แสนสิริ ใช้ Data คุมต้นทุน รักษาตลาดแนวราบทุกเซ็กเมนต์ เร่งเจาะ Gen Z กำลังซื้ออนาคต

แสนสิริ ประเมินตลาดอสังหาฯ ปี 2569 ยังแข่งขันสูง เดินหน้าคุมต้นทุน ใช้ Data พัฒนาโครงการ พร้อมเปิดแนวราบ 15-20 แห่งต่อปี และ Sansiri Community 20 แห่งในปี 2570

 

  • แสนสิริ ยังเปิดโครงการแนวราบ 15-20 แห่งต่อปี แม้ตลาดยังเผชิญหนี้ครัวเรือนสูง สินเชื่อเข้มงวด และเศรษฐกิจไทยโตเพียง 2.2%
  • ใช้ Data คุมต้นทุนและบริหารสต็อก ตั้งแต่เจรจาราคาวัสดุล่วงหน้า พัฒนาเป็นเฟส และจับคู่สินค้า ทำเล กับกำลังซื้อแต่ละกลุ่ม
  • สร้าง Sansiri Community ครบ 20 แห่งในปี 2570 พร้อมขยายสินค้าเจาะ Gen Z และตลาดบ้านต่ำกว่า 10 ล้านบาท ควบคู่บ้านลักซูรี่

 

อาณัติ กิตติกุลเมธี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาโครงการ อสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ (SANSIRI) กล่าวว่าสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเทศไทยในขณะนี้ยังแข่งขันสูงระหว่างผู้พัฒนาฯที่ยังมีศักยภาพทางการเงินแข็งแกร่ง เห็นได้จากการทยอยเปิดตัวโครงการฯใหม่ตามแผนปี2569 เพื่อเข้าถึงกำลังซื้อผู้บริโภคในตลาดที่ยังมีต่อเนื่อง

 

โดยตลาดอสังหาฯปี 2569 ยังเผชิญกับความท้าทาย 3 ปัจจัยลบเดิม คือ

 

  1. ภาระหนี้ครัวเรือนผู้บริโภคคนไทยอัตราสูง (85.9% ต่อ GDP)
  2. สถาบันการเงินยังปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัย (Loan Rejection)
  3. การเติบโตเศรษฐกิจ (GDP) ประเทศไทยมีอัตราต่ำ (ปี2569 ขยายตัว 2%)

 

ขณะที่สัญญาณบวกกระตุ้นตลาดอสังหาฯไทย มีเล็กน้อย คือ

 

  • อัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศไทยในปี 2569 อยู่ที่ระดับ 1% ต่อปี
  • การต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนอง เหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท

 

“ดอกเบี้ยนโยบายอัตราต่ำส่งผลบวกต่อผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาฯ ในด้านต้นทุนต่างๆ ส่วนการต่ออายุลดค่าธรรมเนียมโอนฯ ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงโครงการฯ ได้ง่ายขึ้น”

 

อาณัติ เสริมอีกว่าจากสถานการณ์ดังกล่าว ‘แสนสิริ’ วางแนวทางการดำเนินงานเพื่อเปิดโครงการแนวราบเพื่อให้เปิดได้ตามแผนที่วางไว้ อาทิ

  • ควบคุมต้นทุนรอบด้านทั้งวัสดุก่อสร้าง จากการกำหนดราคาล่วงหน้าร่วมกับซัพพลายเออร์
  • การจัดซื้อที่ดินใหม่เพื่อพัฒนาโครงการในอนาคตที่เหมาะสมกับตลาดและความต้องการผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลานั้นๆ
  • การใช้ประโยชน์จากธุรกิจโรงงานพรีคาส ร่วมพัฒนาโครงการฯได้แล้วเสร็จทันตามระยะเวลาที่กำหนด

 

“สถานการณ์ตลาดอสังหาฯ ในตอนนี้ทำให้ แสนสิริ ต้องมองกลับมาดูว่าลูกค้าสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาที่เท่าไหร่ แล้วทำโปรดักส์ออกมาให้สอดคล้องกับดีมานด์”

 

