เทรนด์กาแฟปี 2569 สู่ยุคพรีเมียมราคาจับต้องได้ บอนกาแฟปล่อยสินเชื่อเปิดคาเฟ่

‘บอนกาแฟ’ ส่งโมเดลครบวงจรให้สินเชื่อ-เติมสภาพคล่อง หนุนเปิดคาเฟ่ ง่ายขึ้น บอกสูตรจุดคุ้มทุนต้องขายได้วันละร้อยแก้ว ส่วนเทรนด์ปี 2569 เข้าสู่ยุคการดื่มกาแฟพรีเมียมในราคาจับต้องได้ หลัง2 แบรนด์ใหม่เข้ามาหนุนตลาดโตสองหลัก

 

 

  • เปิดร้านง่ายขึ้นด้วยสินเชื่อครบวงจร บอนกาแฟจับมือ Luckyleasing และ Vyvr ให้เช่าซื้อเครื่องชง และ เงินหมุนเวียนสูงสุด 500,000 บาท ลดอุปสรรคเงินลงทุนก้อนแรก ดันคนอยากเปิดร้านเข้าสู่ตลาดมากขึ้น
  • สูตรคืนทุน 100 แก้ว/วัน ยอดขายเฉลี่ย 100 แก้วต่อวัน คือ Magic Number คืนทุนใน 1 ปี ในทำเลและการคุมต้นทุนยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อความอยู่รอด
  • พรีเมียมราคาจับต้องได้ โตสองหลัก กาแฟคุณภาพสูง เช่น เกอิชา ราคาต่ำกว่า 100 บาท/แก้ว เริ่มเห็นชัด ตลาดกำลังเปลี่ยนจาก ‘แพงเฉพาะกลุ่ม’ เป็น ‘พรีเมียมที่เข้าถึงได้’

 

 

อุษาพรรณ อินทีรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท บอนกาแฟ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารธุรกิจครบวงจรอุปกรณ์และจัดหาวัตถุดิบกาแฟ-ไม่ใช่กาแฟ(Non-Coffee) รายใหญ่ในเครือ Massimo Zanetti Beverage ประเทศสิงคโปร์ เปิดเผยว่าในปี 2569 บริษัทฯ วางแนวทางการขยายธุรกิจไปยังตลาดผู้บริโภค ‘บีทูซี’ (B2C-Business to Consumer) มากขึ้น จากในช่วงที่ผ่านมาเน้นกลุ่ม บีทีบี (B2B-Business to Business) เป็นหลัก

 

โดยบริษัทฯ ร่วมกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในกลุ่มผู้ให้บริการสินเชื่อสถาบันการเงิน  2 รูปแบบหลัก คือ

 

  1. ลัคกี้ ลีสซิ่ง (Luckyleasing) ร่วมให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องชงกาแฟ (เครื่องใหม่) Boncafe ตามระยะเวลา/เงื่อนไขที่กำหนด
  2. ไวเวอร์ (Vyvr) บริการสินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อย ให้วงเงินหมุนเวียนสูงสุด 500,000 บาท ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกสิกรไทย

 

“จากความครบวจรทั้งการจัดสินเชื่อระหว่างบอนกาแฟและพันธมิตรทั้งสองราย จะช่วยขยายฐานไปยังตลาดผู้บริโภคที่ต้องการเปิดร้านกาแฟได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งในปีนี้ บริษัทฯจะทำตลาดเชิงรุกโดยจัดกิจกรรมเวิร์ค ช้อปมากขึ้น”

 

 

อุษาพรรณ กล่าวว่าจากแผนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการทำธุรกิจในปี2569 ครอบคลุม 3 ด้านหลัก คือ

 

1. Segment leadership รักษาผู้นำกลุ่มโรงแรม 4-5 ดาว และขยายฐานสู่กลุ่มร้านอาหารที่ต้องการโซลูชั่นระดับพรีเมียม

 

2.Product Innovation เปิดตัว ‘Sync for Perfection นวัตกรรมเชื่อมต่อแบบไร้สายระหว่างเครื่องชงกาแฟ Lamarzocco และเครื่องบด Mahlkonig รวมถึงการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องบดและเครื่องชั่ง Mahlkonig โดยมีแอปฟลิเคชั่นเป็นตัวกลาง พร้อมทำตลาดเชิงรุกกลุ่มนัน-คอฟฟี่ ด้วย มัทฉะ เกรดพรีเมียม จากแหล่งปลูกต่างๆ เพื่อรองรับเทรนด์ผู้บริโภครุ่นใหม่

 

3.Digital Commerce ปรับโฉมใหม่เว็บไซต์ boncafe วางตำแหน่งให้เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมืร์ซเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคปลายทาง (end user) ได้ง่ายขึ้น คาดดำเนินการแล้วเสร็จพร้อมใช้งานในกลางปี 2569 นี้ นอกเหนือจากการทำตลาดในช่องทางออนไลน์แพลตฟอร์มอีคอมเมมิร์ซ ลาซาด้า และ ช้อปปี้

