‘GI Bill’ เบื้องหลังลูกเรือ USS Abraham Lincoln วัยรุ่นอเมริกันสมัครทหารแลกทุนเรียนมหา’ลัย

‘Join the Navy, See the World’ คำขวัญสุดเท่ กองทัพเรือสหรัฐฯ สู่เส้นทาง ‘GI Bill’  เบื้องหลังลูกเรือ USS Abraham Lincoln เมื่อ ‘สมัครทหาร’ คือใบเบิกทางสู่มหาวิทยาลัยของวัยรุ่นอเมริกัน

 

  • เทียบท่าสร้างเม็ดเงินสะพัดพัทยา เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln นำทหารอเมริกันกว่า 5,000 นาย ขึ้นฝั่งพักผ่อนที่พัทยา คาดสร้างเงินสะพัดหลักสิบถึงร้อยล้านบาท

  • เบื้องหลังทหารรุ่นใหม่วัยไม่เกิน 30 ลูกเรือส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นอายุไม่เกิน 30 ปี ซึ่งหลายคนตัดสินใจสมัครเข้ากองทัพไม่ใช่แค่เพราะความรักชาติ แต่เพื่อสวัสดิการการศึกษา

  • GI Bill ใบเปิดทางชนชั้นแรงงาน รัฐบาลอเมริกามีสวัสดิการ GI Bill ที่ช่วยสนับสนุนทุนการศึกษาและค่าใช้จ่ายในระดับมหาวิทยาลัยแก่ทหารหลังปลดประจำการอย่างทรงพลัง

 

 

ภาพเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ USS Abraham Lincoln (CVN-72)  พร้อมฝูงเรือคุ้มกันลำอื่น ที่นำทหารสหรัฐฯ ราว 5,000 นาย ขึ้นฝั่่งที่ท่าเรือแหลมฉบังเพื่อพักผ่อน (Rest and Recreation) ในเมืองพัทยา

 

หลังปฏิบัติภารกิจกลางทะเลจากปฏิบัติการในตะวันออกกลางนาน 280 กว่าวัน โลกโซเชียลไทยคึกคักไปกับกระแสนักท่องเที่ยวพิเศษกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินที่คาดว่าจะสะพัดในพื้นที่หลักสิบล้านไปจนถึงร้อยล้านบาท หรือกระแสพูดถึง ‘บริการ’ ต่างๆ ที่พัทยาขึ้นชื่อ

 

จากภาพถ่ายของทหารอเมริกันที่ขึ้นฝั่งพัทยา หลายคนคงสังเกตว่าบรรดาทหารเหล่านี้น่าจะอายุราวๆ ไม่เกิน 30 ปี ซึ่งสิ่งหนึ่งที่คนไทยหลายคนอาจไม่ทราบ คือ ในบรรดาทหารเรือหนุ่มสาว 5,000 คนที่เดินลงจากเรือลำนั้น มีจำนวนไม่น้อยที่ตัดสินใจสมัครเข้ากองทัพเรือสหรัฐฯ

 

ไม่ใช่ด้วยเหตุผล ความรักชาติมาเป็นอันดับแรก แต่จำนวนไม่น้อยพวกเขาสมัครเป็นทหารเพื่อหวังรับทุนการศึกษา และสวัสดิการชื่อ GI Bill ที่รอพวกเขาอยู่หลังปลดประจำการ

 

ถ้าใครเคยดูหนังหรือซีรีส์อเมริกันแล้วลองสังเกตว่าตัวละครบางคน โดยเฉพาะจากครอบครัวชนชั้นแรงงาน มักพูดถึงการ “เข้ากองทัพเพื่อเรียนต่อ” มันคือภาพสะท้อนของระบบสวัสดิการที่มีอยู่จริงและทรงพลังมากในสังคมอเมริกัน

 

GI Bill คือ อะไร?

