AWC ลงทุนแสนล.บาทใน5 ปี มี 35 โรงแรม 9,312 ห้องพัก รับท่องเที่ยวโลก

AWC แผน5 ปีลงทุน 100,000 ล้านบาท ขยายพอร์ตโรงแรมลักซูรี-ไลฟ์สไตล์ ดึงแบรนด์ระดับโลก Ritz-Carlton, Nobu, Fairmont ปลายทางเที่ยวคุณภาพ ตั้งเป้าสินทรัพย์ทะลุ 300,000 ล้านบาท และ 9,312 ห้องพักภายในปี 2573

 

  • AWC ปั้นพอร์ตลักซูรีระดับโลกวางงบลงทุนระยะ 5 ปี (2569-2573) กว่า 100,000 ล้านบาท เร่งขยายโรงแรม-ไลฟ์สไตล์ แลนด์มาร์กใหม่ในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา และต่างประเทศ
  • ขยายพอร์ตโรงแรมลักซูรี AWC ดึงแบรนด์ Fairmont, Ritz-Carlton, Kimpton, Nobu และ Plaza Athenee พร้อมขยายพอร์ตสู่ 35 โรงแรม 9,312 ห้อง มูลค่าสินทรัพย์รวมเกิน 300,000 ล้านบาท ในปี 2573
  • เอเชียทีคโตแรง รับเทรนด์ Edutainment-ท่องเที่ยวคุณภาพสูง Jurassic World และ SkyFlyers ดันทราฟฟิก-ค่าเช่าโตต่อเนื่อง พร้อมเปิด Hatch Dome ชูโมเดล Edutainment ปั้นเอเชียทีคสู่ Global Destination

 

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC  ผู้บริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โรงแรมและคอมเมอร์เชียล อาคารสำนักงาน เปิดเผยว่า AWC ตั้งงบลงทุนพัฒนา ขยาย ปรับปรุงโครงการ (CARPEX) ระยะเวลา 5ปี (2569-2573) ราว 100,000 ล้านบาท) ตั้งเป้าขยายโรงแรมและอสังหาฯ ระดับลักซูรี อย่างต่อเนื่อง พร้อมลงทุน ‘โปรเจกต์ไอคอนิก’ จะมีโครงการสำคัญ เช่น

 

  • แฟร์มอนต์ แบงคอก สุขุมวิท (Fairmont Bangkok Sukhumvit)
  • พลาซ่า แอทธินี โนบุ โฮเทล นิวยอร์ก (Plaza Athenee Nobu Hotel New York)
  • เดอะ ริตซ์-คาร์ลตัน แบงคอก เดอะ ริเวอร์ไซด์ (The Ritz-Carlton Bangkok, The Riverside)
  • เวิ้งนาครเกษม เยาวราช (Woeng Nakornkasem Yaowaraj)
  • ลานนาทีค (Lannatique ) เชียงใหม่

 

ขณะเดียวกันบริษัท ยังใช้โมเดล AWC Growth Fund (AWC GR Fund) กลยุทธ์การลงทุนอสังหาฯ ในการขยายธุรกิจและพัฒนาโครงการเพื่อลดภาระหนี้สินในช่วงแรก ก่อนซื้อคืน 100% เมื่อสร้างรายได้ ในโปรเจกต์สำคัญทั้งในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และ พัทยา ชลบุรี เบื้องต้นใน 4  โครงการ คือ เวิ้งนาครเกษม เยาวราช, โครงการลานนาทีค เชียงใหม่ , โครงการโรงแรม พลาซ่า แอทธินี นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา (ความร่วมมือระหว่างพันธมิตรธุรกิจ Nobu Hospitality) และ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ สุขุมวิท กรุงเทพ โฮเทล และ สปา (The Okura Prestige Sukhumvit Bangkok Hotel and Spa)

 

 

จัดพอร์ตโรงแรมหรูรับท่องเที่ยวลักซูรี

 

วัลลภา กล่าวว่าทิศทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับแผนธุรกิจ AWC โดยมุ่งขยายพอร์ตฯโรงแรมลักซูรีระดับโลก  จากในปี 2569 นี้มีสินทรัพย์ 25 โรงแรม จำนวน 7,253 ห้อง ใน 17 แบรนด์ พร้อมวางแผนเพิ่มจำนวนโรงแรมและห้องพักเกือบ 3 เท่า เพื่อรองรับดีมานด์ตลาดไฮเอนด์ กลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง เช่น

 