นอกจากนี้ แสนสิริยังบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนด้วยการแบ่งการก่อสร้างเป็นระยะ (Phrase by Phrase) โดยเน้นสร้างตามความต้องการของลูกค้าและควบคุมสต็อกให้สมดุลกับยอดขายจริงในแต่ละโครงการ เช่น กำหนดสัดส่วนชัดเจนว่าหากขายบ้านได้ 4 หลัง จะต้องมีสต็อกรองรับไว้ 8 หลัง เพื่อพร้อมส่งมอบทันที กลยุทธ์นี้ช่วยควบคุมกระแสเงินสดให้หมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

ปัจจุบัน แสนสิริ มีสินค้าคงคลัง (Inventory) โครงการแนวราบรวมทุกทำเลมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท โดยทางบริษัทได้ประเมินว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือนในการระบายสต็อกสินค้าเหล่านี้ได้

 

“การทำตลาดอสังหาฯในปัจจุบัน ข้อมูล หรือ ดาต้า เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ที่ต้องนำมาใช้ร่วมกับการทำสินค้า ทำเล หากลุ่มเป้าหมาย เพื่อนำมาแมทช์กัน ซึ่งรวมไปถึงการนำสถาบันการเงิน ธนาคาร มาร่วมเป็นที่ปรึกษาไฟแนนซ์ ให้กับลูกค้าด้วย”

 

อาณัติ กล่าวว่า จากแนวทางดังกล่าวจะผลักดันให้ แสนสิริ สามารถเปิดตัวโครงการอสังหาฯแนวราบราว 15-20 แห่งต่อปีได้ตามแผนอย่างต่อเนื่อง โดยไปพร้อมกลยุทธ์ต่างๆ ดังนี้

  • พัฒนาสังคมอยู่อาศัยแสนสิริ (SANSIRI COMMUNITY)
  • การทำตลาดเชิงรุกบ้านเดี่ยวระดับลักซูรี่ ด้วยแบบบ้านใหม่ใน3 ทำเล
  • การเติมสินค้า(Supply)ใหม่ในราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท
  • การขยายตลาดต่างจังหวัด
  • การพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Z​ Generation) ที่จะเป็นกำลังซื้อใหม่ของตลาดอสังหาฯในอน่าคต

 

สำหรับผลดำเนินงานโครงการแนวราบ แสนสิริ 8 เดือนแรก มียอดขาย 15,000 ล้านบาท พร้อมเปิดตัว 12 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 15,300 ล้านบาท และสามารถดำเนินการปิดขายโครงการ มูลค่า 9,500 ล้านบาท

 

ปี2570 มี ‘แสนสิริ คอมมูนิตี้’ 20 แห่ง

 

ด้าน ‘ภัคพริ้ง การุญ’ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดโครงการแนวราบ แสนสิริ กล่าวว่า แสนสิริ นำข้อมูลเชิงลึกแหล่งต่างๆ ที่มาจากทีมสำรวจขององค์กร และองค์กรบุคคลที่3 ภายนอกที่น่าเชื่อถือ มาประกอบวิเคราะห์การพัฒนาโครงการแนวราบให้เหมาะสมกับแต่ละทำเล และความต้องการกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน ไปพร้อมกับตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์แสนสิริ ในการทำตลาด

 

นอกจากนี้ แสนสิริ ยังมุ่งสร้างระบบนิเวศการอยู่อาศัย (Ecosystem) ภายใต้โครงการสังคมแสนสิริ (SANSIRI COMMUNITY) ที่เตรียมเปิดครบ 20 แห่งในปี 2570 ใน 2 ทำเลใหม่ คือ จรัญสนิทวงศ์-ปิ่นเกล้า และ บางนา ซึ่งแต่ละโครงการแสนสิริ คอมมูนิตี้ จะมีขนาดพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 100 ไร่ จากปัจจุบันมี 18 แห่ง

 

ภัคพริ้ง เสริมว่า จากการทำตลาดโครงการแนวราบแสนสิริ ในช่วงที่ผ่านมาพบข้อมูลน่าสนใจ โดยผู้บริโภคให้การตอบรับดีในทุกโครงการเปิดไหม่ซึ่งมีสินค้าครอบคลุมทำเลและระดับราคา 1.9 ล้านบาท ถึง 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงรายได้บริษัท จากกำลังซื้อที่มีความแตกต่างออกไป