สำหรับ GI Bill หรือ กฎหมายสิทธิประโยชน์ทางการศึกษาและการใช้ชีวิตของทหารผ่านศึกสหรัฐฯ ฉบับแรกเกิดขึ้นในปี 1944 ช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง

 

รัฐบาลสหรัฐฯในเวลานั้น กลัวว่าทหารหลายล้านคนที่ปลดประจำการพร้อมกันจะกลับมาสร้างปัญหาว่างงานมหาศาล  เหมือนที่เคยเกิดกับทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

 

ประธานาธิบดี Franklin D. Roosevelt จึงผุดไอเดียขึ้นมาว่า เพื่อตอบแทนเหล่าชายหญิงที่เสียสละเพื่อชาติ รัฐบาลจะสนับสนุนจ่ายค่าเรียนให้ทหารที่ปลดประจำการไปเรียนต่อแทนที่จะปล่อยให้ตกงาน

 

นั่นทำให้เหล่าวัยรุ่นอเมริกันยุคปลายสงครามโลกครั้งที่สองจำนวนนับแสนคน ได้เข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย และกลายเป็นฐานสำคัญของชนชั้นกลางอเมริกันยุคหลังสงคราม หรือยุคอเมริกันบูมเมอร์ ในเวลาต่อมา

 

ตั้งแต่นั้นมากฎหมาย ‘GI Bill’ ถูกปรับปรุงมาหลายเวอร์ชัน จนถึงเวอร์ชันที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดตอนนี้คือ Post-9/11 GI Bill ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2009 สำหรับคนที่รับราชการหลังเหตุการณ์ 9/11 เป็นต้นมา

 

จากข้อมูลของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า หากทหารสหรัฐคนใดรับราชการครบ 36 เดือนขึ้นไป (เทียบเท่าเกือบ 3 ปี) จะได้สิทธิ์เต็ม 100% ซึ่งหมายความว่ารัฐจ่ายค่าเทอมและค่าธรรมเนียมเต็มจำนวนให้กับมหาวิทยาลัยรัฐในรัฐบ้านเกิดโดยตรง ไม่ต้องผ่านมือนักศึกษาเลย

 

ส่วนใครเลือกเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนหรือโรงเรียนต่างประเทศ รัฐจะจ่ายให้ตามเพดานที่รัฐสภากำหนดใหม่ทุกปี สำหรับปีการศึกษา 2026-2027 เพดานอยู่ที่ประมาณ 30,908 ดอลลาร์ต่อปี ถ้าโรงเรียนที่เลือกเรียนแพงกว่านั้น ยังมีโครงการ Yellow Ribbon ที่บางมหาวิทยาลัยเข้าร่วมเพื่อช่วยออกส่วนต่างเพิ่มให้อีก

 

นอกจากค่าเทอมแล้ว ยังมีเงินค่าครองชีพรายเดือนที่เรียกว่า Monthly Housing Allowance คำนวณจากอัตราเบี้ยเลี้ยงที่พักของนายทหารชั้นประทวนระดับ E-5 ที่มีผู้อยู่ในอุปการะ อิงตามรหัสไปรษณีย์ของมหาวิทยาลัยที่ไปเรียน แปลว่าถ้าไปเรียนในเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์กหรือวอชิงตัน ดี.ซี. เงินก้อนนี้อาจสูงถึงหลักพันดอลลาร์ต่อเดือน

 

ในขณะที่เรียนในเมืองเล็กก็จะได้น้อยกว่า และถ้าเลือกเรียนออนไลน์ล้วนก็จะได้ครึ่งหนึ่งของค่าเฉลี่ยทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีเงินช่วยค่าหนังสือและอุปกรณ์การเรียนอีกปีละไม่เกิน 1,000 ดอลลาร์

 

ที่สำคัญคือสิทธิ์นี้โอนให้คนในครอบครัวได้ ถ้ารับราชการครบ 6 ปีและตกลงจะรับราชการต่ออีก 4 ปี ก็สามารถโอนสิทธิ์ทั้งหมดหรือบางส่วนให้คู่สมรสหรือลูกไปเรียนแทนได้ และสำหรับคนที่ปลดประจำการหลังวันที่ 1 มกราคม 2013 สิทธิ์นี้ไม่มีวันหมดอายุด้วยซ้ำ จะเก็บไว้ใช้ตอนอายุ 40 หรือ 50 ก็ยังได้

 

ข้อมูลสำรวจจากสถาบันวิจัย Pew Research และ RAND Corporation ที่เคยทำการศึกษาเชิงลึกกับทหารระดับ E-1 ถึง E-4 ในปี 2018 โดยแบ่งแรงจูงใจออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ คือแรงจูงใจเชิงสถาบัน (institutional) อย่างความรักชาติ หน้าที่ และครอบครัว กับแรงจูงใจเชิงอาชีพ (occupational) อย่างความมั่นคงทางการเงิน การพัฒนาทักษะ และผลประโยชน์ต่างๆ รวมถึง GI Bill พบว่า

 

