คนรุ่นใหม่ประสบความสำเร็จไว ฐานลูกค้าบ้าน’แสนสิริ’อนาคต ลุย’คอมมูนิตี้’กลยุทธ์ได้ทั้งอยู่จริง-ลงทุน

ยุทธศาสตร์โครงการแนวราบ ‘แสนสิริ’ สร้างคอมมูนิตี้ทำเลศักยภาพ เจาะดีมานด์ ‘อยู่จริง-นักลงทุน’ รับอนาคตตลาดอสังหาฯเช่าให้ยีลด์ดี เปิดตัว ‘แสนสิริ จตุโชติ’ เจาะตลาดกรุงเทพฯ โซนเหนือ

 

 

อาณัติ กิตติกุลเมธี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่าบริษัทฯ ปรับเป้าหมายรายได้โครงการแนวราบในปี 2568 อยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท จากเดิมวางเป้าหมายที่ประกาศไว้เมื่อต้นปีนี้อยู่ที่ 3.16 หมื่นล้านบาท

 

โดยบริษัทฯ ได้เริ่มทบทวนการปรับเป้าหมายดังกล่าว มาตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีนี้ที่ผ่านมา จากปัจจัยหลักที่กระทบตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวม โดยเฉพาะกำลังซื้อผู้บริโภคในตลาดจากหนี้ครัวเรือนยังมีอัตราสูงส่งผลต่อกำลังซื้ออสังหาฯ ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯยังสามารถเปิดตัว 20 โครงการใหม่แนวราบได้ตามแผนที่วางไว้ โดยมียอดโอนรับรู้รายได้และยอดขายมูลค่าใกล้เคียงกันกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท ในปีนี้

 

 

รับดีมานด์กรุงเทพฯโซนเหนือ

 

อาณัติ กล่าวว่า แผนในไตรมาส4 บริษัทฯ เปิดตัว 3 โครงการใหม่ทั้งในกรุงเทพฯ และ ภูเก็ต ซึ่งได้เปิดตัวโครงการ ‘เศรษฐสิริ เกาะแก้ว รีทรีต’ มูลค่าโครงการ 1,700 ล้านบาท บ้านเดี่ยวหรูสไตล์โมเดิร์น คลาสสิค ไปแล้วก่อนหน้านี้ สร้างยอดขายได้กว่า 700 ล้านบาท

 

ล่าสุด บริษัท เปิดตัวบ้านเดี่ยว 2 โครงการใหม่บ้านเดี่ยว ‘บุราสิริ จตุโชติ’ และ ‘สราญสิริ จตุโชติ’ มูลค่ารวม 4,580 ล้านบาท บนพื้นที่ 80 ไร่

 

สำหรับ ‘บุราสิริ จตุโชติ’ (Burasiri Chatuchot) เป็นโครงการร่วมทุนพัฒนาระหว่างพันธมิตรญี่ปุ่น บริษัท มิตซุย ฟุโดซัง เอเชีย ดีเวลลอปเมนท์ (ไทยแลนด์) มีมูลค่าโครงการ 2,080 ล้านบาท ภายใต้แนวคิดการอยู่อาศัยและใช้ชีวิตสไตล์รีสอร์ต

 

  • ขนาดโครงการบนพื้นที่ 49 ไร่
  • จำนวน 124 ยูนิต
  • พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 246-384 ตร.ม. มีจำนวนสูงสุด 5 ห้องนอน
  • พื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่กว่า 5 ไร่
  • Clubhouse, Backyard, Pet Park และ Lake
  • วางราคาเริ่มต้น 13.99-25 ล้านบาท*

 

 

ขณะที่ ‘สราญสิริ จตุโชติ’ (Saransiri Chatuchot) มูลค่าโครงการ 2,500 ล้านบาท วางแนวคิดดีไซน์ซีรีส์ล่าสุด Urban Farmhouse

 

  • ขนาดโครงการบนพื้นที่ประมาณ 70 ไร่
  • จำนวน 265 ยูนิต
  • พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 174-244 ตร.ม.
  • มีห้องนอนชั้นล่างในบ้านทุกแบบ
  • พื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่รวมกว่า 6 ไร่
  • วางราคาเริ่มต้น 8.59-15 ล้านบาท

 

 

“ระดับราคาบ้านทั้งสองโครงการ ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในโซนนี้โดยเฉพาะ ตลาดซัพพลายระดับราคาไม่ถึง 10 ล้านบาทในกลุ่มเริ่มต้นครอบครัว โดยหลังเปิดตัวทั้ง2โครงการ คาดมียอดขายมากกว่าพันล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการกำลังซื้ออสังหาฯกรุงเทพฯโซนเหนือที่ขยายตัวตามเศรษกิจ”  

 

อาณัติ กล่าวอีกว่าแนวทางการพัฒนาโครงการแนวราบของแสนสิริ จะขยายไปพร้อมการสร้าง ‘แสนสิริ คอมมูนิตี้’ (Sansiri Community) เพื่อสร้างสังคมการอยู่อาศัยที่มีความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งภายในและภายนอกโครงการ โดยใช้ ‘ทำเล’ เป็นทางเลือกให้กลุ่มลูกค้า ที่ตอบโจทย์ทั้งกลุ่ม ผู้อยู่อาศัยจริง และ นักลงทุนเพื่อการสะสมสินทรัพย์พร้อมส่งต่อมรดก และการปล่อยเช่า