  • นักท่องเที่ยวหรู/ลูกค้าระดับพรีเมียม
  • กลุ่ม MICE
  • การท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ (Leisure / Bleisure)

 

โดยจะดึงแบรนด์โรงแรมระดับโลกเข้าพอร์ตฯ นี้ อาทิ แฟร์มอนต์ (Fairmont), ริตซ์-คาร์ล (Ritz-Carlton) ตัน, คิมป์ตัน (Kimpton), โนบุ (Nobu) และ พลาซ่า แอทธินี  (Plaza Athénée) โดยภายในปี 2573 จะมีสินทรัพย์ 35 โรงแรม จำนวน 9,312 ห้อง จาก 21 แบรนด์ เติบโต 36% จากแผนงานที่วางไว้ (Pipeline) รวมมูลค่าสินทรัพย์รวม (GAV) มากกว่า 300,000 ล้านบาท

 

วัลลภา กล่าวต่อ สำหรับปี 2569 AWC ยังใช้งบลงทุนราว 10,000-20,000 ล้านบาทต่อปีตามแผนขยายพอร์ตโฟลิโอผ่านโครงการสำคัญในทำเลศักยภาพ ทั้งในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา ชลบุรี อาทิ โรงแรมแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท และ โครงการลานนาทีค กาแล เฟส 1 จังหวัดเชียงใหม่

 

ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการเติบโตของพอร์ตธุรกิจ และการพัฒนาแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ระดับโลก และเป็นส่วนหนึ่งสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก เพื่อรองรับนักเดินทาง/ท่องเที่ยวคุณภาพทั้งต่างชาติและคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มหลังที่มีแนวโน้มขยายการเติบโตสูงขึ้นในช่วงปลายปีต่อเนื่องจนถึงในไตรมาสแรกปีนี้

 

จากแนวโน้มดังกล่าว ผลักดันให้ผลดำเนินงานในไตรมาสแรกปี 2569 กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการมีรายได้รวม 4,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.0% (YoY) และมีกำไรจากการดำเนินงาน (BU EBITDA) 1,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% (YoY) มีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักของโรงแรมเดิม (Same-store RevPAR) ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักของโรงแรมเดิม (Same-store RevPAR) เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดที่ 5,230 บาทต่อคืน

 

“ปัจจัยการเติบโตยังมาจากดีมานด์นักท่องเที่ยวคุณภาพสูงในจุดหมายปลายทางหลัก ที่ AWC มีพอร์ตโฟลิโอโรงแรมรองรับในจุดหมายปลายทางสำคัญทั่วประเทศ”

 

นอกจากนี้ การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงแรมเดิม อาทิ

  • กลุ่มโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่มี RevPAR เติบโต 26% (YoY) จากการฟื้นตัวของดีมานด์นักท่องเที่ยวคุณภาพสูง
  • กลุ่มรีสอร์ตลักซูรี จังหวัดกระบี่ และเกาะสมุย เติบโตต่อเนื่อง
    • โรงแรมบันยันทรี เกาะสมุย สร้างอัตราห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) สูงสุดถึง 33,000 บาทต่อคืนในเดือนมกราคม 2569

 

ขณะเดียวกัน AWC เริ่มเห็นการต่อยอดการลงทุนในทรัพย์สินใหม่ไปสู่การสร้างรายได้และกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง ผ่านการทยอยรับรู้รายได้จากโรงแรมใหม่ที่เปิดดำเนินการในปี 2568 ได้แก่

 

  • โรงแรม มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย
  • โรงแรม จูบิลี เพรสทีจ รัชดาภิเษก
  • โรงแรม พัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา (ทำอัตราการเข้าพักสูงสุดที่ 74%)
  • โรงแรม มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย (ทำอัตราการเข้าพักสูงสุดที่ 83% ในไตรมาส 1/2569 พร้อม RevPAR ที่เติบโตทุกไตรมาสนับตั้งแต่เปิดดำเนินการ)

 

ไตรมาส1/2569 กำไรเฉียด2 พันล.