 

“ลูกค้าแสนสิริที่ถูกปฏิเสธสินเชื่อแบงก์มีสัดส่วนราว 10% บวกลบส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอฟอร์เดเบิล เซ็กเมนต์ ซึ่งแม้ว่าจะเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนตลาดตามดีมานด์แต่ก็ถือเป็นความท้าทายเช่นกัน ส่วนเซ็กเมนต์ระดับบน ไม่มีผลกระทบแต่มีความต้องการบริการหลังการขายมากกว่า”

ปัจจุบันแสนสิริมีแบรนด์โครงการแนวราบแบ่งตามเซ็กเมนต์ (Brand Segment)  ดังนี้

 

กลุ่มบ้านระดับพรีเมียม (PREMIUM SEGMENT) ประกอบด้วยแบรนด์

  • นาราสิริ NARASIRI (SLC)
  • สิรินสิริ SIRINSIRI (SLC)
  • ณริณสิริ NARINSIR
  • บูก้าน BuGAAN (SLC)
  • The Tales พูลวิลล่า ภูเก็ต

 

กลุ่มบ้านระดับกลาง  (MEDIUM SEGMENT) ประกอบด้วยแบรนด์

 

  • เศรษฐสิริ (SETTHASIRI)
  • บุราสิริ (BURASIRI)
  • เดมิ (DEMI)
  • เอลซ์ ELSE: SDH / DH / TH / Home Office

 

กลุ่มบ้านอฟอร์เดเบิล  (AFFORDABLE SEGMENT) ประกอบด้วยแบรนด์

  • สราญสิริ (SARANSIRI)
  • ฮาบิเทีย (Habitia)
  • สิริ อเวนิว (SIRI AVENUE)
  • เมเบิล (Mabel)
  • กาญจน์สิริ (KANASIRI)
  • ทาวน์ อเวนิว (TOWN AVENUE)
  • อณาสิริ (ANASIRI)
  • สิริ เพลส (SIRI PLACE)

ภัคพริ้ง กล่าวว่า แสนสิริ เตรียมนำแนวคิดการออกแบบ และฟังก์ชั่นที่ตรงกับความต้องการของ Gen Z มาพัฒนาโครงการแนวราบแสนสิริ  เพื่อเพิ่มโอกาสการทำตลาดในอนาคตด้วย

 

ล่าสุด เปิดตัวโครงการเศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง (Setthasiri Great Don Mueang) มูลค่าโครงการ 2,500 ล้านบาท มีข้อมูลเบื้องต้น ดังนี้

  • แนวคิดบ้านเดี่ยวซีรีส์ใหม่ The Real Modern
  • โครงการตั้งอยู่บน แสนสิริ ดอนเมือง คอมมูนิตี้ (Sansiri Don Mueang Community)
  • ระดับราคาเริ่มต้น 15 – 40 ล้านบาท*
  • ทำเลศักยภาพ
    • ตรงข้ามสนามบินดอนเมือง
    • อยู่ห่างรถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีดอนเมือง 400 เมตร
    • ใกล้ทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมืองโทลล์เวย์) และทางด่วนศรีรัช
    • ที่ตั้งโรงเรียนนานาชาติชั้นนำ อาทิ Harrow International, School Bangkok และ Brighton College Vibhavadi จากศักยภาพทำเลที่กำลังเติบโต

สำหรับโครงการโครงการเศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง เปิดตัวไตรมาส 1 ปี 2570 รองรับกลุ่มผู้อยู่อาศัยจริงทั้งในกลุ่มเจ้าของธุรกิจ บุคลากรสายการบิน และนักลงทุน จากอัตราผลตอบแทนการปล่อยเช่า (Rental Yield) 7% และราคาที่ดินที่เติบโตสูงต่อเนื่อง 11% ต่อปี  ในย่านนี้

โดยโครงการฯ เตรียมเปิดตัวไตรมาส 1 ปี 2570 นี้ พร้อมเปิดรอบพรีเซล (Pre-Sale) วันที่ 12 – 13 กันยายน 2569 นี้ ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อรับ Exclusive Privilege ส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท* ได้ที่ https://siri.ly/Pc4JMo8 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 1685

 

 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 alternate-x.com All Rights Reserved.