เซ็นทรัลพัฒนา x นิปปอนเพนต์ สู่แผนพัฒนาพื้นที่ด้วยดีไซน์ยั่งยืน Sustainability by Design

เปิดวิสัยทัศน์ ‘เซ็นทรัลพัฒนา’  ผู้พัฒนาศูนย์การค้าแห่งความยั่งยืนเพื่ออนาคต กับการพัฒนาพื้นที่ที่เริ่มจากผู้คน สู่ ‘Sustainability by Design’ จับมือ ‘นิปปอนเพนต์’ พันธมิตรสีนวัตกรรม ร่วมสนับสนุนสู่ความยั่งยืน

 

“เซ็นทรัลพัฒนา” ผู้พัฒนาศูนย์การค้าอันดับ 1 ของไทย เปิดวิสัยทัศน์การพัฒนาศูนย์การค้าคุณภาพที่มองไกลกว่าการสร้างพื้นที่เพื่อการใช้ชีวิตในวันนี้ โดยมุ่งความสำคัญกับการสร้างคุณค่าให้ผู้คน ชุมชน และเมือง ควบคู่ไปกับการอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ผ่านแนวคิด “Imagining better futures for all” และหลัก “Sustainability by Design” ที่บูรณาการความยั่งยืนตั้งแต่การวางมาสเตอร์แปลน การออกแบบอาคารและภูมิทัศน์ การเลือกใช้วัสดุ การก่อสร้าง ไปจนถึงการบริหารจัดการพื้นที่และการทำงานร่วมกับผู้เช่า โดยมี “นิปปอนเพนต์” สีนวัตกรรมระดับสากลผู้ครองอันดับ 1 ของเอเชียจากประเทศญี่ปุ่น ร่วมเป็นพันธมิตรด้านความยั่งยืน

คุณชาตรี โกวิทานุพงศ์ กรรมการผู้จัดการ สายงาน Project Development บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ฉายมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาศูนย์การค้าของเซ็นทรัลพัฒนา ภายใต้นิยาม “ศูนย์การค้าคุณภาพ” ผ่านแนวคิด “Imagining better futures for all” ว่า เนื่องจากปัจจุบันศูนย์การค้าเปรียบเสมือน “Third Place” ในชีวิตของผู้คน ศูนย์การค้าในวันนี้จึงต้องคำนึงถึงการตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างครบถ้วน (Customer-Centricity) ตั้งแต่การคัดสรรร้านค้า ร้านอาหาร การออกแบบการเดินทางเข้า – ออกภายในศูนย์การค้า พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

ขณะเดียวกันศูนย์การค้าจะต้องเป็นพื้นที่ที่สร้างคุณค่าให้กับชุมชนและเมือง พร้อมอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน จึงทำให้ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนนับเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของเซ็นทรัลพัฒนา ดังนั้นการวางเป้าหมายขององค์กรเพื่อมุ่งไปสู่ Net Zero 2050 ทำให้ความยั่งยืนมิใช่ปัจจัยที่เติมเข้ามาในภายหลังหรือเป็นเพียงทางเลือก แต่ถือเป็นสิ่งที่ต้องบูรณาการเข้ากับวิธีคิดในการออกแบบศูนย์การค้าตั้งแต่ต้นตามหลักการ “Sustainability by Design” ซึ่งทำให้โครงการและศูนย์การค้าภายใต้เซ็นทรัลพัฒนาล้วนได้รับมาตรฐานด้านความยั่งยืนระดับสากลหรือระดับประเทศ เช่น LEED, TREES, EDGE, WELL Building Standard, Resilient Design ยิ่งไปกว่านั้น เซ็นทรัลพัฒนายังได้รับการคัดเลือกใน DJSI World ต่อเนื่อง 8 ปี และ DJSI Emerging Markets ต่อเนื่อง 12 ปี พร้อมอยู่ใน Top 10% of the S&P Global Sustainability Yearbook สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบนิเวศด้านความยั่งยืนได้อย่างแข็งแกร่ง

คุณชาตรีกล่าวต่อว่า การวางแนวคิดด้านความยั่งยืนตั้งแต่ต้นนั้น หมายถึงกระบวนการสร้างโครงการแต่ละแห่งของเซ็นทรัลพัฒนา จะมีปัจจัยด้านความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งมาตั้งแต่เริ่มวางมาสเตอร์แปลนโครงการ การออกแบบภูมิทัศน์ การออกแบบอาคาร การคัดเลือกวัสดุระหว่างการก่อสร้าง การบริหารโครงการ ไปจนถึงการสร้างความร่วมมือกับผู้เช่าเพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางด้านความยั่งยืนของศูนย์ฯ

