KOLAXY ชวนแบรนด์หนีเกมโหดค่า GP แพลตฟอร์มต่างชาติ เติมงบแข่งอินฟลูฯมาร์เก็ตติง

IdeasLabs ส่ง KOLAXY แพลตฟอร์มการตลาดเทคโนโลยี ใช้โมเดล No GP Creator Economy ไม่เก็บค่า GP ช่วยแบรนด์เติมงบการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ พร้อมแผนดึงมาร์เก็ตเพลสแนวคิดแบบเดียวร่วมขบวนด้วยกัน

 

  • KOLAXY ใช้โมเดล No GP Creator Economy แพลตฟอร์มไม่เก็บค่าคอมมิชชัน (GP) จากการจับคู่แบรนด์กับครีเอเตอร์ ช่วยเปลี่ยนต้นทุนค่าธรรมเนียมให้กลับมาเป็นงบสร้างยอดขายและทำการตลาดได้โดยตรง
  • AI จับคู่ครีเอเตอร์กว่า 300,000 บัญชี ระบบ AI Matching วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อคัดเลือกครีเอเตอร์ที่เหมาะกับสินค้าและงบประมาณของแบรนด์ ไม่ยึดติดเฉพาะจำนวนผู้ติดตาม แต่เน้นผลลัพธ์ทางธุรกิจ
  • ตั้งเป้าสร้าง Creator Economy ไทย IdeasLabs มุ่งลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ พร้อมผลักดันให้ครีเอเตอร์ทุกระดับมีรายได้ยั่งยืน โดยตั้งเป้ารายได้เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 10,000 บาทต่อคนใน 3-5 ปี

 

 

ธนดล พิทยานุวัฒน์ กรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ไอเดียแล็บ จำกัด (IdeasLabs) ผู้พัฒนาโซลูชันด้านอินฟลูเอ็นเซอร์ (Influencer) และเทคโนโลยีการตลาด (MarTech) สัญชาติไทย กล่าวว่าบริษัทฯ พัฒนา ‘KOLAXY’ แพลตฟอร์ม MarTech ที่รวบรวมอินฟลูฯ และเคโอแอล (KOLs) กว่า 300,000 บัญชี (Accounts) และมีบัญชีผู้ใช้งานสม่ำเสมอ (Active Accounts) 20,000 ที่รับงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคทั่วไป เช่น พนักงานออฟฟิศ นักเรียน นักศึกษา สามารถใช้เป็นพื้นที่รีวิวสินค้า

 

โดยแพลตฟอร์มฯ นี้ ยังเข้ามาแก้ปัญหาต้นทุนแฝง พร้อมการบริหารแคมเปญ และผลักดันเทรนด์ครีเอเตอร์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านลึกซึ้ง (Deep Influencer) รวมถึงใช้เทคโนโลยีเอไอ แมทชิง (AI Matching) และระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่ช่วยจับคู่แบรนด์กับครีเอเตอร์ได้อย่างแม่นยำ

 

ล่าสุด บริษัทฯ ได้พัฒนาโมเดล ‘No GP Creator Economy’  โดยเปลี่ยนวิธีคิดของการตลาดอินฟลูเอ็นเซอร์ จากการเก็บค่าคอมมิชชั่นหรือส่วนแบ่งรายได้ (GP) แบบตายตัว มาเป็นการจับคู่ระหว่างแบรนด์และครีเอเตอร์บนพื้นฐานของ ‘ความพึงพอใจ’ และความเหมาะสมของงบประมาณเป็นการ เปลี่ยน ‘ค่า GP’ ให้เป็น ‘งบสร้างยอดขาย’

 

โดยโมเดลฯนี้ ของ KOLAXY ยังช่วยให้ผู้ประกอบการที่ต้องใช้งบประมาณส่วนหนึ่งไปจ่ายเป็นค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ให้สามารถนำเม็ดเงินดังกล่าวกลับมาลงทุนกับการสร้างยอดขายผ่าน Influencer Marketing ได้โดยตรง ซึ่งแบรนด์สามารถกำหนดงบประมาณที่มีส่วนครีเอเตอร์เสนอราคาที่พร้อมรับงาน ก่อนให้ระบบ AI ทำหน้าที่คัดเลือกและจับคู่ผู้ที่เหมาะสมที่สุด

 

ลดพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ

 

ธนดล กล่าวต่อว่า IdeasLabs ยังมีแนวคิดหารือร่วมกับมาร์เก็ตเพลส (Marketplace) ไทยที่ไม่เก็บ GP และคิด GP ต่ำมาช่วยสร้างระบบนิเวศ ดิจิทัล (Digital Ecosystem) ลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และลดปัญหาฝั่งแบรนด์ต้องแบกรับต้นทุนซ้ำซ้อน ตั้งแต่

 

  • ค่าธรรมเนียมการขาย
  • ค่าการตลาด
  • ต้นทุนการทำโปรโมชั่น

 

นอกจากนี้ ยังพบว่าหากกำไรลดลงงบการตลาดมักถูกจำกัด ส่งผลให้การสร้างยอดขายในระยะยาวทำได้ยากขึ้น หากมาร์เก็ตเพลสของคนไทยสามารถลดภาระค่า GP เช่นเดียวกับที่ KOLAXY ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงอินฟลูเอ็นเซอร์ ได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม เม็ดเงินที่เคยสูญเสียไปกับต้นทุนของแพลตฟอร์มจะถูกเปลี่ยนกลับมาเป็นงบประมาณเพื่อสร้างยอดขายและสร้างการเติบโตให้ธุรกิจแทน

