LPP ต่อยอดประสบการณ์บริหารฐานลูกบ้านกว่า 300 โครงการ เปิดตัว ‘UP’ 9 เซอร์วิอสังหาฯ ครบลูปรับดีมานด์อยู่อาศัยยุคใหม่ ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 แตะ 2.2 พันล้านบาท
- ฐานธุรกิจแกร่ง LPP ดูแลโครงการมากกว่า 300 แห่ง พื้นที่รวมกว่า 13 ล้าน ตร.ม. มีประสบการณ์ในตลาดบริหารอสังหาฯ ยาวนานกว่า 34 ปี
- เปิดเกมบริการ 9 ด้าน (UP Services) ครอบคลุมตั้งแต่บริหารชุมชน งานก่อสร้าง ซ่อมแซม ไปจนถึงพลังงานและความปลอดภัย ขยายบริการสู่ลูกค้า Non-LPN และอาคารเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ
- เป้าหมายรายได้เติบโต ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ที่ 2,200 ล้านบาท จากปี 2568 ที่ 1,832 ล้านบาท ขับเคลื่อนด้วยดีมานด์บริการคุณภาพสูง และการดูแลทรัพย์สินแบบมืออาชีพ
สุรวุฒิ สุขเจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) ผู้ดำเนินธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่าตลาดบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ในไทยมีแนวโน้มขยายการเติบโตต่อเนื่อง โดยสมาชิกผู้อยู่อาศัยในสังคมแต่ละโครงการ ต้องการมาตรฐานที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ขณะที่ บริษัทฯ มีประสบการณ์ในตลาดกว่า 34 ปีถึง ปัจจุบันดูแลโครงการมากกว่า 300 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 13 ล้านตารางเมตร ได้เปลี่ยนผ่านสู่การให้บริการครอบคลุมทุกมิติของอสังหาริมทรัพย์ จากเดิมในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการชุมชน (Community Management)
โดย LPP พบว่าความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากเดิมมาก โดยมีปัญหาหลักที่ต้องเร่งแก้ไขคือ
- ความกระจัดกระจายของบริการ หลังพบการบริหารจัดการอาคารหรืองานซ่อมแซมทำได้ไม่ต่อเนื่อง ซึ่งลูกค้าต้องการความมั่นใจว่าการใช้ชีวิตอยู่อาศัยราบรื่น
- ความซับซ้อนของอาคารสมัยใหม่ อาคารยุคใหม่ต้องการการดูแลเชิงวิศวกรรมและการจัดการพลังงานที่ซับซ้อนขึ้น ซึ่งลำพังแค่การดูแลชุมชนแบบเดิมไม่เพียงพอ
- การรักษาความพึงพอใจและมูลค่าทรัพย์สิน เจ้าของอาคารและผู้อยู่อาศัยกังวลเรื่องคุณภาพชีวิตที่ลดลงและมูลค่าทรัพย์สินที่จะเสื่อมถอยตามกาลเวลาหากขาดการดูแลระดับมืออาชีพ
สุรวุฒิ เสริมว่า จากแนวโน้ม ดังกล่าว ยังสะท้อนโอกาสทางธุรกิจ LPP ขยายการให้บริการเพื่อรองรับความจำเป็นระดับระบบนิเวศ (Ecosystem) บริการด้านอสังหา ที่ครอบคลุมไปถึงกลุ่มลูกค้า Non-LPN และอาคารเชิงพาณิชย์ จากเดิมที่จำกัดเพียงการดูแลนิติบุคคล
ล่าสุด LPP เปิดตัวมาสเตอร์ เซอร์วิส แบรนด์ใหม่ ‘UP’ (อัพ) ภายใต้คอนเซปต์ ‘Smooth Up Your Living’ แบ่ง 9 บริการหลัก ดังนี้
- LIVE UP: บริหารจัดการนิติบุคคลและชุมชนที่พักอาศัย
- WORK UP: บริหารจัดการอาคารสำนักงานและพื้นที่เชิงพาณิชย์
- BOOK UP: บริการงานขายและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร
- PLAN UP: ที่ปรึกษาพัฒนาโครงการและบริหารงานก่อสร้าง
- BUILD UP: บริการรับเหมาก่อสร้าง ตกแต่ง และติดตั้งงานระบบ
- FIX UP: งานปรับปรุงซ่อมแซมอาคาร ทรุด-ร้าว-กันซึม และงานระบบสุขาภิบาล
- POWER UP: บริหารจัดการพลังงาน ระบบไฟฟ้า และโซลาร์เซลล์เพื่อความยั่งยืน
- SECURE UP: ระบบรักษาความปลอดภัยบูรณาการ พร้อมศูนย์ EOC ตลอด 24 ชม.
- CLEAN UP: บริการทำความสะอาดครบวงจรสำหรับธุรกิจเฉพาะทาง (โรงแรม, โรงพยาบาล, โรงงาน)
จากบริการใหม่ดังกล่าว LPP วางเป้าหมายรายได้ในปี2569 อยู่ที่ 2,200 ล้าน จากในปี 2568 มีรายได้สูงถึง 1,832 ล้านบาท
Alternate-X มองว่าแผนธุรกิจดังกล่าว ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ LPP เพื่อเพิ่มรายได้ตลาดนอน-เรสซิเดนซ์ ของบริษัทแม่ LPN ที่ยังขยายต่อไปยัง กลุ่มบริการ WORK UP (อาคารสำนักงาน), CLEAN UP (บริการความสะอาดโรงพยาบาล/โรงงาน) และ POWER UP (จัดการพลังงาน) นอกเหนือจากบริหารกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยจากการพัฒนาโครงการอสังหาฯของ LPN ท่ามกลางจำนวนยูนิต/โครงการล้นตลาดและชะลอตัวในเวลานี้

Alternate-X สรุปให้
LPP เดินเกมรุกฝ่าตลาดอสังหาฯ ชะลอ ด้วยการต่อยอดฐานลูกบ้านกว่า 300 โครงการ ใช้โมเดลบริการแบบ Ecosystem ครอบคลุมทุกมิติการอยู่อาศัยและอาคาร พร้อมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “UP” รวม 9 บริการ ตั้งแต่บริหารชุมชนถึงพลังงานและความปลอดภัย ตอบโจทย์ปัญหาลูกค้า ทั้งความซับซ้อนอาคาร คุณภาพชีวิต และมูลค่าทรัพย์สิน ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 แตะ 2,200 ล้านบาท จากดีมานด์บริการมืออาชีพที่เพิ่มขึ้น