 

 

แสนสิริ คอมมูฯ อนาคตแนวราบ

 

 

ด้าน ‘ภัคพริ้ง การุญ’ รองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ พัฒนาโมเดล ‘แสนสิริ คอมมูนิตี้’ รวม17 คอมมูนิตี้ มีมูลค่ารวมกว่า 1 แสนล้านบาท บนพื้นที่กว่า 3,700 ไร่ ในปัจจุบัน

 

ขณะที่ ‘แสนสิริ จตุโชติ คอมมูนิตี้’  185 ไร่ รวมมูลค่าคอมมูนิตี้แห่งนี้กว่า 7,700 ล้าน โดยวางแผนใน2-3 ปีหน้า เตรียมเปิดโครงการแนวราบแบรนด์ใหม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาทั้งแบบบ้านและแนวคิดการออกแบบ คาดทั้งคอมมูนิตี้จะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายใน 5 ปี

 

สำหรับแนวคิดการพัฒนาสังคมการอยู่อาศัยแสนสิริ จะให้ความสำคัญศักยภาพทำเล การเดินทาง โครงข่ายระบบคมนาคม รายล้อมแหล่งไลฟ์สไตล์ สถานพยาบาล สถาบันการศึกษา เป็นต้น

 

โดยแผนดังกล่าว นอกจากรองรับกำลังซื้อกลุ่มอยู่อาศัยจริงและนักลงทุนแล้ว แสนสิริ ยังให้ความสำคัญตลาดลูกค้ากลุ่มใหม่ที่น่าจับตา ได้แก่ กลุ่มยัง ซัคเซสเซอร์ (Young Successor) คนรุ่นใหม่ประสบความสำเร็จเร็ว เช่น

 

  • Content Creator
  • Influencer
  • Young Investor หรือ Heir & Family Business Successor

 

ปัจจุบัน ลูกค้าบ้านระดับบนตั้งแต่อายุ 25 ปีมองบ้านเป็นสินทรัพย์แห่งอนาคต และกลุ่มนักลงทุน ที่เล็งเห็นโอกาสในการลงทุนบ้านระดับบนเพื่อปล่อยเช่าและกระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุน ซึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและดึงดูดผู้เช่าระดับสูง เช่น ผู้บริหาร หรือครอบครัวที่มีบุตรหลานเรียนโรงเรียนนานาชาติ ที่พร้อมจ่ายค่าเช่าสูงเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

 

“ทำเลการอยู่อาศัยยังเป็นคีย์หลักของอสังหาฯ ที่ลูกค้าจะเลือก อย่างโครงการแสนสิริในโซนกรุงเทพกรีฑา เป็นอีกหนึ่งโลเคชั่นที่ตอบโจทย์อยู่อาศัยและปล่อยเช่าในอนาคต ให้ยีลด์7-9% หรือคิดค่าเช่าอยู่ที่ 2.5-4 แสนบาทต่อเดือน ที่ส่วนใหญ่ทำสัญญารายปี”

 

ขณะที่ความสนใจของลูกค้าส่วนใหญ่ ในปัจจุบันอยู่ในเซ็กเมนต์บ้านระดับบนอย่าง สราญสิริ, เศรษฐสิริ, บุราสิริ และบ้านระดับลักซูรีราคา 50 ล้านบาทขึ้นไป สำหรับทำเลเด่นที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง ได้แก่ โซนรามอินทรา จตุโชติ, วัชรพล, ราชพฤกษ์ และทำเลใกล้ สนามบิน เช่น ดอนเมือง และ สุวรรณภูมิ

 

 

สำหรับผลดำเนินงานโครงการแนวราบแสนสิริ คาดการณ์ยอดขายใน 10 เดือนปี 2568 อยู่ที่ 16,000 ล้านบาท โดยในช่วงที่ผ่านมาประสบความสำเร็จยอดขาย( Sold Out) ใน 12 โครงการแนวราบ มูลค่ารวม 18,600 ล้านบาท และเตรียมปิดการขายอีก 8 โครงการ มูลค่ากว่า 11,500 ล้านบาท

 

Alternate-X สรุปให้

 

 

แสนสิริ ปรับเป้ารายได้แนวราบปี 2568 เหลือ 25,000 ล้านบาท จากเดิม 31,600 ล้านบาท เหตุผลหลักมาจากกำลังซื้อชะลอตัวและภาวะหนี้ครัวเรือนสูง แต่ยังเดินหน้าเปิดโครงการแนวราบใหม่ตามแผนไตรมาส4 กับกลยุทธ์ ‘แสนสิริ คอมมูนิตี้’ ที่ตอนนี่มี 17 คอมมูฯ รวมมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท พร้อมขยายตลาดบ้านในอนาคต จับกลุ่ม Young Successor – นักลงทุนรุ่นใหม่ ล่าสุดเปิด 2 โครงการในทำเลศักยภาพโซนเหนือกรุงเทพฯ อีกหนึ่งฐานรายได้ระยะยาวของแบรนด์

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.