ABB มอง AI ดัน ‘ดาต้า เซ็นเตอร์’ โตเกินต้านบีบ’ไทย’เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงานทดแทนรับดีมานด์ไฟฟ้า

เทรนด์การขยายตัว Data Center และ AI ดันความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูง ABB มองไทยเจอความท้าทายโครงสร้างพื้นฐาน ชี้ต้องเร่งปรับสู่ระบบพลังงานสะอาดรับอุตสาหกรรมใหม่

 

 

  • กระแส AI และ Data Center ดันดีมานด์ไฟฟ้าพุ่ง การขยายตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และศูนย์ข้อมูลในเอเชีย ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนน่ากังวล
  • ระบบไฟฟ้าไทยเผชิญความท้าทายโครงสร้างพื้นฐาน  3 ปัจจัยหลัก ทั้งการเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัล การผลิตขั้นสูง และการใช้ระบบอัตโนมัติ กำลังเข้ามารีเซ็ตโครงสร้างความต้องการพลังงานของประเทศ
  • เร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทดแทนรับอุตสาหกรรมใหม่ ภาคธุรกิจจำเป็นต้องวางแผนบริหารจัดการพลังงานสะอาดควบคู่ไปกับระบบอัตโนมัติ เพื่อรองรับการลงทุนและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

 

 

แอนเดอร์ มัลทีเซ็น ประธานฝ่ายอุตสาหกรรมพลังงาน เอบีบี ประจำภูมิภาคเอเชีย (ABB) ผู้ให้บริการอุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติครบวงจรระดับโลก เผยว่า หลายประเทศในเอเชีย อาทิ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย มาเลเซีย รวมถึงประเทศไทย ต่างเร่งศึกษาแนวทางเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานทดแทน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการจัดตั้ง ดาต้า เซ็นเตอร์ (Data Center) ตัวแปรหลักที่เข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต

 

เนื่องจาก ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาถึงในปัจจุบัน พบว่าอุตสาหกรรมธุรกิจทุกประเภท ต่างนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ มีส่วนร่วมในองค์กรอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งสะท้อนผ่านปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ต (Internet Traffic) ในตอนนี้อยู่ที่ 50% จากเมื่อ 3 ปีก่อนอยู่ที่ราว 3%

 

“แนวโน้มดังกล่าว สะท้อนความต้องการปริมาณไฟฟ้าที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งจำเป็นต้องวางแผนรับมือการใช้งานที่เพียงพอต่อความต้องการ นอกเหนือจากเรื่องความยั่งยืน หรือ พลังงานสะอาด ที่วางไว้เป็นวาระสำคัญในช่วงกว่าสิบปีก่อนหน้า”

 

สำหรับในประเทศไทย พบความท้าท้ายระบบพลังงานเพื่อรองรับความต้องการที่เติบโตสูงขึ้น จาก 3 ปัจจัยหลัก คือ

 

  1. ความต้องการใช้ไฟฟ้าและการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่เพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็ว
  2. เกิดการลงทุนใหม่ในภาคดิจิทัล การผลิต โลจิสติกส์ การให้บริการและระบบอัตโนมัติ
  3. ดาตาเซ็นเตอร์ และ เอไอ การผลิตขึ้นสูง และการหันมาใช้พลังงานไฟฟเ กำลังเปลี่ยนโฉมความต้องการพลังงานของๆไทย

 

โดยสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้ในประเทศไทย คือ ความต้องการการใช้ไฟฟ้า จากดาต้าเซ็นเตอร์ 1,150 เมกะวัตต์ เพื่อเร่งการยกระดับระบบส่งไฟฟ้า และการเพิ่มจุดจ่ายไฟและขีดความสามารถขิงหม้อแปลงในเขตชลบุรีและระยอง รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบส่งไฟฟ้าช่วยเพิ่มกำลังการจ่ายไฟอีก 550 เมะกวัตต์ในภาคตะวันออก

 

“ภาพดังกล่าวไทยจะต้องเร่งเพิ่มกำลังการผลิตและศักยภาพของระบบไฟฟ่ พร้อมยกระดับประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และความยืดหยุ่นของระบบพลังงานที่มีอยู่”

 

นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับผลการศึกษา ผู้ตอบแบบสำรวจเรื่องการเปลี่ยนผ่านด่านพลังงานภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรมประจำปี 2568 โดย 79% ระบุว่าการเพิ่มประสิทธิภาพและการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพจะมีบทบาทมากที่สุด ต่อการลดการปล่อยคาร์บอนจากการดำเนินงานในช่วง 5 ปีข้างหน้าอีกด้วย

 

แอนเดอร์  กล่าวต่อว่า ABB มองต่อถึงโอกาสการดำเนินธุรกิจในเอเชียรวมถึงในไทย ด้วยแนวคิด ‘การยกระดับโดยไม่ต้องหยุดการผลิต’ (Automation Extended) ประกอบด้วยสองแนวทางหลัก คือ

 

  • การผสานระบบอัตโนมัติ ระบบไฟฟ้า และเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไว้ด้วยกัน ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่และโครงสร้างพื้นฐานใหม่
  • ขยายกำลังการผลิต ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ผสานระบบเดิมเข้ากับระบบใหม่ และนำความสามารถด่านดิจิทัลมาใช้ โดยยังคงรักษาความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือในการดำเนินงาน

 

โดยหลักการนี้ ยังสอดคล้องกับแนวทางการทำตลาดในประเทศไทยในกลุ่มลูกค้าที่มีโครงสร้างพื้นฐานเดิมอยู่แล้วแต่ต้องการขยายระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน โดยเฉพาะในกลุ่มเป้าหมายหลักอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ ซึ่งมีอัตราการชะลอตัวในขณะนี้ และในกลุ่มปิโตรเคมี โรงกลั่น ที่มีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่มีความต้องการขยายระบบด้านพลังงาน

 

ขณะที่ในช่วงที่ผ่านมา ABB ได้เข้าไปสนับสนุนองค์กรในประเทศไทยผ่านแนวทางนี้แล้ว อาทิ

  • ไออาร์พีซี (IRPC) ซอฟต์แวร์ ของเอบีบี ช่วยปรับปรุงกระบวนการผลิตไอน้ำและการผลิตไฟฟ้า ส่งผลให้สามารีถลดความผันผวนของแรงดันลงได้สูงสุดถึง 50%
  • กลุ่มมิตรผล (Mitr Phol Group) เทคโนโลยีระบบควบคุมอัตโนมัติและดิจิทัลของเอบีบี มีส่วนช่วยสนับสนุนการพัฒนาโรงงานน้ำตาลแบะโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งใหม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในสภาพแวดล้อมทางอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเข้มข้น
  • โรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ เขื่อนอุบลรัตน์ ด้านการเสริมความยืดหยุ่นให้ระบบ เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้า พร้อมรองรับการผสานพลังงานหมุนเวียน

 

แอนเดอร์  ทิ้งท้ายว่า ประเทศไทยในขณะนี้มีความพร้อมต่อการการจัดตั้งดาตาเซ็นเตอร์เพื่อรองรับการการใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะเอไอที่จะเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต ส่งผลให้ความต้องการด้านพลังงานขยายตัวสูงเพิ่มขึ้น ซึ่งจะต้องสร้างความร่วมมือ (Collaboration) ในทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง (Steakholder) เพื่อทำงานพร้อมวางแผนรองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานทดแทนร่วมกันอย่างเป็นระบบ

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 alternate-x.com All Rights Reserved.