เดอะ เบส, เออร์เบิน พระราม 9 (เปิดใหม่และพร้อมโอน), โครงการเปิดใหม่: วาลเลส เฮาส์ ราคาเริ่ม 4.69 ล้านบาท คอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ เฮาส์ ในทำเล T77 คอมมิวนิตี้ เป็น Pets Welcome คอนโดมิเนียมโครงการแรกของ HAUS ในกรุงเทพฯ
นอกจากนี้ ยังเตรียมพรีเซลปลายเดือนสิงหาคมนี้ อาทิ
- ไวด์เด็น บาย แสนสิริ ราคาเริ่ม 9 ล้านบาท คอนโดมิเนียมใหม่ ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง แสนสิริ และ บริษัท โตคิว ดีเวลลอปเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้แห่งแรกในทำเลนางลิ้นจี่
- สราญสิริ จตุโชติ ราคาเริ่ม 99 ล้านบาท บ้านเดี่ยวดีไซน์Urban Farmhouse อยู่ในจตุโชติคอมมิวนิตี้ของแสนสิริ เชื่อมต่อการเดินทางหลากหลายเส้นทาง ใกล้ทางด่วนจตุโชติ เพียง 5 นาที
ขณะเดียวกัน ยังมีแบคล็อก (Backlog) หรือยอดขายรอโอนกว่า 20,000 ล้านบาท เป็นยอดรับรู้รายได้ในปีนี้ 50% พร้อมโครงการจ่อ Sold Out กว่า 10 โครงการ ซึ่งจะเป็นแรงหนุนสำคัญสำหรับรายได้ในครึ่งปีหลัง
วิชาญ กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวยังตอกย้ำความแข็งแกร่งผลดำเนินการในครึ่งแรกของปี 2568 (สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2568) แสนสิริ ทำยอดขายได้ 26,000 ล้านบาท (ราว 50% จากเป้าทั้งปีที่ตั้งไว้ 53,000 ล้านบาท) ทะลุเป้าครึ่งปีตามแผนการดำเนินงาน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแสนสิริ
นอกจากนี้ ยังสร้างปรากฏการณ์ Sold Out ได้การตอบรับดีเยี่ยมในทุกเซกเมนต์ทั้งแนวราบ และคอนโดมิเนียม รวม 13 โครงการ มูลค่ากว่า 15,500 ล้านบาท โดยยังคงรักษาระดับการเติบโตของยอดขายได้อย่างแข็งแกร่ง
โดยไฮไลต์ความสำเร็จ ได้แก่
- พีทีวาย เรสซิเดนซ์ สาย 1 คอนโดมิเนียมริมหาดพัทยา ด้วยยอดขายสูงถึง 3,300 ล้านบาท
- เดมี พระราม 9 – เหม่งจ๋าย ซึ่งปิดการขายทันที 18 ยูนิต ก่อนวันพรีเซลล์ล่วงหน้า 1 สัปดาห์ สร้างยอดขายกว่า 500 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีธุรกิจใหม่คือ ‘ต้นแบบ Crafted by Sansiri’ (บริการรับสร้างบ้านครบวงจร) ที่ทำรายได้ทะลุเป้ากว่าร้อยล้านบาท และเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ (Grand Opening) กันยายนนี้
“ที่สำคัญคือความแข็งแกร่งทางการเงินที่สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนส่งผลให้หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด Oversubscribe
ไปมากกว่า 50%” วิชาญ กล่าว
ล่าสุด แสนสิริ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 2025 Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งเป็นการจัดอันดับบริษัทที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจมากที่สุด 500 แห่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยนิตยสารฟอร์จูน (Fortune) สื่อธุรกิจชั้นนำระดับโลก การจัดอันดับนี้พิจารณาจากบริษัทที่มีรายได้สูงสุดในปี 2567 โดยแสนสิริเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยของไทย, อันดับที่ 41 ของประเทศไทย และอันดับที่ 251 จาก 500 บริษัทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Alternate-X
แสนสิริ เดินหน้ากลยุทธ์ครึ่งปีหลัง 2568 ด้วยการเปิด 5 โครงการใหม่ รวมมูลค่ากว่า 15,300 ล้านบาท พร้อมเจาะตลาดซื้ออยู่เอง-ลงทุนในทำเลศักยภาพทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูเก็ต เร่งขับเคลื่อนยอดขายผ่านโครงการแนวราบเพื่อการลงทุน ที่สร้างผลตอบแทนสูงถึง 9% ต่อปี โชว์แบคล็อกกว่า 20,000 ล้านบาท พร้อมโครงการจ่อ Sold Out หนุนรายได้ครึ่งปีหลัง หลังครึ่งปีแรกทำยอดขายแล้วกว่า 26,000 ล้านบาท คิดเป็น 50% ของเป้าทั้งปี สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาด ล่าสุดติดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่องปีที่ 2 ตอกย้ำความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำอสังหาฯ ไทย




