ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ แผนปี 2569 รักษาสภาพคล่อง-คุมหนี้-เปิดโครงการแม่นยำ-ย้ำคุณภาพ-เปลี่ยนผ่านดิจิทัล ฝ่าท้ายอสังหาฯ ปีนี้เศรษฐกิจยังผันผวนฉุดกำลังซื้อ หลังปี2568 ตลาดที่อยู่อาศัยหดตัว 17% จากแรงซื้ออ่อนแรง-แบงค์เข้มสินเชื่อ
- ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ย้ำวินัยการเงินแข็งแรง คุมหนี้ต่ำกว่าอุตสาหกรรม และมีวงเงินสำรองจากธนาคารหลายแห่ง ไม่พึ่งพาแหล่งเงินทุนเดียว ลดความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง
- โฟกัสตลาด 2–12 ล้านบาท พัฒนาบ้านแนวราบตอบโจทย์อยู่อาศัยจริง เจาะกำลังซื้อระดับกลาง-บนในทำเลศักยภาพ
- เป้าหมายปี 2569 เปิด 4–6 โครงการใหม่ มูลค่า 3,500–4,500 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 4,200 ล้านบาท รายได้ 3,350 ล้านบาท
ไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ‘LALIN’ ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แนวคิด ‘บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี’ กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปี 2569 มีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า จากการประเมินล่าสุดของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวในกรอบประมาณ 2.6% – 3.3%
อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยง ต้องติดตามในปี 2569 นี้ ในประเด็น
- ภูมิรัฐศาสตร์ สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศ
- มาตรการกีดกันทางการค้า ที่ยังคงเป็นความเสี่ยงที่
ขณะที่เศรษฐกิจไทยปี 2569 คาดยังโตต่ำกว่า 2% จากกำลังซื้ออ่อนแอ และหนี้ครัวเรือนสูง แต่ยังได้ปัจจัยบวกจาก
- ภาคการท่องเที่ยวที่คาดจะปรับตัวดีขึ้นจากปี 2568
- การลงทุนภาคเอกชนจะเริ่มได้รับแรงหนุนจากเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ จากการเร่งอนุมัติโครงการส่งเสริมการลงทุน BOI ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านม
- เม็ดเงินหมุนเวียนที่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงของการเลือกตั้ง
- มาตรการกระตุ้นภาครัฐที่จะทยอยออกมา เมื่อได้รัฐบาลเสียงข้างมาก และมีเสถียรภาพ จะทำให้ภาคเศรษฐกิจได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นด้วยทีมงานมืออาชีพ
ไชยยันต์ กล่าวต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 คาดว่ามีทิศทางที่สอดคล้องกับเศรษฐกิจไทย ที่ขยายตัวได้เล็กน้อย แม้ว่ากำลังซื้อจะยังคงอ่อนแอ และจะเป็นลักษณะการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ยังมีปัจจัยบวกต่อตลาดโดยรวม
- การจัดหาสินค้า (Supply) ปรับลดลง หลังจากผู้ประกอบการหลายรายชะลอการเปิดโครงการในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา
- ผู้ประกอบการหลายราย ชะลอแผนการเปิดโครงการใหม่ลดลงในปีนี้
จากสถานการณ์ดังกล่าว ช่วยให้ตลาดเข้าสู่จุดดุลยภาพและไม่เกิดการโอเวอร์ซัพพลาย โดยการแข่งขันจะเป็นการแข่งขันกันระหว่างผู้ประกอบการน้อยรายลง เหลือแต่ผู้ประกอบที่เป็นมืออาชีพแท้จริง ทั้งด้าน
โดยในปี 2569 นี้ บริษัทฯ มองว่ายังเป็นอีกปีที่ท้าทายในการดำเนินธุรกิจ พร้อมมุ่งทำธุรกิจบนรากฐานการเติบโตมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว ประกอบด้วย
- เน้นขยายธุรกิจด้วยความแม่นยำในทำเลที่เหมาะสม และทำเลเดิมที่สินค้าหมดลง
