‘KANORI’ แฮนด์โรล ใช้สูตร ‘เปิดก่อนได้เปรียบ’ ขาย 2 ปีรายได้เกิน 400 ล.บาท

KANORI Hand Roll Bar ร้านแฮนด์โรลเจ้าแรกไทย ใช้จุดขายพรีเมียมเคลมใช้ไข่หอยเม่นญี่ปุ่น 3,800 กล่องมากที่สุดในประเทศ เปิดมา 2 ปี มียอดขายทะลุ 400 ล้านบาท แผนปี 2569 ขยายครบ 10 สาขาเข้าย่านที่อยู่อาศัย-เปิดครัวกลาง 

 

  • First Mover KANORI เป็นร้านแฮนด์โรลบาร์เจ้าแรกของประเทศไทย เปิดตัวปี 2566 ด้วยสูตรฟิวชันที่ปรับรสชาติให้เข้ากับคนไทย เน้นวัตถุดิบพรีเมียมและประสบการณ์สดใหม่จากหน้าเคาน์เตอร์ 
  • ใช้วัตถุดิบพรีเมียมสูงสุดในประเทศ ปี 2568 ใช้อูนิ (ไข่หอยเม่น) มากถึง 3,800 กล่อง และสาหร่ายกรอบจาก Exclusive Partner ญี่ปุ่นถึง 2 ล้านโรล สร้างจุดต่างชัดเจนในตลาดแฮนด์โรล
  • คว้ารางวัล GrabThumbsUp Awards 2026 และแผนขยายปี 2569 ได้รับรางวัลสุดยอดร้านอาหารขายดี GrabFood Dine-out จากยอดขายและรีวิวสูงสุด ปี 2569 วางแผนเปิดสาขาใหม่ 1-2 แห่งในย่านที่อยู่อาศัย 

 

‘KANORI Hand Roll Bar’ ก่อตั้งและเปิดสาขาแรกในเดือนสิงหาคม 2566 โดยสามพี่น้อง ปณิธาน-ปณิธิ-ปวิตรา ตระกูล ‘กอบกุลสุวรรณ’ ได้สร้างอาณาจักรธุรกิจไลฟ์สไตล์ร้านอาหารภายใต้ บริษัท ไทยสากล เอสเตท จำกัด ในเครือบริษัทไทยสากล กรุ๊ป ผู้จัดหาธุรกิจเครื่องจักรอุตสาหกรรม

 

‘ปณิธิ กอบกุลสุวรรณ’ ประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท ไทยสากล เอสเตท จำกัด บอกแนวคิดธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น ‘ร้านแฮนด์โรล’ ซึ่งเป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่นำเสนอรูปแบบบาร์นั่งกินสด ๆ แบบโอมากาเสะฟิวชัน จากจุดเริ่มไอเดียธุรกิจมาจากน้องสาว ‘ปวิตรา’ ที่ลองกินร้านอาหารแนวนี้ในนิวยอร์ก แล้วนำมาปรับให้เข้ากับรสชาติไทยและบรรยากาศสบาย ๆ ไม่มืดทึบเหมือนในสหรัฐฯ

 

1.เจาะช่องว่างโอกาสตลาดในไทย

‘สามพี่น้องกอบสุวรรณ’ มองเห็นเทรนด์อาหารญี่ปุ่นเติบโตต่อเนื่องในไทย โดยเฉพาะแฮนด์โรล (Temaki Sushi) ที่กำลังฮิตในสหรัฐฯ และยุโรป แต่ในไทยยังไม่มีร้านบาร์จริงจัง (ส่วนใหญ่เป็นเดลิเวอรี่) จึงมองเป็นโอกาสบุกเบิกตลาดใหม่ ด้วยแนวคิด แฮนด์โรลเข้าใจง่าย กินได้ทุกวัย ราคาพรีเมียมแต่เข้าถึงได้ และสามารถสร้างประสบการณ์สดใหม่จากหน้าเคาน์เตอร์ โดยเริ่มจากชวนเพื่อน ๆ ลอง แล้วบอกต่อปากต่อปากโดยไม่พึ่งอินฟลูเอนเซอร์หนัก

 

2.กลยุทธ์เจ้าแรกเปิดก่อนได้เปรียบ

‘ปวิตรา กอบกุลสุวรรณ’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยสากล เอสเตท จำกัด บอกแนวทางการทำตลาดแบรนด์ คาโนริ ด้วยกลยุทธ์หลัก คือ เป็น First Mover รายแรกในตลาดแฮนด์โรลไทย เน้นคุณภาพวัตถุดิบพรีเมียม โดยใช้อูนิ (ไข่หอยเม่น) และสาหร่ายมากที่สุดในประเทศ (ปี 2568 ใช้อูนิ 3,800 กล่อง และสาหร่าย 2 ล้านโรล)

 

