นันยาง บอกรองเท้านักเรียน สะท้อนดัชนีเศรษฐกิจกระทบกำลังซื้อครัวเรือนช่วงเปิดเทอม ตรึงราคาไม่พอทำโครงการเปิดตู้ให้ยืมไปใส่ก่อนคืนทีหลังได้
- รองเท้านักเรียน สะท้อนดัชนีเศรษฐกิจฐานราก ‘นันยาง’ ชี้กำลังซื้อผู้ปกครองปี 2569 อ่อนแรงจากค่าครองชีพสูง สะท้อนผ่านพฤติกรรม ‘ชะลอซื้อรองเท้าใหม่’ ช่วงเปิดเทอม
- ตรึงราคา พร้อมเพิ่มตัวเลือกประหยัด แม้ต้นทุนสูงขึ้น ‘นันยาง’ ยังตรึงราคารองเท้านักเรียนเพื่อลดภาระครัวเรือน พร้อมออกสินค้ารุ่นประหยัด เริ่มต้น 270 บาท เน้นคุ้มค่าและใช้งานจริง
- ‘ตู้นันยืม’ แก้ Pain Point เล็กที่ใหญ่ เปิดให้ยืมรองเท้าฟรีในโรงเรียน แก้ปัญหาฉุกเฉินของนักเรียน ขยายแล้วหลายร้อยโรงเรียน สะท้อนอินไซต์ “วันแย่ๆ จากรองเท้า”
ชัยพัชร์ ซอโสตถิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท นันยางอุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรองเท้าผ้าใบนันยางและรองเท้าแตะช้างดาว กล่าวว่า ‘รองเท้านักเรียน’ เป็นหนึ่งในดัชนีสะท้อนเศรษฐกิจ และกำลังซื้อผู้บริโภคระดับฐานราก ด้วยเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศในช่วงเวลาเดียวกัน และเชื่อมโยงโดยตรงกับรายจ่ายด้านการศึกษาของครัวเรือน
ขณะที่ในปี 2569 นี้ พบว่ากลุ่มผู้ปกครองได้ผลกระทบจากภาวะค่าครองชีพโดยรวมที่ปรับเพิ่มต่อเนื่องในระดับสูงกว่าปกติ มีปัจจัยหลักจากวิกฤตพลังงานของโลก
จากสถานการณ์นี้ ‘นันยาง’ ร่วมตรึงราคารองเท้านักเรียนในฤดูกาลเปิดเทอมใหม่นี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในมาตรการลดภาระครอบครัวไทย และให้นักเรียนไทยใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่เช่นเดิม
“นันยางเข้าใจดีว่าเงินทุกบาทมีความหมายมากในช่วงเปิดเทอม แม้ต้นทุนการผลิตจะปรับสูงขึ้น แต่นันยางยังคงตรึงราคาในช่วงเปิดเทอมนี้ เพื่อไม่ซ้ำเติมภาระให้ผู้ปกครอง พร้อมเลือกใช้ยางพาราแท้ 100% ในประเทศไทย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของมาตรฐานความทนทาน”
ขณะที่ ด้านการผลิต ‘นันยาง’ ให้ความสำคัญทุกขั้นตอนการรักษาคุณภาพรองเท้านันยาง และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมรองเท้าผ้าใบ (มอก.132-2564) ที่รองเท้าผ้าใบนันยางเป็นรายแรกและรายเดียวที่ได้รับการรับรอง เพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้รองเท้าที่ ปลอดภัย ใส่สบาย ทนทาน คุ้มค่าในระยะยาว
สำหรับสินค้า นอกจากรองเท้าผ้าใบนันยางรุ่น 205-S พื้นเขียว ที่เป็นสินค้าเรือธงของนันยาง ในราคา เริ่มต้นที่ 340 บาทแล้วนั้น นันยาง ได้เสนอทางเลือก ‘รุ่นประหยัด’ เพิ่มเติมให้แก่ผู้ปกครองผ่านรองเท้าผ้าใบรุ่น Superstar ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความคุ้มค่า ด้วยจุดเด่น
- การปรับทรงรองเท้าให้กว้างขึ้น ช่วยเพิ่มความเบาและสวมใส่สบาย
- ผลิตจากยางพาราธรรมชาติ พร้อมพื้นรองเท้าลายสายฟ้าที่ออกแบบให้ทนทานและยึดเกาะได้ดี เหมาะทั้งการเรียน การใช้งานทั่วไป และกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