- รักษาส่วนแบ่งตลาดและขยายตลาดใหม่ในบางทำเล และพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการอยู่อาศัย อาศัยจริง
- การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับกำลังซื้อในแต่ละทำเล
- บริหารต้นทุนและการบริหารความเสี่ยงทางด้านการเงินอย่างรัดกุม รวมถึงการควบคุมระดับหนี้สินต่อทุน
“บริษัทมีระดับหนี้สินต่อทุนที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอย่างมาก พร้อมตั้งวงเงินสำรองกับธนาคารพาณิชย์พันธมิตรหลายรายไว้อย่างเพียงพอ ไม่ได้พึ่งพิงแหล่งเงินจากแหล่งใดเพียงแหล่งเดียว จึงไม่มีปัญหาในเรื่องของแหล่งเงินทุน ไม่ว่าจะเพื่อใช้ในการขยายธุรกิจ หรือชำระหนี้เดิม”
จากภาพรวมในปี 2568 พบว่าตลาดอสังหาหดตัวไปกว่า 17% จากความสามารถในการซื้อของผู้บริโภคที่ปรับลดลง จากภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์

ลลิล ย้ำเฟรนช์ โคโลเนียล เจาะกลาง-บน
นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี2569 บริษัทฯ วางแนวทางการตลาดภายใต้แนวคิด ‘Year of Competitive Survival with Quality, Lean and Innovation for Resilience & Sustainable Growth’ พัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริง ควบคู่การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพื่อวางรากฐานการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว พร้อมโฟกัสตลาดทาวน์โฮม บ้านแฝด บ้านเดี่ยว ราคา 2–12 ล้านบาท แบรนด์หลัก ได้แก่
- ไลโอ
- แลนซีโอ
- บ้านลลิล
- ลลิล กรีนวิลล์
“จุดเด่นโครงการลลิลฯ คือดีไซน์แบบบ้าน French Colonial หนึ่งในกลยุทธ์ร้างการจดจำแบรนด์ในตลาดระดับกลาง-บน”
นอกจากนี้ บริษัทยังวางแผนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประมาณ 4 – 6 โครงการ มูลค่าโครงการรวมราว 3,500 – 4,500 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายที่ 4,200 ล้านบาท และเป้ารับรู้รายได้ 3,350 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการกระจายโครงการในทำเลที่มีศักยภาพ และสอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการของตลาดในแต่ละพื้นที่ พร้อมวางเป้าหมายปี 2569 มียอดขาย 4,200 ล้านบาท และเป้ารับรู้รายได้ 3,350 ล้านบาท
จากแนวทางดังกล่าว เพื่อรองรับการแข่งขันที่เข้มข้นและการเปลี่ยนแปลงของตลาด และกำหนดทิศทางการดำเนินงานสู่การเป็น National Property Company โดยให้ความสำคัญกับ 3 แกนหลัก ได้แก่
- การบริหารงานเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG
- การวิจัยเพื่อเข้าถึง Insight Customer ตลอดจนการเปิดโครงการใหม่ต้องแม่นยำ
- การพัฒนากลยุทธ์การตลาดที่เข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่มและทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัย การขับเคลื่อนองค์กรให้มีความคล่องตัวผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดในอนาคต
Alternate-X สรุปให้
บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) วางแผนปี 2569 ภายใต้แนวคิด Competitive Survival เน้นคุณภาพ คล่องตัว และนวัตกรรม
บริษัทคุมหนี้สินต่อทุนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม พร้อมรักษาสภาพคล่องทางการเงิน โฟกัสตลาดบ้านราคา 2–12 ล้านบาท ทั้งทาวน์โฮม บ้านแฝด และบ้านเดี่ยว ตั้งเป้าเปิด 4–6 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 3,500–4,500 ล้านบาท เป้ายอดขาย 4,200 ล้านบาท และรายได้ 3,350 ล้านบาท ท่ามกลางกำลังซื้อที่ยังอ่อนแรง




