LPN มองหนี้ครัวเรือนและค่าครองชีพสูงเป็นโจทย์ใหญ่ตลาดอสังหาฯ ปรับกลยุทธ์จากการแข่งขันด้านราคา สู่การช่วยบริหารภาระการเงิน เปิดแคมเปญ ‘พักหนี้ที่ LPN’ ครอบคลุม 21 โครงการพร้อมอยู่
- ตลาดบ้านเปลี่ยนจากแข่งราคา สู่แข่งช่วยจัดการการเงิน LPN มองว่าผู้บริโภคไม่ได้กังวลเรื่องราคาบ้านเพียงอย่างเดียว แต่กังวลภาระผ่อนระยะยาวและกระแสเงินสดในชีวิตประจำวันมากขึ้น
- ดึง 21 โครงการพร้อมอยู่ ตอบโจทย์หลายกลุ่มลูกค้า ครอบคลุมทั้งคอนโดใกล้รถไฟฟ้า ทาวน์โฮม บ้านแฝด และบ้านเดี่ยว เพื่อรองรับตั้งแต่ First Jobber จนถึงครอบครัวที่ต้องการขยับขยายที่อยู่อาศัย
- เป้าหมาย ทำให้การมีบ้านเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น โมเดล ‘อยู่ก่อน ผ่อนทีหลัง’ ช่วยลดแรงกดดันช่วงแรกของการซื้อบ้าน พร้อมเปิดทางให้ลูกค้าวางแผนการเงินได้เหมาะสมมากขึ้น
‘ดารณี ฉัตรพิริยะพันธ์’ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ แอลพีเอ็น (LPN) เปิดเผยว่า LPN มองว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่องจากปัจจัยกระทบ อาทิ
- หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง
- ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น
โดยส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อบ้านและระมัดระวังการก่อหนี้ระยะยาวมากขึ้น ขณะที่ผู้ซื้อยุคใหม่ยังต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีและทำเลศักยภาพ แต่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางการเงินมากกว่าเดิม
ทั้งนี้ จากพฤติกรรมดังกล่าว บริษัทฯ มองว่าแนวทางการทำตลาดอสังหาฯ ในครึ่งหลังปี 2569 นี้ หากใช้กลยุทธ์การแข่งขันด้วยส่วนลดเพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ตลาดอีกต่อไป จึงปรับแนวทางสู่การช่วยบริหารภาระทางการเงินของลูกค้า ผ่านแคมเปญ ‘พักหนี้ที่ LPN’ ภายใต้แนวคิด ‘อยู่ก่อน ผ่อนทีหลัง’ เพื่อช่วยลดแรงกดดันด้านกระแสเงินสดในช่วงเริ่มต้นของการมีบ้าน
โดย LPN นำโครงการอสังหาฯพร้อมอยู่ 21 โครงการ ครอบคลุมทั้งคอนโดมิเนียมใกล้ระบบขนส่งมวลชน ทาวน์โฮมสำหรับครอบครัวเริ่มต้น รวมถึงบ้านแฝดและบ้านเดี่ยวหลายระดับราคา เพื่อรองรับความต้องการของผู้ซื้อหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่คนเริ่มทำงาน ครอบครัวใหม่ ไปจนถึงผู้ที่ต้องการขยับขยายที่อยู่อาศัย
“โมเดลนี้ ผู้ซื้อสามารถเข้าอยู่อาศัยได้ก่อน โดยบริษัทช่วยสนับสนุนภาระผ่อนชำระบางส่วนตามเงื่อนไขนานสูงสุด 5 ปี พร้อมสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม อาทิ ฟรีเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ค่าโอน ค่าจดจำนอง ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง และโซลาร์เซลล์ในบางโครงการ”
ดารณี ย้ำว่าเป้าหมายสำคัญแคมเปญ ไม่ใช่การกระตุ้นยอดขาย แต่ต้องการลดอุปสรรคในการเริ่มต้นมีบ้าน เพื่อช่วยให้ลูกค้าวางแผนการเงินได้เหมาะสมขึ้น และเปลี่ยนบทบาทของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากผู้ขายที่อยู่อาศัย ไปสู่ผู้ช่วยบริหารความเสี่ยงทางการเงินให้กับผู้บริโภคในช่วงที่กำลังซื้อยังเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและหนี้ครัวเรือนสูงต่อเนื่อง



