แกร็บฟู้ด รับพลังแห่ง Ultra Smooth Gelato พาออเดอร์ไอศกรีมโต 70%

แกร็บฟู้ด เปิดข้อมูลยอดกดสั่งไอศกรีมโต 70% รับความไวรัล ‘Gelato Effect’ พาตลาดไอศกรีมมูลค่า 25,000 ล้านบาทของไทย สุดจะคึกคักแม้เป็นช่วงหน้าฝน

 

  • ยอดสั่งซื้อและคำค้นหาโตแรงมาก ช่วงวันที่ 15-29 ก.ค. 2569 ยอดสั่งไอศกรีมผ่าน GrabFood เพิ่มขึ้น 70% ส่วนออเดอร์ไอศกรีมบรรจุภัณฑ์บน GrabMart โต 2 เท่าตัว และมีการค้นหาคำว่า ‘Gelato’ เพิ่มขึ้น 6 เท่า

  • พฤติกรรมผู้บริโภคและอินไซต์การสั่ง ลูกค้าที่สั่งซื้อมีกลุ่มสั่งใหม่ถึง 40%  จากลูกค้าที่สั่งซื้อไอศกรีมส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่สั่งซื้อซ้ำสูงถึง 60% มียอด ใช้จ่ายเฉลี่ย 150-300 บาทต่อออเดอร์

  • แบรนด์ยอดฮิตและพื้นที่ความนิยม Swensen’s, Dairy Queen และ MIXUE เป็นแบรนด์ใหญ่ที่ขายดีที่สุด ส่วนร้านสเปเชียลตี้เจลาโต้ยอดขายโต 2 เท่า โดย 5 จังหวัดที่มีการสั่งซื้อสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี เชียงใหม่ ภูเก็ต และขอนแก่น

 

 

จิรกิตติ์ กว้างสุขสถิตย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจเดลิเวอรี แกร็บ ประเทศไทย ผู้ให้บริการ  เปืดเผยว่า ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา (ระหว่างวันที่ 15 – 29 กรกฎาคม 2569) พบยอดสั่งไอศกรีมผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีแกร็บ เติบโตสูงขึ้นกว่า 70% จากกระแสอัลตราสมูท เจลาโต เอฟเฟ็กต์ (Ultra Smooth Gelato Effec) ส่งผลถึงตลาดไอศกรีมมูลค่า 25,000 ล้านบาทในประเทศไทย มึความคึกคักแม้จะเป็นช่วงหน้าฝน

 

“นอกจากนี้ ยังพบว่ามีผู้ใช้บริการค้นหาเมนูเจลาโต้ (Gelato) บนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นจากปกติถึง 6 เท่า”

 

 

เขา กล่าวเสริมว่าโดยปกติแล้วผลิตภัณฑ์ไอศกรีมมักจะได้รับความนิยมและมียอดขายเติบโตขึ้นในช่วงหน้าร้อน รวมถึงช่วงเทศกาลที่มีการเฉลิมฉลอง

 

แต่ในปีนี้เทรนด์การบริโภคไอศกรีม ทั้งแบบตักทานที่ร้านและแบบบรรจุภัณฑ์ พุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเดือนกรกฎาคมทั้งๆ ที่เป็นฤดูฝน เป็นผลมาจากกระแสไวรัล ‘เจลาโต้ระดับอัลตร้าสมูท’ ซึ่งสร้างแรงกระเพื่อมให้ทั้งอุตสาหกรรมไอศกรีมที่มีมูลค่ารวมกว่า 25,000 ล้านบาท กลายเป็นปรากฎการณ์ระลอกคลื่น ‘Ripple Effect’ ที่ส่งผลบวกให้ทั้งกับแบรนด์ขนาดใหญ่ ร้านขายไอศกรีมขนาดเล็ก รวมถึงแพลตฟอร์มเดลิเวอรีด้วย

“ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ามีออเดอร์การสั่งไอศกรีมผ่านบริการ GrabFood เติบโตขึ้นถึง 70% ขณะที่ผู้ใช้บริการหันมาสั่งไอศกรีมแบบบรรจุภัณฑ์ผ่านบริการ GrabMart เพื่อไปรับประทานที่บ้านสูงขึ้นถึง 2 เท่าตัว”

 

โดยพบว่ากว่า 40% เป็นลูกค้าหน้าใหม่ที่ไม่เคยสั่งไอศกรีมมาก่อน ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของเทรนด์ในโลกโซเชียลที่มีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคของคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มคนเมือง ซึ่งแม้จะไม่ได้มีโอกาสไปทดลองสินค้าหรือบริการที่อยู่ในกระแส แต่ก็พยายามหาผลิตภัณฑ์ทางเลือกมาทดแทนในราคาที่เข้าถึงได้ ซึ่งถือเป็นโอกาสทางธุรกิจให้กับแบรนด์อื่นๆ ที่อยู่ในตลาด

 

 

อินไซต์ร้านไอศกรีมบนแกร็บฟู้ด

 

นอกจากนี้ แกร็บฟู้ดยังเผยอินไซต์อื่นๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการบริโภคไอศกรีม อันได้แก่

 

  • ร้านไอศกรีมที่ขายดีที่สุดบนแพลตฟอร์มเดลิเวอรียังคงเป็นแบรนด์ใหญ่อย่าง สเวนเซ่นส์ (Swensen’s) แดรี่ควีน (Dairy Queen) และ มี่เสวี่ย (MIXUE)

ขณะที่ร้านไอศกรีมแบบสเปเชียลตี้ก็มียอดขายโดยรวมพุ่งขึ้นถึง 2 เท่า อาทิ ร้าน Guss Damn Good ร้าน Molto Gelato ร้าน GERTO Gelato และร้าน Daddy Don’t Know

  • รสชาติไอศกรีมที่ขายดีที่สุด คือ ‘ช็อกโกแลต’ โดยมีสัดส่วนกว่า 70% รองลงมาคือ วานิลลา และมัตจะ ส่วน ‘พิสตาชิโอ’ เป็นรสชาติที่มาแรงที่สุด
  • ลูกค้าที่สั่งซื้อไอศกรีมส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่สั่งซื้อซ้ำสูงถึง 60% แต่ก็มีลูกค้าหน้าใหม่ถึง 40% โดยมูลค่าเฉลี่ยในการสั่งซื้อไอศกรีมต่อออเดอร์อยู่ระหว่าง 150 – 300 บาท
  • 5 จังหวัดที่มียอดสั่งซื้อไอศกรีมผ่านแพลตฟอร์มสูงสุด คือ กรุงเทพฯ ชลบุรี เชียงใหม่ ภูเก็ต และ ขอนแก่น
  • จำนวนการค้นหา (Menu Search) คำสำคัญอย่าง ‘Gelato’ และ ‘เจลาโต้’ ทั้งบน GrabFood และ GrabMart สูงขึ้นมากกว่า 6 เท่า

 

 

 

 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 alternate-x.com All Rights Reserved.