- วางราคาจำหน่ายเริ่มต้น 270 บาท
ส่วนรองเท้าสำหรับ ‘นักเรียนประถม’ ในรุ่น Nanyang Have Fun ไม่ต้องผูกเชือก ลดการสัมผัสเชื้อโรค ด้วยจุดเด่นเรื่องความสะดวก สะอาด สนุกเพราะ ไม่ต้องผูกเชือก ให้ความนุ่ม เบา และรองรับแรงกระแทกได้ดี ด้วยพื้น Spring Soft Support™ ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ที่มองหาทั้งคุณภาพ ความคุ้มค่า และความสบายในการสวมใส่ ในราคา 320 บาท

‘นันยืม’ แก้วันแย่ๆ รองเท้ารังแกฉัน
ด้าน ดร.จักรพล จันทวิมล กรรมการผู้จัดการ บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ทำตลาดรองเท้านักเรียนนันยางและรองเท้าช้างดาว กล่าวว่า ‘นันยาง’ ยังสร้างกิจกรรมใหม่ที่แตกต่างในโครงการ ‘ตู้นันยืม’ ยืมนันยาง…ไปใส่ให้เต็มที่’ โมเดลช่วยแก้ปัญหาให้นักเรียนไทยในวันที่รองเท้าไม่เป็นใจ
โดย ‘ตู้นันยืม’ ในโรงเรียนจะมีรองเท้าผ้าใบนันยาง ให้นักเรียนสามารถขอยืมใช้ได้ฟรี ในกรณีฉุกเฉิน ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้ใหญ่ใจดีสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งโดยการมอบตู้นันยืมให้กับโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ
“นันยางเห็นนักเรียนไทยมีวันแย่ๆ เพราะรองเท้ารังแกฉัน เช่น ซักแล้วแห้งไม่ทัน, อยู่ดีๆ ดันโดนเทิร์น, สภาพเยินไม่พร้อมใช้, ใส่ผิดสีไม่ได้ตั้งใจ, ซื้อผิดไซส์ไม่พอดี และอื่นๆที่ทำให้ใส่ไม่เต็มที่ แม้จะเป็นเรื่องที่เล็กน้อย แต่วันนั้นอาจจะเป็นวันสำคัญที่สุดของชีวิตของใครคนหนึ่งก็ได้”
จากเหตุการณ์เหล่าสู่ความตั้งใจให้นันยาง อยากเห็นรองเท้าที่พร้อมใช้งานเดินพร้อมไปกับทุกคน ผ่านโครงการ ‘ตู้นันยืม’ ยืมนันยาง…ไปใส่ให้เต็มที่ ซึ่งปัจจุบันได้รับความสนใจในวงกว้าง มีโรงเรียนลงทะเบียนเข้าร่วมหลายร้อยแห่งทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาเล็กๆ เหล่านี้ยังคงต้องได้รับการดูแล และอาจจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาอนาคตของชาติได้อีกทางหนึ่ง
โดยนันยางได้นำร่องโครงการใน 10 โรงเรียนที่ผ่านการคัดเลือก เพื่อจัดส่ง ‘ตู้นันยืม’ เพื่อช่วยขจัดปัญหามากมายที่ทำให้ใส่ไม่เต็มที่
ดร.จักรพล กล่าวสรุปว่า สำหรับสถานการณ์ช่วงก่อนเปิดเทอมตั้งแต่หลังสงกรานต์ที่ผ่านมา ผู้ปกครองเตรียมความพร้อมสำหรับบุตรหลานในปีการศึกษาใหม่ โดยช่วงวันหยุดยาว 1-4 พฤษภาคม 2569 มีความคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นช่วงต้นเดือนและเป็นโค้งสุดท้ายก่อนเปิดเทอมใหญ่
โดยคาดว่าจะมีแรงซื้อต่อเนื่องตลอดทั้งเดือนพฤษภาคม ทั้งร้านค้าทั่วไปกว่า 4,000 แห่ง, ศูนย์สรรพสินค้าชั้นนำ, และทางออนไลน์ ซึ่งทุกช่องทางมีโปรโมชันส่งเสริมการขายที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งภายใต้ภาวะกำลังซื้อที่จำกัดทำให้ผู้ปกครองได้พิจารณาอย่างรอบคอบมากขึ้นสำหรับรายจ่ายช่วงเปิดเทอมโดยคำนึงถึงความจำเป็นและความคุ้มค่าเป็นปัจจัยสำคัญ


