‘อายิโนะโมะโต๊ะ’ อยู่ไทยมา 66 ปีปรับบทจากธุรกิจอาหาร สู่พันธมิตรโซลูชันใช้ศาสตร์ ‘AminoScience’ แข่งตลาดอูมามิ ขยายร้านอาหาร-สตรีทฟู้ดทั่วประเทศ พร้อมขยายพอร์ตอาหารแช่แข็ง ‘อุไม’ รับ 3 เทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ หลังปี 2568 สร้างรายได้ 3.4 หมื่นล้านบาท
-
อายิโนะโมะโต๊ะ ปรับบทบาทจากผู้ผลิตอาหารสู่พันธมิตรด้านโซลูชันร้านอาหาร โดยใช้ AminoScience เป็นแกนหลักในการพัฒนานวัตกรรมและสร้างการเติบโตของธุรกิจ
-
บริษัทขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ ด้วยอาหารแช่แข็งพร้อมรับประทานแบรนด์ อุไม และเปิดโครงการ อายิโนะโมะโตะ คู่ร้าน เพื่อช่วยร้านอาหารลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
-
ปี 2568 อายิโนะโมะโต๊ะ ประเทศไทย มีรายได้ 3.4 หมื่นล้านบาท พร้อมครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในผงชูรส รสดี และกาแฟกระป๋องเบอร์ดี้
‘ซาโตชิ อุตากาวะ’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ปรับทบาทจาก ‘ธุรกิจอาหาร’ ไปสู่การเป็น ‘พันธมิตรด้านโซลูชันที่ผู้ประกอบการร้านอาหารไว้วางใจ’ ผ่าน ‘AminoScience’ อะมิโนไซแอนซ์ ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมครอบคลุมผู้บริโภค ชุมชน ไปจนถึง พ่อค้า แม่ค้า ผู้ประกอบการร้านอาหาร และพันธมิตรทางธุรกิจ ภายใต้พันธกิจหลักมุ่งส่งเสริมให้คนไทยกินดีมีสุข ในทุก ๆ วัน
สำหรับ ‘อะมิโนไซแอนซ์’ คือ ศาสตร์แห่งกรดอะมิโน หลังพบการวิจัยเชิงลึกจากนำกรดอะมิโน (หน่วยย่อยของโปรตีน) มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งในด้านโภชนาการ สุขภาพ การแพทย์ การเกษตร และอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการต่อยอดจากผลิตภัณฑ์ผงชูรส ซึ่งมีกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่พบได้ตามธรรมชาติและเป็นส่วนประกอบของโปรตีนทั่วไป เช่นกัน
นอกจากนี้ อายิโนะโมะโต๊ะ ยังให้ความสำคัญต่อการนำข้อมูลเชิงลึก (Insight) ด้านต่างๆ มาใช้ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยพบเทรนด์อาหารในปี 2569 (Innova Market Insights 2026) เผยแนวโน้มสำคัญที่หล่อหลอมพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลก และในประเทศไทย ผ่าน 3 เทรนด์สำคัญ ดังนี้
- ความคุ้มค่าคุ้มราคา-ผู้บริโภค 2 ใน 3 คนเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อสินค้าเป็นประจำ โดยมองหาความคุ้มค่าและคุณภาพที่ดี
- ความสมบูรณ์แข็งแรงและอายุที่ยืนยาว-ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพและสุขภาวะในระยะยาว ผ่านโภชนาการและไลฟ์สไตล์ที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น
- ตอบโจทย์ทุกช่วงเวลา- ความต้องการโซลูชันอาหารและเครื่องดื่มที่สะดวกสบาย ซึ่งได้รับการออกแบบ ให้เหมาะกับโอกาส ไลฟ์สไตล์ และความต้องการทางอารมณ์ที่เฉพาะเจาะจงตลอดทั้งวัน
อายิโนะโมะโต๊ะ ส่ง ‘อุไม’ อาหารแช่แข็ง
จากแนวโน้มดังกล่าว ยังสอดคล้องกับทิศทางธุรกิจปี 2569 ภายใต้แนวคิดอยู่เคียงข้างเส้นทาง ‘กินดี มีสุข (Eat Well, Live Well.)’ ของทุกคน จากการนำเทรนด์อาหารมาพัฒนาร่วมกับข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก คือ
- เสริมสร้าง ‘กินดี (Eat Well)’ ผ่านนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย ‘AminoScience’
- ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพเสริมพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพให้แข็งแกร่ง พร้อมยกระดับโซลูชันด้านโภชนาการที่มอบทั้งรสชาติทีดีและสุขภาพที่ดี
- นำ ‘AminoScience’ มาใช้เพื่อปรับปรุงรสชาติให้อร่อย พร้อมสนับสนุนการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น