วิธีคิดเหล่านี้สะท้อนให้เห็นเป็นรูปธรรมผ่านกลุ่มโครงการของเซ็นทรัลพัฒนา ที่เริ่มต้นการออกแบบจากความเข้าใจผู้คนและบริบทของเมือง ควบคู่กับการสร้างคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต มีการนำนวัตกรรมการออกแบบผสมผสานธรรมชาติเข้ามาในศูนย์ฯ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับลูกค้า เช่น เซ็นทรัล พาร์ค (Central Park) ที่มีการสร้าง Roof Park บนดาดฟ้าขนาด 7 ไร่ พร้อมเส้นทางเดินและออกกำลังกาย เพื่อเป็นดั่งส่วนต่อขยายของสวนลุมพินี ช่วยเชื่อม ‘Park Life’ เข้ากับ ‘Urban Life’ ได้เป็นเนื้อเดียวกัน เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ (Central Northville) ศูนย์การค้าที่พัฒนาภายใต้แนวคิด Biophilic Design นำธรรมชาติมาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประสบการณ์ภายในอาคาร พร้อมสร้างสรรค์พื้นที่ Sports & Wellness, Multigeneration Community และ Pet-Friendly เพื่อคุณภาพชีวิตของผู้คน หรือ เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส (Central Khonkaen Campus) ที่มี Indoor Garden สวนในอาคารแห่งแรกและใหญ่ที่สุดในจังหวัด พร้อมเชื่อมพื้นที่สีเขียวนี้เข้ากับ Co-working Space และ Creative Community ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ในพื้นที่ ซึ่งทั้งหมดล้วนสะท้อนการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ผู้คน เมือง และสิ่งแวดล้อม ไม่เพียงแค่ในวันนี้ แต่ยังมองการณ์ไกลถึงอนาคตด้วย

การตัดสินใจเลือกวัสดุคือการตัดสินใจเพื่อความยั่งยืน

คุณชาตรีกล่าวต่อไปถึงขั้นตอนการตัดสินใจเลือกวัสดุก่อสร้างว่า เป็นอีกหนึ่งการตัดสินใจที่สำคัญเพื่ออนาคต เพราะวัสดุที่เลือกใช้จะส่งผลทั้งต่อคุณภาพอาคาร คาร์บอนฟุตปรินท์ และสุขภาวะของผู้ใช้งานอาคาร โดยหลักการพิจารณาเลือกวัสดุที่เซ็นทรัลพัฒนาใช้นั้น จะต้องตอบโจทย์ได้อย่างสมดุล ทั้งด้านคุณภาพการใช้งาน (Performance), ความปลอดภัย (Safety), ความทนทาน (Durability), สุขภาวะของผู้ใช้งาน (Health & Well-being) และ สามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact)

 

“การพัฒนาศูนย์การค้าหมายถึงการดูแลผู้ที่มาใช้ชีวิตในอาคาร และจะต้องดูแลซ่อมบำรุงอาคารนั้นๆ ไปจนตลอดอายุการใช้งาน ดังนั้น เราจะเลือกพันธมิตรวัสดุที่สามารถให้ความสบายใจได้ในทุกด้าน ทั้งในเรื่องมาตรฐานวัสดุต้องมีคุณภาพสูง ทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน เพื่อลดการซ่อมแซมและลดการใช้ทรัพยากร วัสดุนั้นยังต้องผ่านการทดสอบที่สอดคล้องกับมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่เรายึดถือ เช่น LEED, WELL Building Standard” 

ด้าน คุณวัชระ ศิริฤทธิชัย General Manager บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะพันธมิตรด้านวัสดุสีนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน กล่าวสอดคล้องกันว่า นิปปอนเพนต์วางวิสัยทัศน์ด้านพันธกิจต่อความยั่งยืน ภายใต้หลักดำเนินงาน ESG (Environmental, Social and Governance) มาอย่างยาวนาน รวมถึงมีการพัฒนาธุรกิจโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer- Centricity) เช่นเดียวกัน บริษัทฯ จึงมีการดำเนินการที่สนับสนุนคู่ค้าในด้านความยั่งยืนและด้วยความเข้าใจถึงเป้าหมายของคู่ค้ามาโดยตลอด

 

โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าธุรกิจรีเทล นิปปอนเพนต์ได้พัฒนาสีนวัตกรรมและเทคโนโลยีหลากหลายด้าน ทั้งนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มความทนทานและยืดอายุการใช้งานของสี ผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงสุขภาวะของผู้ใช้อาคาร ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพื่อให้ครอบคลุมและตอบสนองทุกโจทย์ของลูกค้า

 