 

วัลลภา กล่าวต่อว่า สำหรับไตรมาส 1/2569ที่ผ่านมา AWC มีรายได้รวม 6,776 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% (YoY) และมีกำไรสุทธิ 1,986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% (YoY) ขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) อยู่ที่ 3,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% (YoY) โดยทั้งสามรายการทำระดับสูงสุดใหม่ของบริษัท จากการเติบโตของพอร์ตธุรกิจเดิม การทยอยรับรู้รายได้จากทรัพย์สินใหม่ และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกกลุ่มธุรกิจ

 

โดย AWC ยังรักษาโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง มีพอร์ตทรัพย์สินคุณภาพมูลค่า 221,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% (YoY) และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E Ratio) อยู่ที่ 0.87 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม พร้อมกันนี้ ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตรา 0.080 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 6.7% (YoY)

 

“ผลงานไตรมาสนี้ สะท้อนทิศทาง AWC ภายใต้กลยุทธ์ Sustainable Growth-led Strategy ที่มุ่งการเติบโตระยะยาว ผ่านการผสานความแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม คอมเมอร์เชียล และไลฟ์สไตล์ รวมถึงการเปิดตัวและพัฒนาโครงการใหม่ในปีที่ผ่านมา ต่อยอดการเติบโตของ AWC ทั้งด้านรายได้ มูลค่าสินทรัพย์ และความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก”

 

ทั้งนี้ จากการต่อยอดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยว การพักผ่อน และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน ส่งผลให้พอร์ตธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมีรายได้รวม 1,222 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.0% (YoY) นำโดย ‘เอ-ญ่า’ รูฟทอป แอท ดิ เอ็มไพร์ ที่สร้างรายได้สูงสุดกว่า 158 ล้านบาทในไตรมาสนี้ รวมถึงร้านอาหารและประสบการณ์ใหม่ที่ช่วยเสริมความสมบูรณ์ให้กับระบบนิเวศด้านไลฟ์สไตล์ของบริษัท

 

เอเชียทีคฯ ค่าเช่าโต 5%

 

ขณะที่กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียล มีรายได้รวม 2,632 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% (YoY) และมีกำไรจากการดำเนินงาน (BU EBITDA) 2,239 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% (YoY) หากไม่รวมกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน รายได้เติบโต 16.3% (YoY) สู่ 1,175 ล้านบาท และ BU EBITDA เติบโต 15.0% (YoY) สู่ 781 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตที่แท้จริงของทั้งกลุ่มศูนย์การค้าและอาคารสำนักงาน

 

โดยหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญ คือ โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ซึ่งยังคงขยายตัวจากการพัฒนาโมเดลประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยว  มีรายได้ค่าเช่าเติบโต 15% (YoY) และกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) เติบโต 21% (YoY) จากอัตราการเช่าพื้นที่ที่เพิ่มขึ้น 4% (YoY) สู่ระดับ 81% ค่าเช่าเฉลี่ยที่สูงขึ้น 5% (YoY) และทราฟฟิกผู้ใช้บริการเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 16% (YoY) จากความสำเร็จของโครงการ Jurassic World: The Experience และ SkyFlyers: Wings of Garudapterus ที่ช่วยดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ

 

พร้อมกันนี้ AWC ยังเปิดตัว ‘Better World Better Future’ แลนด์มาร์กใหม่ด้าน Edutainment ณ Hatch Dome เพื่อส่งเสริมเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น สู่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและประสบการณ์ระดับโลก ผ่านการผสานความบันเทิง เทคโนโลยี และการเรียนรู้ด้านความยั่งยืนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายให้แก่ผู้มาเยือนในทุกกลุ่มอายุ พร้อมสนับสนุนศักยภาพการเติบโตระยะยาวของโครงการ

 

อ่านเนื้อหา อื่นที่เกี่ยวข้อง

 

ขณะที่ กลุ่มศูนย์การค้าโดยรวม BU EBITDA เติบโต 35% (YoY) และอัตราการเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้น 4% (YoY) จาก 73% เป็น 77% พร้อมทราฟฟิกผู้ใช้บริการที่เติบโต 6% (YoY)

 

สำหรับกลุ่มอาคารสำนักงาน  AWC ยังรักษาเสถียรภาพกระแสเงินสด โดยมี BU EBITDA เติบโต 2% (YoY) จากการพัฒนาอาคารภายใต้แนวคิด Lifestyle Workplace นำโดยโครงการดิ เอ็มไพร์ ภายใต้แนวคิด ‘The Empire Reimagined’ รวมถึงการรับรู้รายได้จากอาคารสำนักงานใหม่ จูบิลี เพรสทีจ ทาวเวอร์ บนทำเลศักยภาพย่านรัชดา ที่ช่วยรองรับการเติบโตของพอร์ตในระยะยาว

 

 

 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.