บลูพอร์ตหัวหิน รีโพซิชันรอบทศวรรษ เปิดแม่เหล็กใหม่เพียบ พิพิธภัณฑ์รถคลาสสิก-สปอร์ตเดสติเนชัน – Adidas Originals Concept Store แห่งแรกในไทย รับ ‘หัวหิน’เมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬาและเวลเนส
- รีโพซิชัน รับหัวหินยุคใหม่ Bluport Hua Hin ปรับภาพลักษณ์ใหม่ รองรับการเติบโตของหัวหินในฐานะเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ เวลเนส และสปอร์ตเดสติเนชัน
- เติมแม่เหล็กใหม่ ดึงนักท่องเที่ยว เปิดพิพิธภัณฑ์รถคลาสสิกกว่า 40 คัน อาร์ตแกลเลอรี โซนกีฬา พร้อมเตรียมเปิด Adidas Originals Official Concept Store ที่จะมาเปิดที่ไทย เป็นครั้งแรก
- ทราฟฟิกโตต่อเนื่อง ผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น 15-20% ตั้งเป้าพื้นที่เช่าปี 2570 แตะ 97% สูงสุดนับตั้งแต่เปิดให้บริการ

‘บลูพอร์ต หัวหิน’ (Bluport Huahin)’ คอมมูนิตี้มอลล์ ไลฟ์สไตล์ใจกลางเมืองหัวหิน จังหวัดประจวบคิรีขันธ์ จะครบรอบ 11 ปีเต็มในเดือนตุลาคม ปี2569นี้ ที่ยังมาพร้อมกับ ‘การเปลี่ยนแปลง’ หลายอย่างในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารของ ‘วจี กลมเกลี้ยง’ เพื่อสร้างให้คอมมูนิตี้แห่งนี้เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คของหัวหิน พร้อมรองรับความคึกคักให้กับเมืองที่จะเพิ่มขึ้นอีกนับจากนี้ไป
วจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหารบริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด และผู้จัดการใหญ่ ‘บลูพอร์ต หัวหิน’ บอกว่า บลูพอร์ตฯ ทยอยปรับโฉมและตำแหน่งทางการตลาด Re-positioning ครั้งใหญ่ ส่วนหนึ่งเพื่อรองรับยุทธศาสตร์การเติบโตของเมืองหัวหินสู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวคุณภาพสำคัญ ด้านกิจกรรมกีฬา (Sport Tourism) และเวลเนสระดับลักซูรีของประเทศไทย
โดยเฉพาะหลังจากโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนาดใหญ่อย่างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 (M82) จะเปิดใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 28 สิงหาคมนี้ รวมถึงการคมนาคมทางอากาศสนามบินนานาชาติหัวหิน ที่คาดว่าจะขยายเส้นทางการบินเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต จากในช่วงที่ผ่านมามีกระแสรัฐบาลเตรียมฟื้นเส้นทางบินตรง ‘หัวหิน–กัวลาลัมเปอร์’ พร้อมยกระดับหัวหินสู่เมืองท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก เพื่อมีกระตุ้นการเติบโตเศรษฐกิจระดับภูมิภาค
ทั้งนี้ บลูพอร์ต หัวหิน ได้ทยอยลงทุนปรับปรุงพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในคอมมูนิตี้มอลล์มาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดตัวแม่เหล็กและแนวคิดใหม่ของมอลล์ เพื่อดึงดูดผู้เข้ามาใช้บริการ ดังนี้

พิพิธภัณฑ์รถคลาสสิก & อาร์ต แกลเลอรี
- พิพิธภัณฑ์รถคลาสสิก (Museo Auto Classica) บนขนาดพื้นที่กว่า 2,000 ตร.ม. จัดแสดงรถโบราณและรถวินเทจสะสมหายากระดับประเมินมูลค่าไม่ได้มากกว่า 40 คัน
- ราคาบัตร Museo ผู้ใหญ่ 400 บาท และ เด็ก 300 บาท
- โซนอาร์ตแกลเลอรี รวบรวมงานศิลปะหมุนเวียนจากศิลปินแห่งชาติและศิลปินต่างชาติที่มีชื่อเสียง จำนวนกว่า 60 ชิ้น นำมาจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนตามแต่ละช่วงเวลา
ปลายทางสายสปอร์ต (Sport Destination)
บลูพอร์ตหัวหิน ได้พัฒนาพื้นที่ชั้น 3 ให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านกีฬา รองรับกิจกรรมเทรนดี้อย่าง พิกเคิลบอล (Pickle Ball), พัดเดิลเทนนิส, แอโรบิก และ Arena Hua Hin
วางตำแหน่งให้เข้าถึงง่าย
ขณะเดียวกัน บลูพอร์ต หัวหิน ยังลบภาพจำเดิมของผู้คนท้องถิ่นที่มองว่าเป็นมอลล์หรูหราทำให้หลายคนเกร็งเมื่อจะเข้ามาใช้บริการที่มอลล์ โดยได้ปรับคาแรกเตอร์ให้มีความเป็นมิตรมากขึ้นเพื่อให้เข้าถึงง่ายขึ้น ส่งผลให้ในตอนนี้มียอดผู้ใช้บริการ (Traffic) เพิ่มขึ้น 15-20% ในช่วงที่ผ่านมา
- ปัจจุบันในช่วง วันธรรมดาเฉลี่ย 18,000 คน/วัน
- วันหยุดสูงถึง 25,000 คน/วัน
นอกจากนี้ บลูพอร์ตหัวหิน ยังนำแบรนด์ไฮไลต์ใหม่ๆ เข้ามาใช้เป็นแม่เหล็กขนาดใหญ่เพื่อดึงผู้เข้ามาใช้บริการและเพื่อให้เข้ากับบริบทของเมืองหัวหินโดยเตรียมเปิด ‘Adidas Original Official Concept Store’ แห่งแรกในไทย บนพื้นที่ขนาด 504 ตร.ม.
วจี บอกแผนในช่วงก่อนหน้าที่ผ่านมาว่า บลูพอร์ตได้ลงทุนสร้างศูนย์ประชุม ‘หัวหิน คอนเวนชัน เซ็นเตอร์’ Huahin Convention Center พร้อมเปิดให้บริการและได้การตอบรับดีอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนพื้นที่โถง (Hall) รองรับงานคอนเสิร์ตและกิจกรรมได้ถึง 2,000 คน ส่วนห้องจัดเลี้ยง (Banquet) รองรับได้ 1,000 คน พร้อมลานจอดรถรองรับได้กว่า 1.2 แสนคัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนสนับสนุนหัวหินสู่การเป็นเมืองแห่งการจัดประชุมสัมมนาเพื่อการท่องเที่ยว (MICE) แห่งภาคตะวันตก
“ในอนาคตบริษัทหัวหินแอสเสท ยังมีแผนร่วมกับกลุ่มพราวเตรียมขยายโครงการอสังหาริมทรัพย์บนที่ดิน 25 ไร่ติดกับบลูพอร์ต หัวหินด้วย”