โซลูชันของนิปปอนเพนต์เกิดขึ้นจากความเข้าใจเป้าหมายของคู่ค้า มีทั้งในด้าน สีนวัตกรรมปลอดสารพิษ โดยสีนิปปอนเพนต์ทุกชนิดที่ผลิตในไทยปราศจากการใช้ส่วนประกอบของโลหะหนัก (Non-Toxic Pigment) และฟอร์มัลดีไฮด์อันเป็นสารก่ออันตรายแก่ร่างกาย รวมถึงมีเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความทนทานและยืดอายุการใช้งานสี เพื่อให้สียึดเกาะบนผนังได้อย่างสวยงามและยาวนาน ลดรอบระยะเวลาการทาซ้ำ รวมถึงพัฒนาให้การทาสีลดขั้นตอนการทาให้น้อยลง ทำให้โครงการลดปริมาณการใช้สีได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งส่งผลต่อการลดการปลดปล่อยคาร์บอนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้จริง

 

นอกจากนี้ ยังมี สีนวัตกรรมทาภายในเพื่อสุขภาพ นิปปอนเพนต์ แอร์แคร์ ที่ได้รับตรารับรองอากาศสะอาดระดับโลก GREENGUARD GOLD จากสถาบัน UL ประเทศสหรัฐอเมริกา ปราศจากสารระเหยที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย (Zero VOCs) มีเทคโนโลยีดักจับฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสบนผนังหลายชนิด ปลอดภัยต่อสุขภาพผู้อยู่ในอาคาร ทั้งยังไร้กลิ่นฉุน จึงสามารถเข้าใช้งานได้ทันที หรือเข้าอยู่ได้ในแม้กระทั่งขณะทาสี รวมถึง สีนวัตกรรมจากธรรมชาติ นิปปอนเพนต์ เนเจอร์แคร์ สีทาอาคารที่ใช้วัตถุดิบจากยางพาราธรรมชาติทดแทนวัตถุดิบที่ผลิตจากฟอสซิล ซึ่งทำให้สีชนิดนี้เปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบที่เป็นคาร์บอนหมุนเวียน (Renewable Carbon) ได้ถึง 42% ตอบโจทย์การลดการปลดปล่อยคาร์บอนของโครงการ

 

ในด้านการผลิต นิปปอนเพนต์ยังดำเนินการเกี่ยวกับความยั่งยืนในหลายด้าน เช่น การหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่ การติดตั้งระบบ Dust Collector เพื่อดักจับฝุ่นไม่ให้หลุดรอดออกนอกโรงงาน และการเปลี่ยนมาใช้รถอีวีในการขนส่งเพื่อลดการปล่อยมลพิษ โดยทั้งหมดเป็นการพัฒนาเพื่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานสีตลอดซัพพลายเชน ให้เจ้าของอาคารได้ใช้สีนวัตกรรมพร้อมมาตรฐานครบถ้วนตามหลักเกณฑ์สากล และผู้ใช้งานอาคารสามารถมั่นใจได้ว่ากำลังใช้ชีวิตในพื้นที่ที่มีอากาศสะอาด ปราศจากอันตรายที่มากับสารระเหยในสีทาอาคาร

 

สุดท้ายนี้ คุณชาตรีกล่าวปิดท้ายด้วยว่า วิสัยทัศน์ของเซ็นทรัลพัฒนาคือการ “Imagining better futures for all” ซึ่งเป็นบทบาทที่มองเห็นในภาพใหญ่ได้มากกว่าการเป็นศูนย์การค้า ด้วยพลังของเครือข่ายเซ็นทรัลพัฒนาที่ดำเนินธุรกิจศูนย์การค้าอยู่ถึง 45 แห่งทั่วประเทศ และมีทราฟฟิกผู้ใช้บริการวันละเกือบ 20 ล้านคน จึงทำให้เป้าหมายของเซ็นทรัลพัฒนาจะไม่ได้เป็นเพียงแค่ศูนย์การค้าคุณภาพเท่านั้น แต่ในอนาคต เซ็นทรัลพัฒนาจะเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยผลักดันแนวคิดด้านความยั่งยืนให้เข้าไปอยู่ในวิถีชีวิตผู้คนได้ โดยจะช่วยให้สังคมตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรส่วนรวมอย่างมีประสิทธิภาพ และร่วมกันลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

 

“เพราะสำหรับเรา ความยั่งยืนไม่ใช่ปลายทางสุดท้าย แต่คือการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างสถานที่ที่ดีขึ้นสำหรับคนและเมืองในระยะยาว” คุณชาตรีกล่าวทิ้งท้าย

 

 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 alternate-x.com All Rights Reserved.