- โครงการ Thailand Victory Project สนับสนุนนักกีฬาไทยอย่างต่อเนื่องไปจนถึงการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 และการขยายโปรแกรม Winning Meals จากนักกีฬาไปสู่ผู้บริโภคทั่วไป
- ส่งเสริมแคมเปญ Better Meal โดยร่วมกับพันธมิตรร้านอาหาร เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและมีโภชนาการมากขึ้น
- เพิ่มประสบการณ์ ‘มีสุข (Live Well)’
- เติม ‘ความเพลิดเพลินสู่ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค’ ให้มากขึ้น โดยการขยายพอร์ตโฟลิโอ เพื่อตอบไลฟ์สไตล์และความชอบของผู้บริโภค คลิกโดนใจคนรุ่นใหม่ผ่านแบรนด์แอมบาสเดอร์
- ขยายธุรกิจอาหารแช่แข็งสำหรับครัวเรือนด้วยแบรนด์ อายิโนะโมะโต๊ะ ‘อุไม’ เสิร์ฟอาหารแช่แข็งพร้อมทานสไตล์ญี่ปุ่น ที่ออกแบบมาเพื่อตอบไลฟ์สไตล์ความสะดวกสบายของคนยุคใหม่ พร้อมยกระดับร้านอาหารไทยและสตรีทฟู้ดทั่วประเทศ ด้วยการเปิดตัวพันธกิจครั้งใหม่เคียงข้างผู้ประกอบการผ่าน อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน
- เชื่อมโยงกับผู้บริโภคผ่านสุขภาวะ ความคิดสร้างสรรค์ และวัฒนธรรม ด้วยการเปิดตัวนิทรรศการ Ajinomoto Amino Museum ที่ผสมผสานโภชนาการ ศิลปะ และประสบการณ์เสมือนจริงสำหรับผู้บริโภค
- พัฒนาสู่การเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งสุขภาพกายและใจ (Trusted Well-Being Partner)
- เดินหน้ายกระดับบริษัทให้เป็นมากกว่าผู้ผลิตอาหาร สู่การเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจด้าน Well-being ในทุก ๆ วัน โดยการสนับสนุนสุขภาพ ความสุข และคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้บริโภค พร้อมทั้งร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น ผ่านระบบนิเวศอาหารที่ดีต่อสุขภาพและโครงการด้านสิ่งแวดล้อม

เข้าหาร้านอาหาร-สตรีทฟู้ด ทั่วไทย
อุตากาวะ กล่าวอีกว่า อายิโนะโมะโต๊ะ ได้เปิดตัว ‘อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน’ พันธกิจใหม่ล่าสุดเพื่อเสริมศักยภาพให้กับร้านอาหารไทยและพ่อครัวแม่ครัวทั่วประเทศ โดยมีจุดเด่นคือ
- ช่วยลดต้นทุน
- ลดขั้นตอน
- ช่วยประหยัดเวลาในการทำอาหาร
ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่า ปัจจุบัน คนไทยสัดส่วนเกือบ 50% ซื้ออาหารพร้อมทานจากร้านอาหาร รวมถึงการนั่งทานที่ร้าน ซื้อกลับบ้าน และเดลิเวอรี ซึ่งตอกย้ำพฤติกรรมความสำคัญของธุรกิจอาหารต่อชีวิตประจำวันและวัฒนธรรมอาหารของไทย ซึ่งคาดว่ามีจำนวนร้านอาหารมากกว่า 700,000 ถึง 1 ล้านแห่งทั่วประเทศ
โดยอายิโนะโมะโต๊ะ ตั้งเป้าผลักดันให้ ‘อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน’ เป็นพันธมิตรด้านโซลูชันอาหารอันดับแรกในใจ สำหรับเจ้าของร้านอาหารไทย พร้อมสนับสนุนร้านอาหารและพ่อครัวแม่ครัวผ่านโซลูชันทางธุรกิจที่นำไปใช้ได้จริง โดยบริษัทฯ จะยังร่วมแบ่งปันความรู้ พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมในชุมชนดิจิทัล เพื่อช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานพร้อมส่งมอบมื้ออาหารที่มีคุณภาพให้แก่ผู้บริโภค
สำหรับการดำเนินงานในปี 2568 อายิโนะโมะโต๊ะ ประเทศไทย มีผลประกอบการ 3.4 หมื่นล้านบาท จาก 3 ผลิตภัณฑ์หลัก คือ
- รสดี ครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ในหมวดหมู่เครื่องปรุงรส (ประมาณ 90%)
- ผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะ ครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ในหมวดหมู่ผงชูรส (ประมาณ 80%)
- กาแฟกระป๋องเบอร์ดี้ ครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ในหมวดหมู่กาแฟกระป๋อง (ประมาณ 50%)


