บิ๊กซี ลงทุน8,000ล้านบาท เปิด 200 สาขาใหม่ปรับโฉมใหม่ 18 สาขา แผนปต่อในเกมค้าปลีกอนาคตมุ่งสู่พื้นที่ค้าปลีกไลฟ์สไตล์ชุมชน
- ลงทุน 8,000 ล้านบาท เดินหน้าขยายธุรกิจ บิ๊กซีเตรียมเปิดสาขาใหม่กว่า 200 แห่งทั่วประเทศ พร้อมลงทุนในพื้นที่ศักยภาพสูงเพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว
- ปรับพอร์ตสาขาตามศักยภาพทำเล เปลี่ยนจากการแข่งจำนวนสาขา สู่การคัดเลือกโลเคชันคุณภาพ เพื่อให้ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ได้แม่นยำขึ้น
- เปลี่ยนห้างสู่ไลฟ์สไตล์ Community Destination รีโนเวตสาขาใหญ่ 18 แห่ง ภายใต้แนวคิด Better Store เพิ่มร้านอาหาร กิจกรรม และพื้นที่ไลฟ์สไตล์ สร้างประสบการณ์มากกว่าการจับจ่าย
‘บิ๊กซี’ ประกาศขยับใหญ่ลงทุนกว่า 8,000 ล้านบาทในปี 2569 เปิดสาขาใหม่มากกว่า 200 แห่ง พร้อมปรับปรุงสาขาเดิมครั้งใหญ่ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของ ‘บิ๊กซี’โมเดลค้าปลีกยุคใหม่
สำหรับมูลค่าการลงทุน 8,000 ล้านบาทในรอบนี้ อาจไม่ได้สะท้อนแค่ความมั่นใจการลงทุนของบิ๊กซี…แต่อาจหมายถึงการเดิมพันกับโครงสร้างค้าปลีกระยะยาวของ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ภายใต้มือบริหาร ‘อัศวิน เตชะเจริญวิกุล’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่
สำหรับการลงทุนครั้งนี้ บิ๊กซี ยังต้องการส่งสัญญาณว่าเชื่อมั่นในศักยภาพเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่กำลังซื้อยังเปราะบางในเวลานี้ก็ตาม พร้อมวัดใจการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในอนาคต ที่จะเป็นโอกาสการเติบโตธุรกิจด้วย
จากในช่วงก่อนหน้า บิ๊กซี มีการปรับรูปแบบการดำเนินงานของบางสาขา ซึ่งอาจถูกมองว่าเป็นการลดขนาดธุรกิจ แต่ก็อาจมีความเป็นไปได้ว่าเป็นการจัดสรรทรัพยากรใหม่ จากการนำเงินลงทุนในพื้นที่สาขาที่เติบโตจำกัด ไปสู่พื้นที่ที่มีศักยภาพสูงกว่า
อัศวิน กล่าวว่า กล่าวว่า ทิศทางธุรกิจค้าปลีกในปัจจุบันไม่ได้แข่งขันเพียงเรื่องจำนวนสาขา แต่ให้ความสำคัญกับ ‘คุณภาพของโลเคชัน’ และ “ความสามารถในการตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่…แนวคิดนี้สะท้อนว่าในอนาคต บิ๊กซีจะไม่ได้ใช้โมเดลเดียวกับทุกพื้นที่อีกต่อไป
โดยสาขาขนาดใหญ่ จะถูกวางในพื้นที่ที่รองรับการเป็นศูนย์กลางชุมชนและไลฟ์สไตล์ ขณะที่สาขาขนาดเล็กจะทำหน้าที่เข้าถึงลูกค้าใกล้บ้านและตอบโจทย์ความสะดวกในชีวิตประจำวันมากขึ้น
จากแนวทางดังกล่าว สะท้อนทิศทางบิ๊กซี กำลังเปลี่ยนจากการบริหารเครือข่ายค้าปลีกแบบค้าปลีกตลาดทั่วไป (Mass Retail) ไปสู่การบริหารเครือข่ายแบบเฉพาะเจาะจงชุมชน (Localized Retail) ที่ให้ความสำคัญกับความแตกต่างของแต่ละพื้นที่
สู่ฟอร์แมต คอมมูนิตี้ เดสติเนชั่น
อัศวิน บอกถึงอีกหนึ่งแกนสำคัญของยุทธศาสตร์ครั้งนี้ คือแนวคิด ‘Better Store’ โดย บิ๊กซีเตรียมรีโนเวตสาขาขนาดใหญ่เพิ่มเติมอีก 18 แห่ง โดยต้องการเปลี่ยนบทบาทของสาขาให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของผู้คน
ด้วยภายในสาขาจะเพิ่มองค์ประกอบด้านไลฟ์สไตล์มากขึ้น อาทิ
- ร้านอาหาร
- ร้านค้าเฉพาะทาง
- พื้นที่กิจกรรม
- รูปแบบ Tenant Mix ใหม่ ๆ
ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มเวลาการใช้บริการของลูกค้า และสร้างความผูกพันกับผู้บริโภคทุกเจเนอเรชัน ซึ่งแนวทางเหล่านี้ เป็นแนวโน้มเดียวกับค้าปลีกระดับโลกที่กำลังเปลี่ยนห้างจาก ‘สถานที่ซื้อสินค้า’ ให้กลายเป็น ‘สถานที่ใช้ชีวิต’
สอดคล้องกับ บิ๊กซีเชื่อว่าการเติบโตไม่ได้อยู่ที่การกระจายสาขาให้มากที่สุดอีกต่อไป แต่จากนี้ไป คือการเข้าไปอยู่ในทำเลที่ตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนแต่ละพื้นที่ได้มากที่สุด ทำให้การลงทุน บิ๊กซี ในรอบนี้ ครอบคลุม เมืองหลัก เมืองรอง และชุมชนศักยภาพใหม่ เพื่อขยายฐานลูกค้าในจุดที่ยังมีโอกาสเติบโตสูง
โดยหลังจากการลงทุนและปรับพอร์ตสาขาแล้วเสร็จ บิ๊กซีจะมีโครงสร้างธุรกิจที่ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยมีทั้งสาขาขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่ ดังนี้
- Lifestyle & Community Destination
- สาขาขนาดเล็กที่เข้าถึงผู้บริโภคในระดับชุมชน
ผลลัพธ์ที่ได้ ยังทำให้ ‘บิ๊กซี’ เปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจค้าปลีกที่ตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่แตกต่างกันในแต่ละทำเลได้แม่นยำขึ้น จากการจัดพอร์ตธุรกิจค้าปลีกใหม่ทั้งระบบ
โดยเปลี่ยนจากผู้เล่นไฮเปอร์มาร์เก็ตแบบดั้งเดิม สู่เครือข่ายค้าปลีกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ทำเล และประสบการณ์ผู้บริโภคระยะยาว ตามเทรนด์อนาคตในที่สุด
ปัจจุบัน บิ๊กซี มีสาขาขนาดใหญ่ในประเทศไทย กัมพูชา และลาว รวม 208 สาขา แบ่งเป็น
- ไฮเปอร์มาร์เก็ต 154 สาขา
- ซูเปอร์มาร์เก็ต 54 สาขา
- บิ๊กซีมินิอีก 1,527 สาขา
- เขตบริหารพิเศษฮ่องกง 19 สาขา
ข้อมูลจาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุผลประกอบการ ผลประกอบการบิ๊กซี (ภายใต้การดำเนินงานของบริษัทแม่ บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ หรือ BJC) รอบปี 2568
- รายได้รวม 163,601 ล้านบาท
- กำไรสุทธิ 4,011 ล้านบาท




