ในวันที่ 11 ก.พ. 2569 เป็นต้นไป ไทยจะใช้ค่าความหวานใหม่เครื่องดื่มชงสด ‘หวานปกติ = หวาน 50%’ หนึ่งในปัจจัยทำให้ JSP และ Bell ปรับเกมตลาดรังนก มูลค่าหมื่นล.บาทพร้อมแผนส่งออกจีน-เร่งขยายธุรกิจด้วยสูตร M&A เน้นเวลเนส
- ตลาดรังนกสำเร็จรูปไทยมูลค่า 10,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 5-8% ต่อปี แต่กลุ่มน้ำตาลน้อย/ไม่เติมน้ำตาลขยายตัวสูงถึง 15-20% ต่อปี จากพฤติกรรมคนรุ่นใหม่หันมารับประทานเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพทุกวันแทนของฝากเทศกาล
- JSP ร่วมกับรังนกเบลล์พัฒนาสูตร ‘รังนกผสมหล่อฮังก๊วย’ ใช้ความหวานจากธรรมชาติของหล่อฮังก๊วย แทนน้ำตาลสังเคราะห์ ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพและตลาดส่งออกจีนมูลค่า 200,000 ล้านบาท ที่กังวล NCDs เช่น เบาหวาน โรคอ้วน
- JSP วางกลยุทธ์ขยายธุรกิจปี 2569 ผ่าน M&A ในกลุ่ม Wellness ครอบคลุมอาหารเสริม สมุนไพร เครื่องสำอาง และเครื่องมือแพทย์ คาดเห็นดีลสำคัญอย่างน้อย 2 รายการ โดยเน้นธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตยั่งยืนและเข้าตลาด mai ในอนาคต
เครื่องดื่มรังนกสำเร็จรูปในไทยที่ผ่านมามักถูกมองเป็น ‘ของฝากตามเทศกาล’ ขณะที่ภาพของรังนกกำลังจะเปลี่ยนไปสู่การเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภควัยทำงานและคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับน้ำตาลและฟังก์ชันด้านสุขภาพมากขึ้น
ล่าสุด บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP ผู้ผลิตและทำตลาดเวชภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพร ร่วมกับ ‘รังนกเบลล์’ ขยายไลน์สินค้ารังนกผสมหล่อฮังก๊วย อีกหนึ่งมูฟเมนต์สะท้อนทิศทางตลาดเครื่องดื่มในกลุ่มเวลเนส (Wellness) ของไทยได้อย่างชัดเจน
พิษณุ แดงประเสริฐ รองประธานกรรมการบริหารสายงานขายและการตลาด JSP ให้ข้อมูล ภาพรวมตลาดรังนกสำเร็จรูปในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท และเติบโตเฉลี่ยปีละ 5–8% ส่วนตลาดส่งออก
ขณะที่ ‘จีน’ ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรม ด้วยมูลค่าตลาดราว 200,000 ล้านบาท และอัตราการเติบโตในระดับใกล้เคียงกัน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าจับตาคือการเติบโตของ ‘กลุ่มน้ำตาลน้อยและไม่เติมน้ำตาล’ ซึ่งขยายตัวสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาด โดยอยู่ที่ 15–20% ต่อปี สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค Gen Y และ Gen Z ที่มองรังนกในฐานะเครื่องดื่มให้คุณประโยชน์ (Functional Drink) มากกว่าสินค้าพรีเมียมตามฤดูกาล และต้องการประโยชน์ด้านสุขภาพโดยไม่แลกมากับน้ำตาลสังเคราะห์
“จุดนี้เองที่ทำให้ JSP ที่เชี่ยวชาญสมุนไพรในแบรนด์สุภาพโอสถ ซึ่งอยู่ในตลาดมากว่า 75 ปี มองเห็นโอกาสโดนร่วมกับรังนกเบลล์ พัฒนารังนกผสมหล่อฮังก๊วย สูตรเฉพาะจากสุภาพโอสถ”
โดย ผลิตภัณฑ์สูตรใหม่นี้ ยัวใช้ความหวานจากธรรมชาติของหล่อฮังก๊วย แทนน้ำตาล พร้อมสื่อสารภาพรังนกในฐานะเครื่องดื่มเพื่อดูแลสุขภาพที่ดื่มได้ทุกวัน
ด้าน ‘เบลล์-สุรชัย พิมพ์ประไพภรณ์’ กรรมการบริหาร ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็ม แอนด์ อาร์ ดิสทริบิวเตอร์ กล่าวถึง ความร่วมมือกับ JSP ในครั้งนี้ ยังสะท้อนทิศทางการปรับตัวของตลาดรังนกที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้บริโภคในประเทศอีกต่อไป
โดยเฉพาะตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของอุตสาหกรรมรังนกไทย และมีมูลค่าตลาดมากกว่า 200,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 90% ของตลาดส่งออกทั้งหมด
ขณะที่ พฤติกรรมผู้บริโภคชาวจีนในช่วงหลังมีลักษณะใกล้เคียงกับตลาดไทยมากขึ้น ทั้งความกังวลเรื่องโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวานและโรคอ้วน รวมถึงการลดการบริโภคน้ำตาล ส่งผลให้กระแส Sugar-Free และ Functional Food ขยายตัวต่อเนื่องในตลาดจีนเช่นเดียวกัน
จากบริบทดังกล่าว การพัฒนาผลิตภัณฑ์รังนกสูตรน้ำตาลจากธรรมชาติอย่าง ‘เบลล์รังนกผสมหล่อฮังก๊วย’ จึงถูกวางบทบาทเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการรักษาความสามารถในการแข่งขันของรังนกไทย ทั้งในตลาดภายในประเทศและตลาดส่งออก มากกว่าการเป็นเพียงการเปิดตัวสินค้าใหม่ในเชิงพาณิชย์
พร้อมกันนี้ ผลิตภัณฑ์ ‘เบลล์รังนกผสมหล่อฮังก๊วย ยังร่วมงานกับ ‘หนุ่ม กรรชัย’พิธีกรดังมาเป็นพรีเซนเตอร์ เพื่อสะท้อนตัวตนของผู้บริโภควัยทำงานที่ต้องการทางเลือกดูแลสุขภาพแบบเรียบง่าย น่าเชื่อถือ และเข้าถึงได้ทุกเจเนอเรชัน
JSP โตต่อไปด้วยกลยุทธ์ M&A
พิษณุ กล่าวต่อ สำหรับทิศทางการขยายธุรกิจเชิงโครงสร้างของ JSP ในระยะถัดไป โดยในปี 2569 เป็นต้นไป บริษัทจะให้มุ่งเติบโตผ่านกลยุทธ์ M&A การเข้าซื้อควบรวมกิจการมากขึ้น โดยโฟกัสไปที่ธุรกิจเวลเนส ครอบคลุมตั้งแต่ยา อาหารเสริม สมุนไพร เครื่องสำอาง ไปจนถึงเครื่องมือแพทย์
โดยในส่วนของรายละเอียดการลงทุน ยังต้องรอการอนุมัติจากบอร์ดบริหารในช่วงไตรมาสสอง ซึ่งรูปแบบการลงทุนอาจเป็นได้ทั้งการเข้าซื้อกิจการโดยตรง หรือการลงทุนลักษณะเวนเจอร์ แคปิตอล (Venture Capital) คาดในปีนี้ มีโอกาสเห็นอย่างน้อย 2 ดีลสำคัญ
ขณะที่ เงื่อนไขของการเข้าลงทุน ไม่ได้มองเพียงผลตอบแทนระยะสั้น แต่ต้องเป็นธุรกิจที่สามารถเติบโตเชิงกลยุทธ์ร่วมกับกลุ่ม JSP และมีศักยภาพในการเข้าสู่ LiVE Exchange และตลาด mai ในอนาคต โดยปัจจุบันบริษัทมีอัตราหนี้สินต่อทุน (DE Ratio) อยู่ที่ 0.7 ซึ่งยังสะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแรง
“ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร รัฐบาลหลังการเลือกตั้งจะหน้าตาเป็นยังไง ธุรกิจเดียวที่ยังเติบโตได้จริงคือ Wellness”
สิทธิชัย กล่าวอีกว่าคลื่นสุขภาพเป็นเมกะเทรนด์ที่ไม่ขึ้นกับวัฏจักรเศรษฐกิจหรือการเมือง และจะยังเป็นแกนหลักของการขยายอาณาจักร JSP ในช่วงหลายปีข้างหน้า

Alternate-X สรุปให้
ตั้งแต่ 11 ก.พ. 2569 ไทยปรับมาตรฐานความหวานเครื่องดื่มชงใหม่ “หวานปกติ = หวาน 50%” เพื่อลดน้ำตาล ลดเสี่ยง NCDs สอดคล้องกับเทรนด์สุขภาพทั่วโลก ขณะที่ ตลาดรังนกสำเร็จรูปไทยมูลค่า 10,000 ล้านบาท เติบโต 5-8% ต่อปี แต่กลุ่มน้ำตาลน้อย/ไม่เติมน้ำตาลพุ่งแรง 15-20% จากคนรุ่นใหม่ Gen Y-Z มองเป็น ฟังค์ชันนัล ดริ๊งค์ เป็นโอกาสของ JSP ร่วม ‘รังนกเบลล์’ เปิดตัวสูตรใหม่ ‘รังนกผสมหล่อฮังก๊วย’ ใช้ความหวานธรรมชาติจากหล่อฮังก๊วย มาเจาสายสุขภาพและตลาดส่งออกจีน (มูลค่า 200,000 ล้านบาท) พร้อมวางแผนโตต่อด้วย M&A ในกลุ่ม Wellness คาดเห็นดีลสำคัญอย่างน้อย 2 รายการในปี 2569