นอกจากนี้ ยังเป็นเอ็กซคลูซีฟ พาร์ทเนอร์ (Exclusive Partner) กับผู้ผลิตสาหร่ายกรอบจากญี่ปุ่น ทำให้กรอบอร่อยไม่เหมือนใคร จุดขายคือโรลสดใหม่เสิร์ฟทันที บรรยากาศโล่งโปร่งสบาย รสชาติหลากหลายจัดจ้านเหมาะคนไทย และสร้างการรับรู้ตลาดผ่านคู่แข่งที่เพิ่มขึ้น (ยิ่งแข่ง คนยิ่งรู้จักแฮนด์โรล)

 

 

 

3.กินง่ายเข้าได้กับทุกวัย

คาโนริ ยังมัดใจด้วยความใหม่แต่เข้าใจง่าย กินได้ทุกกลุ่มวัย (เด็ก-ผู้ใหญ่) โดยสร้างประสบการณ์โอมากาเสะพรีเมียมแต่ไม่เครียด ในบรรยากาศร้านสบาย ๆ ไม่มืดทึบ รสชาติสดใหม่คุณภาพสูง (อูนิ-สาหร่ายพรีเมียม) และราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบคุณภาพ

 

กลยุทธ์แนวคิดนี้ ยังทำให้คนรุ่นใหม่ติดใจความสด ความกรอบ และความพิเศษแบบเอ็กซคลูซีฟที่หาที่อื่นไม่ได้ และมียอดขายโตจากการบอกต่อแบบปากต่อปาก และขยายไปจนถึงการรีวิวบน GrabFood

 

4.โตแรง 2 ปีพาสู่รางวัล ทรัมป์ อัพ

ล่าสุด คาโนริ ยังคว้ารางวัล GrabThumbsUp Awards 2026 สาขาสุดยอดร้านอาหารขายดี (GrabFood Dine-out) จากยอดขายและจำนวนรีวิวสูงสุดบนแอป GrabFood (คะแนนความพึงพอใจสูง) มาจากการเติบโตต่อเนื่อง 2 ปีกว่า ๆ

จากปัจจุบัน คาโนริ เปิด 5 สาขา (ใจกลางเมือง) มีอัตราการหมุนเปลี่ยนใช้บริการโต๊ะสูง7-10 รอบ/วัน ไปพร้อมกับการรักษาคุณภาพสม่ำเสมอ ทำให้เป็นที่หนึ่งในใจลูกค้าแม้คู่แข่งเพิ่มขึ้น

 

5. แผนปี 2569 ขยาย 2 สาขา

สำหรับในปีนี้ คาโนริ วางแผนขยายสาขาเพิ่มอีก 1-2 แห่ง ในรูปแบบสแตนด์อะโลน ย่านที่อยู่อาศัย (Residential Area) หลังเปิดให้บริการครอบคลุมทำเลห้างใจกลางเมืองแล้ว นอกจากนี้ ยังมุ่งให้ความสำคัญสร้างความแข็งแกร่งภายในองค์กร เพื่อรองรับการขยายตัวธุรกิจในอนาคต ดังนี้

 

  • สร้างครัวกลางใหม่ คาดแล้วเสร็จไตรมาส 2 ปีนี้
  • เสริมซัพพลายเชน
  • ด้านทรัพยากรบุคคล
  • การรักษามาตรฐานคุณภาพ และเพิ่มคุณภาพสินค้า

 

แนวทางนี้ เพื่อรองรับการเติบโตยั่งยืน คาดในกรุงเทพฯ มีสาขาราว 10 แห่งเพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายพรีเมียม  นอกจากนี้ ยังมีแผนเตรียมสร้างแบรนด์ใหม่และบุกต่างประเทศในอนาคต

 

 

 

 

Alternate-X สรุปให้

 

 

‘KANORI Hand Roll Bar’ ร้านแฮนด์โรลเจ้าแรกในไทย เปิดตัวสิงหาคม 2566 โดยสามพี่น้องตระกูลกอบกุลสุวรรณ เติบโตอย่างก้าวกระโดด ภายใน 2 ปีเศษ ยอดขายทะลุ 400 ล้านบาทในปี 2568 (โตกว่า 100% จากปีก่อน) ขยายสาขาครบ 5 แห่งใจกลางเมือง จุดเด่นคือการเป็นรายแรก ‘First Mover’ พร้อมเลือกวัตถุดิบ ใช้อูนิและสาหร่ายพรีเมียมมากที่สุดในประเทศ (อูนิ 3,800 กล่อง, สาหร่าย 2 ล้านโรลต่อปี) ล่าสุดคว้ารางวัล GrabThumbsUp Awards 2026 สาขาสุดยอดร้านอาหารขายดี GrabFood Dine-out จากยอดขายและรีวิวสูงสุด ในปี 2569 วางแผนขยายสาขาเพิ่ม 1-2 แห่งในย่านที่อยู่อาศัย พร้อมสร้างครัวกลางใหม่และเสริมความแข็งแกร่งภายในองค์กรเพื่อโตอย่างยั่งยืน

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.