 

 

 

อุษาพรรณ กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจร้านกาแฟปัจจุบันพบว่ามีการหมุนเวียนทั้งการเปิดตัวใหม่และการปิดตัวธุรกิจ ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ยังไม่ทราบจำนวนร้านคาเฟ่ที่แน่ชัด แต่พบข้อมูลที่น่าสนใจ คือ ผู้บริโภคทั่วไปเข้าถึงสินค้า/เครื่องดื่มกาแฟเมล็ดคุณภาพ/พรีเมียม ได้ง่ายขึ้น ซึ่งมีแนวโน้มติบโตสูงสองหลัก (Double Digit) เมื่อเทียบกับร้านกาแฟประเภทอื่นๆ ที่เปิดทั่วไป จากในช่วงสองถึงสามปีก่อน เป็นกระแสของสเปเชียลตี คอฟฟี่ (Specialty Coffee)

 

 

“การเติบโตดังกล่าว มาจากยอดขายอุปกรณ์บอนกาแฟซึ่งขยายตัวขึ้นตามด้วย โดยเฉพาะการขยายตัวของสาขาธุรกิจเชนร้านกาแฟสองรายใหม่อย่างอูโน่ คอฟฟี่ และ วัน ทู วัน คอฟฟี่ ที่เปิดตัวในปี2568 ที่ผ่านมา”

 

 

จากแนวโน้มนี้ คาดผลักดันให้ภาพรวมการบริโภคเครื่องดื่มกาแฟของไทยในปี2569 เข้าสู่บริบทสินค้าคุณภาพในราคาเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญ มาจากการได้เห็นการเข้าถึงเครื่องดื่มกาแฟจากเมล็ดเกอิชา ในราคาเริ่มต้นแก้วละไม่ถึงหนึ่งร้อยบาท จากเดิมราคา 300-400 บาท เป็นต้น ซึ่งส่งผลดีให้กับผู้บริโภค ที่ผลักดันให้ธุรกิจตลาดกาแฟกลับสู่จุดสมดุล (Economy of Scale) ซึ่งในปีนี้ธุรกิจกาแฟ คาดยังเติบโตในอัตราชะลอตัวเทียบกับในช่วงก่อนหน้า

 

“ROI ธุรกิจร้านกาแฟในปัจจุบัน มีตัวเลขมหัศจรรย์  หรือ เมจิก นัมเบอร์ คือ ต้องขายเครื่องดื่มกาแฟต่อวันในจำนวน 100 แก้ว จึงจะสามารถถึงจุดคืนทุนได้ภายในหนึ่งปี  ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งร้านด้วย ซึ่งหากมีร้านกาแฟที่เปิดไลน์สินค้าอื่นเพิ่มในกลุ่มเบเกอรี่ อาจมีความน่าเป็นห่วงในเชิงยอดขาย”

 

 

ปัจจุบัน บริษัทมีรายได้มาจาก กลุ่มธุรกิจกาแฟ 50% กลุ่มอุปกรณ์เครื่องชงกาแฟ 30% กลุ่มนัน-คอฟฟี่ 20% โดยในปี 2569 บริษัทฯ วางเป้าหมายสัดส่วนรายได้กลุ่มบีทูซีอยู่ที่ 23% และกลุ่มบีทูบี อยู่ที่ 77% จากในปีก่อนหน้าอยู่ที่ 20% และ 80% ตามลำดับ พร้อมวางเป้าหมายรายได้อยู่ที่ 1,500 ล้านบาท เติบโต 12% จากปีก่อนอยู่ที่ 1,300 ล้านบาท เติบโต6% จากปี 2567

 

 

 

Alternate-X สรุปให้

 

 

‘บอนกาแฟ’ บุกต่อไม่พักธุรกิจกาแฟปี2569 ขยายตลาดจาก B2B สู่ B2C เต็มตัว ดึงสองพันพันธมิตรปล่อยสินเชื่อช่วยคนเปิดร้านกาแฟง่ายขึ้น รับตลาดเข้าสู่ยุคร้านกาแฟพรีเมียมราคาจับต้องได้ โตระดับ Double Digit จากกระแส Specialty Coffee บอกทำร้านกาแฟยุคนี้อยู่ที่ยอดขาย 100 แก้วต่อวัน จะคืนทุนได้ใน 1 ปี บริษัทตั้งเป้ารายได้ 1,500 ล้านบาท โต 12% และเพิ่มสัดส่วน B2C เป็น 23% รับเทรนด์ปีนี้คือ ‘กาแฟคุณภาพดี ราคาจับต้องได้’ ดันตลาดสู่ Economy of Scale

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.