บิ๊กซี วางยุทธศาสตร์ค้าปลีกลบภาพจำไฮเปอร์มาร์เก็ตสู่ บิสซิเนส อีโคซิสเต็ม เชื่อมชุมชนทั่วไทย เปิดใหม่ฟอร์แมต ‘The Color’ ไลฟ์สไตล์มอลล์ 6 ชั้น พร้อมรูฟท็อปกินดื่ม ดึงคนรุ่นใหม่
- The Color มูลค่า 4,000 ล้านบาท โครงการ 6 ชั้น พื้นที่ 27,000 ตร.ม. ค่าเช่าเฉลี่ย 1,000 บาท/ตร.ม. ตั้งเป้าเปิดไตรมาส 1 ปี 2570 บนทำเลแจ้งวัฒนะ 14
- ฐานลูกค้าและเครือข่ายแข็งแกร่ง มีสมาชิก 22.1 ล้านราย ลูกค้าประจำ 8–9 ล้านราย ด้วยเครือข่ายกว่า 1,600 ทัชพอยต์ และพาร์ทเนอร์ 7,000 ราย
- ปรับโมเดลสู่ คอมมูนิตี้ คอมเมิร์ซ (Community Commerce) เพิ่มประสบการณ์ อาหารคุณภาพ และกิจกรรมชุมชน หลังได้ผลลัพธ์ตัวอย่าง หางดง ลูกค้าโต 9% ยอดขายโต 16%
อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ในกลุ่มบีเจซี มองว่าอนาคตของธุรกิจค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ ไม่ใช่เพียงการขายสินค้าในพื้นที่ไฮเปอร์มาร์เก็ต แต่ต้องพัฒนาเป็นระบบนิเวศธุรกิจ (Business Ecosystem) เชื่อมโยงการค้า พื้นที่เชิงพาณิชย์ พันธมิตรธุรกิจ และชุมชนเข้าไว้ด้วยกัน
จากแนวคิดดังกล่าว ยังสอดคล้องการดำเนินงานของบิ๊กซี กว่า30 ปีที่ผ่านมา ต่อการทำโครงการค้าปลีกรูปแบบใหม่พร้อมขยายสาขาทั่วประเทศ ทั้งในหัวเมืองใหญ่และต่างจังหวัด เช่น แม่ฮ่องสอน อุทัยธานี เชียงแสน และเชียงของ เพราะเชื่อว่า ‘หากชุมชนเติบโต ธุรกิจก็เติบโตได้’
ขณะที่โจทย์สำคัญ ธุรกิจค้าปลีกในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่การแข่งขันด้านราคา แต่เป็นการแข่งกับ ‘ความสะดวกและเวลา’ ด้วยผู้บริโภคสามารถสั่งสินค้าผ่านมือถือและส่งถึงบ้านได้ทันที
“ฟิซิคัล มอลล์ ยังต้องตอบโจทย์ความรวดเร็ว ความคุ้มค่า และประสบการณ์ที่ออนไลน์ทดแทนไม่ได้”

The Color นำร่องภาพจำใหม่ Big C
ล่าสุด บริษัทฯพัฒนาโครงการห้างค้าปลีกฟอร์แมตใหม่ภายใต้แบรนด์ ‘The Color’ มูลค่า 4,000 ล้านบาท บนทำเลถนนแจ้งวัฒนะ 14 ในรูปแบบไลฟ์สไตล์มอลล์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ ไปพร้อมลบภาพจำแบบเดิมไฮเปอร์มาร์เก็ต (Hypermarket) ที่ผู้บริโภคบางส่วนมองว่าเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ เดินไกล ไม่ทันสมัย
“การรีเฟรชแบรนด์ด้วยฟอร์แมตใหม่ The Color จะยังช่วยสร้างภาพลักษณ์สดใหม่ ดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ และเพิ่ม Tenant รายใหม่ที่ไม่อยู่ในกลุ่มเดิม”
ขณะเดียวกัน การขยายธุรกิจค้าปลีกฟอร์แมตของบิ๊กซี ครั้งนี้จะยังสร้างประสบการณ์ด้านต่างๆ เช่น อาหารคุณภาพดี สินค้าโฮมเมด สินค้าท้องถิ่น หรือร้านลับในท้องถิ่น (Hidden Gems) รวมถึงร้านระดับ Michelin Guide ที่เข้ามาเสริมความแตกต่าง
“ตัวอย่างที่หางดง เชียงใหม่ หลังปรับศูนย์อาหารr พบว่าจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น 9% และยอดขายเติบโต 16%”