 

“แนวคิดนี้ ช่วยลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างประเทศ และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยมีทางเลือกในการทำธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่หลายธุรกิจกำลังมองหาวิธีควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เม็ดเงินด้านการตลาด”

 

ขณะเดียวกัน แบรนด์ยังสามารถกำหนดงบประมาณที่ต้องการใช้ โดยระบบจะช่วยค้นหาครีเอเตอร์ที่เหมาะสมที่สุดภายในงบฯดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้งบประมาณได้คุ้มค่ามากขึ้น

 

ธนดล ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แพลตฟอร์มด้าน Creator Economy มักแข่งขันกันด้วยตัวเลขจำนวนครีเอเตอร์ (Creator) หรือจำนวนผู้ใช้งานที่อยู่ในระบบ แต่ KOLAXY มองว่า ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้สะท้อนคุณค่าที่แท้จริงของแพลตฟอร์มแต่สิ่งที่สำคัญกว่า คือ จำนวนครีเอเตอร์ที่สามารถสร้างรายได้จริง และมีโอกาสเติบโตในอาชีพอย่างยั่งยืน

 

โดย KOLAXY วางเป้าหมายสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยผลักดันทั้งระบบนิเวศให้ เติบโตได้อย่างยั่งยืน ไปพร้อมการสร้างระบบที่กระจายโอกาสอย่างทั่วถึง ไม่ให้รายได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะอินฟลูเอนเซอร์ระดับบน แต่เปิดโอกาสให้นาโน ครีเอเตอร์ และไมโคร ครีเอเตอร์ ซึ่งมีฐานผู้ติดตามเฉพาะกลุ่ม ได้รับงานเพิ่มขึ้น ผ่านการใช้ข้อมูลและ AI เพื่อค้นหาความเหมาะสมระหว่างสินค้า กลุ่มเป้าหมาย และครีเอเตอร์ มากกว่าการวัดจากจำนวนผู้ติดตามเพียงอย่างเดียว

 

 

 

ทั้งนี้ KOLAXY ตั้งเป้าหมายระยะ 3-5 ปี ผลักดันให้ครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์มมีรายได้เฉลี่ยอย่างน้อย 10,000 บาทต่อคน โดยเชื่อว่าความสำเร็จของเศรษฐกิจครีเอเตอร์ (Creator Economy) ต้องวัดจากการที่ผู้คนสามารถสร้างอาชีพและมีรายได้อย่างยั่งยืน โดยไปพร้อมขยายฐานแบรนด์ที่เข้ามาใช้แพลตฟอร์ม เพื่อเพิ่มโอกาสการจับคู่ระหว่างผู้ประกอบการกับครีเอเตอร์ จากการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งการ ลดต้นทุน และสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้นให้กับทุกฝ่าย

 

“หากบริษัทสามารถทำให้ครีเอเตอร์ทุกระดับมีรายได้เพิ่มขึ้น พร้อมกับช่วยให้ผู้ประกอบการขายสินค้าได้ดีขึ้น นั่นหมายถึงเราไม่ได้สร้างแค่แพลตฟอร์ม แต่กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานของ Creator Economy ที่ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกัน”

 

ธนดล  กล่าวว่า KOLAXY ภายใต้โมเดลดังกล่าว จะตอบโจทย์ผู้ประกอบการในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว เพราะช่วยเปลี่ยนต้นทุนที่เคยสูญเสียไปกับค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายแฝง มาเป็นการลงทุนด้านการตลาดที่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้โดยตรง ทั้งในแง่การสร้างการรับรู้ การเข้าถึงผู้บริโภค และการเพิ่มยอดขาย ผ่านครีเอเตอร์ที่มีความเหมาะสมกับสินค้าแต่ละประเภท มากกว่าการเลือกจากจำนวนผู้ติดตามเพียงอย่างเดียว

 

นอกจากนี้แพลตฟอร์มฯนี้ ยังเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมการตลาดอินฟลูเอ็นเซอร์ (Influencer Marketing)  ซึ่งทั้งระบบนิเวศ (ecosystem) ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก  คือ

 

  • ผู้บริโภค
  • ผู้ประกอบการ(เจ้าของแบรนด์)
  • ครีเอเตอร์
  • แพลตฟอร์ม

 

ขณะที่ปัจจุบัน ตลาดอินฟลูฯประเทศไทยยังพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างประเทศเป็นหลัก ทำให้การกำหนดกติกาต่างๆ ไม่ได้สร้างมูลค่าให้กับทุกฝ่าย  ซึ่งการผลักดันอุตสาหกรรมนี้จะต้องเติบไปพร้อมกันทั้งอีโคซิสด้วยกันทั้งหมด ไม่ใช่สร้างการเติบโตเฉพาะแพลตฟอร์มเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างโมเดลธุรกิจที่ทำให้ผู้บริโภค ผู้ประกอบการ(แบรนด์) ครีเอเตอร์ และแพลตฟอร์ม สามารถเติบโตไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน

 

 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 alternate-x.com All Rights Reserved.