ทหารเกือบครึ่งหนึ่ง ราว 46% ให้เหตุผลที่สมัครรับราชการเพราะต้องการความก้าวหน้าทางการศึกษาและอาชีพ มีเพียง 9% เท่านั้นที่บอกว่าสมัครด้วยเหตุผลเชิงความรักในกองทัพ ส่วนที่เหลืออีกราว 37% ให้เหตุผลผสมทั้งสองแบบ พูดง่ายๆ คือแรงจูงใจแบบ “ผลประโยชน์ที่จับต้องได้” มีน้ำหนักมากกว่าที่หลายคนคิด

 

แต่มีอีกมุมที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ แบบสำรวจของมูลนิธิ Ronald Reagan Presidential Foundation ที่ทำในปี 2023 ถามคนที่บอกว่าตัวเองจะแนะนำให้คนรู้จักไปสมัครทหาร ว่าเพราะอะไร ผลปรากฏว่า 31% ตอบว่าเป็นเรื่องความรักชาติ เกียรติยศ และการรับใช้ประเทศ

 

ในขณะที่คนที่ยกเรื่อง ‘GI Bill’ ขึ้นมาเป็นเหตุผลหลักมีเพียง 7% เท่านั้น ทั้งที่ GI Bill มักถูกมองว่าเป็นเครื่องมือดึงดูดคนสมัครที่ทรงพลังที่สุดตัวหนึ่ง

 

GI Bill สวัสดิการหลังปลดประจำการ

นอกจากนี้ ยังมีอีกการศึกษาหนึ่งที่น่าสนใจ ทำโดยสอบถามความเชื่อของคนทั่วไปว่าคิดว่าทหารในกองทัพสมัครใจเข้าไปเพราะอะไร ผลออกมาว่า 47% เชื่อว่าทหารสมัครเพราะความรักชาติหรือสำนึกในหน้าที่ 43% เชื่อว่าสมัครเพราะเรื่องการงานและผลตอบแทน ส่วนอีก 10% เชื่อว่าสมัครเพราะไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

 

ซึ่งนักวิจัยที่ทำการศึกษานี้ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่าความเชื่อที่ว่ากองทัพเป็น “ที่พึ่งสุดท้าย” ของคนจนหรือคนไม่มีทางไปนั้น จริงๆ แล้วไม่ตรงกับข้อมูลเชิงประจักษ์เท่าไหร่ กองทัพสหรัฐฯ ยุคปัจจุบันมีความหลากหลายทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมมากกว่าที่ภาพจำทั่วไปคิดกัน

 

พูดง่ายๆคือ มีทหารสหรัฐจำนวนไม่น้อยที่ตัดสินใจสมัครรับราชการเพราะผลประโยชน์หลังปลดประจำการหรือ GI Bill เป็นแรงจูงใจที่จับต้องได้และมีน้ำหนักจริง

 

โดยเฉพาะกับคนหนุ่มสาวที่มองไม่เห็นทางเข้ามหาวิทยาลัยด้วยวิธีอื่น อีกทั้งค่าเรียนระดับมหาวิทยาลัยในอเมริกาที่แพงขึ้นทุกปีทำให้ทางเลือกนี้ยิ่งดูสมเหตุสมผลมากขึ้นเรื่อยๆ

 

แต่นั่นก็อาจจะไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดเพราะ มีไม่น้อยที่นอกจากเรื่อ GI Bill แล้ว มันยังรวมถึงเหตุผลด้านความมั่นคงทางการเงิน ความอยากมีทักษะเฉพาะทางติดตัว หรือแม้แต่ความรู้สึกอยากทำอะไรที่มีความหมายมากกว่างานออฟฟิศทั่วไป

 

ทั้งหมดนี้คือภาพสะท้อนของคนรุ่นใหม่ชาวอเมริกันได้เป็นอย่างดี สำหรับคนที่ไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะ การเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพคือทางออกที่ตอบโจทย์ได้แทบทุกอย่างในคราวเดียว ทั้งเงิน ทุนเรียน และโอกาสไต่บันไดสังคมตามแบบฉบับอเมริกันดรีม

 

ยิ่งพ่วงด้วยคำขวัญเท่ๆ ของกองทัพเรือสหรัฐฯ อย่าง ‘Join the Navy, See the World’ ด้วยแล้ว ก็ยากจะปฏิเสธเหมือนกันว่าใครจะไม่อยากสมัคร

 

STORYTELLER BY

Jittrapon ponlawat
Editorial Lead
A former journalist who questions the world, now finding meaning in everyday life—fond of cats, deep talks, and the eloquence of silence.

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 alternate-x.com All Rights Reserved.