โดยแนวทางดังกล่าว ยังเป็นส่วนหนึ่งกลยุทธ์สร้างการจดจำในอนาคตให้ลูกค้านึกถึงหมวดสินค้าแล้วต้องนึกถึงบิ๊กซีทันที เช่น หากเข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้าแผนกซูเปอร์มาร์เก็ต อย่างหมวดแซลมอน ซึ่งปัจจุบันมียอดขายสูงกว่า 60 ตันต่อสัปดาห์ รวมถึงสินค้ากลุ่มแบรนด์ไพรเวท (Private Label) ที่ใช้เป็นแม่เหล็กดึงลูกค้าด้วยราคาคุ้มค่า
อัศวิน กล่าวต่อสำหรับโครงการ The Color ซึ่งเป็นโมเดลไหม่ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งทั้งในมิติของบิ๊กซีและกลุ่มบีเจซีในหลายด้าน อาทิ
- สร้างคอมมูนิตี้ คอมเมิร์ซ (Community Commerce) ระหว่างบิ๊กซีและพันธมิตร คือ จำหน่ายสินค้าและสร้างประสบการณ์ เช่น ลานกิจกรรมกีฬา งานเทศกาลท้องถิ่น และ Co-working Space เพื่อเพิ่มระยะเวลาการใช้บริการ ซึ่งส่งผลต่อยอดขายโดยตรง
- ขยายระบบนิเวศธุรกิจของบีเจซี จากการมีเครือข่ายกว่า 1,600 ทัชพอยต์s และสมาชิกมากกว่า 22.1 ล้านราย แบ่งสัดส่วนเป็นกลุ่มลูกค้าประจำราว 8–9 ล้านราย ทำให้สามารถใช้ข้อมูลพัฒนาสินค้า บริหารสต็อก และออกแบบโปรโมชันได้แม่นยำขึ้น พร้อมเป้าหมาย ให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอย่างน้อย 10 ครั้งต่อปี และเปลี่ยนเป็นแฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์
- ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ โดยบริษัทฯ มีการทำแผนทบทวนธุรกิจ (Business Review) ร่วมกับพันธมิตรคู่ค้า เพื่อลดต้นทุนซัพพลายเชน ปรับระบบ Inventory และทดลองโมเดลลงทุนต่ำ คืนทุนเร็ว เช่น Pop-up Store และคาราวานสินค้า เพื่อทดสอบความเหมาะสมของสินค้าในแต่ละพื้นที่ก่อนขยายจริง
- สร้างโอกาสพันธมิตร โดยบิ๊กซีเปิดพื้นที่ให้พันธมิตรเข้ามาร่วมธุรกิจในรูปแบบยืดหยุ่น ทำให้ทั้งผู้เช่าและแพลตฟอร์มเติบโตไปด้วยกัน


ปัจจุบันบิ๊กซีมีสาขารวมประมาณ 1,490 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุม 5 ฟอร์แมตหลัก ได้แก่
- ไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่
- Big C Place
- Big C Community
- Big C Common
- Mini Big C ขนาด 200–300 ตารางเมตร
โดยใน 3–5 ปีข้างหน้า บริษัทวางแผน เปิดใหม่บิ๊กซี 2 สาขา คือ 1. สาขาในโครงการลานนาทีค (Lanna Tique) จังหวัดเชียงใหม่ และ สาขาอุดมสุข กรุงเทพฯ พร้อมแผนปรับโฉมใหม่ (Renovate) ใน 18 สาขา อาทิ สาขาเชียงราย อุดรธานี พัทยา สุรินทร์ และดอนเมือง (พื้นที่ประมาณ 34,000 ตารางเมตร) เพื่อให้เข้าถึงง่าย ทันสมัย และแข่งขันได้

The Color 6 ชั้น พื้นที่กินดื่ม-ใช้ชีวิต
ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ และ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี ในเครือ ที.ซี.ซี เปิดเผยว่า แนวทางบริหารธุรกิจค้าปลีกกลุ่มบีเจซี จากนี้ไปในอนาคตจะสร้างความหลายรูปแบบแบรนด์ค้าปลีก (Retail Format) ศูนย์การค้าชุมชน (Community Mall) เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายในแต่ะพื้นที่ ทึ่มีความต้องการเชิงลึกแตกต่างกันออกไปในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย
“บิ๊กซี เป็นแบรนด์ที่ยังไปต่อ แต่การมีฟอร์แมตเพิ่มจะเติมความหลากหลายให้สามารถเข้าถึงทาเนนต์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเพื่อสร้างการเติบโตไปในแต่ละพื้นที่ชุมชนร่วมกัน”
สำหรับห้างค้าปลีกฟอร์แมตใหม่ ‘The Color’ ตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ 14 วางแนวคิดพื้นที่การใช้ชีวิต ‘A PLACE TO LIVE’ ในรูปแบบไลฟ์สไตล์มอลล์ บนทำเลศักยภาพเชื่อมต่อถนนแจ้งวัฒนะและถนนสรงประภา รายล้อมย่านชุมชนกว่า 48,500 ครัวเรือน ด้วยโครงการที่อยู่อาศัยกว่า 200 แห่ง ด้วยจำนวนประชากรในย่านนี้มากกว่า 800,000 คน
โครงการฯ คาดจะดำเนินแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในไตรมาสแรกปี 2569 มี 6 ชั้น ประกอบด้วยพื้นที่ให้บริการดังนี้
- ชั้นรูฟ ท้อป (RF) พื้นที่ร้านอาหารและบาร์ เปิดให้บริการในช่วงค่ำคืน (Late Night)
- ชั้น 4 (4F) พื้นที่ความบันเทิงและความงาม (Entertainments&Beauty Wellness Zone)
- ชั้น3 (3F) พื้นที่บริการด้านการเงินธนาคารและไอที (Bank & IT Zone)
- ชั้น2 (2F) พื้นที่ร้านอาหารทานสะดวก (Quick & Easy Restaurant Zone)
- ชั้น1 (1F) พื้นที่ร้านค้า ร้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Restaurant Zone)
- ชั้นเบสเมนต์ (B1) พื้นที่จอดรถและบริการต่างๆ (Parking & Service)
สำหรับโครงการฯ จะมีพื้นที่ค้าปลีกราว 27,000 ตารางเมตร คิดค่าเช่าพื้นที่ในอัตราปกติเฉลี่ย 1,000 บาทต่อตารางเมตร
ฐาปณี กล่าวต่อว่าบริษัทฯ วางแนวทางการทำงานร่วมกับพันธมิตรคู่ค้าธุรกิจในปัจจุบันราว 7,000 ราย ยังจะไปพร้อมกับการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกในฟอร์แมตใหม่ ๆ ในแต่ละชุมชน พื้นที่จังหวัดที่มีความเหมะสมกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละพื้นที่ในอนาคตต่อไป
Alternate-X สรุปให้
บิ๊กซีปรับยุทธศาสตร์จากไฮเปอร์มาร์เก็ตสู่แพลตฟอร์มระบบนิเวศธุรกิจ (Business Ecosystem) เชื่อมการค้า อสังหา และชุมชน เปิดตัว ‘The Color’ ไลฟ์สไตล์มอลล์มูลค่า 4,000 ล้านบาท บนถนนแจ้งวัฒนะ 14 รีเฟรชภาพจำใหม่ เพิ่มร้านอาหาร Hidden Gems และรูฟท็อปกลางคืน ใช้ฐานสมาชิก 22.1 ล้านราย และ 1,600 ทัชพอยต์ ขยายการค้าชุมชน (Community Commerce)วางแผนปี 2569 เปิด 2 สาขาใหม่ รีโนเวต 18 สาขา ในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า