ปัจจุบันโครงการฯ มีพื้นที่ให้บริการ 5 ชั้น พร้อมวางผังการจัดสรรพื้นที่แต่ละชั้น (Floor Directory) ดังนี้
- ชั้น B ศูนย์รวมไอที และบริการธุรกรรมทางการเงิน/ธนาคาร
- ชั้น G โซนอาหาร (Food) และสินค้าแฟชั่น
- ชั้น 1 ศูนย์รวมสินค้าแฟชั่น และห้องจัดประชุมสัมมนา/คอนเวนชัน (Convention)
- ชั้น 2 โซนแอกแทร็กชัน (Attraction) รวมฮาเบอร์แลนด์ (Harbor Land) พิพิธภัณฑ์ และแกลเลอรี
- ชั้น 3 โซนสปอร์ต และความบันเทิง (Sport & Entertainment)
โดยบลูพอร์ต หัวหินมีขนาดพื้นที่รวมกว่า 150,000 ตร.ม. (รวมส่วนกลาง) แบ่งเป็น พื้นที่ขายรวม 60,000 ตร.ม., พื้นที่ร้านค้าเช่า (Leasing) 46,000 ตร.ม. และ พื้นที่ห้างสรรพสินค้า (Department) 14,000 ตร.ม. ซึ่งปัจจุบันวางอัตราค่าเช่าอยู่ที่ 800-1,200 บาทต่อตร.ม.ต่อเดือน
“จุดเด่นบลูพอร์ตหัวหินในตอนนี้ คือขยายกลุ่มเป้าหมายครอบครัวเพิ่มและปรับให้มีความเป็นเด็กลง จากการใส่แองเคอร์ใหม่ๆ ที่ดึงดูดเข้าไปเพิ่ม”
‘หัวหิน’เมืองเซอร์ไพรส์
วจี บอกว่า หลังเข้ามาบริหารบลูพอร์ต หัวหิน พร้อมกทำโครงการฯ เพื่อให้มีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่นมากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสให้มอลล์แห่งนี้ ได้ทำความรู้จักกับคนท้องถิ่นมากขึ้นด้วย และพบว่าเป็นเมืองที่สร้างความประหลาดใจมี ‘เซอร์ไพรส์’ ให้เกิดขึ้นเป็นระยะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ทีมงานต้องศึกษาและทำความเข้าใจกับบริบทของเมืองรอบด้าน โดยเฉพาะความต้องการเชิงลึกคนท้องถิ่นที่แท้จริง ซึ่งอาจมีความแตกต่างไปจากที่อื่น
“มีเคสน่าสนใจอย่างร้านเครื่องประดับเพชรที่เปิดให้บริการในบลูพอร์ตหัวหิน ซึ่งพบว่าร้านสาขาที่บลูพอร์ตมียอดขายเติบโตสูงมากเมื่อเทียบกับร้านสาขาที่อื่น สะท้อนถึงกำลังซื้อที่สูงแแม้ว่าจะเป็นเมืองที่ค่อนข้างเงียบแต่ก็มีคาแรกเตอร์เฉพาะ”
วจี เสริมแนวทางการทำตลาดบลูพอร์ตหัวหิน มีการวางแผนจัดกิจกรรม (Event) ในแต่ละเทศกาลสำคัญต่อเนื่องตลอดทั้งปีไม่ต่ำกว่า 5 กิจกรรมใหญ่ ล่าสุดงานฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจ PRIDE 2026 : The Gentle Rainbow จัดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมซิกเนเจอร์ที่สร้างสีสันให้กับหัวหินไปด้วยเช่นกัน
เธอ ทิ้งท้ายว่า จากแผนดังกล่าว บลูพอร์ต หัวหิน ได้วางเป้าหมายเชิงพาณิชย์ด้านสัดส่วนพื้นที่ขายอยู่ที่ 97% ในปี 2570 จากในปี 2569 อยู่ที่ 83% และในปี 2568 มีสัดส่วน 75% และ 63% ในปี 2567 ตามลำดับ
“เป็นสถิติสูงสุดนับแต่บลูพอร์ตฯ เปิดให้บริการ”
โดยสัดส่วนลูกค้า (Visitors) บลูพอร์ตหัวหิน แบ่งเป็น ชาวต่างชาติ 70% (รัสเซีย/เกาหลี/สหรัฐฯ/สหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้น) และ คนท้องถิ่น(รวมประชากรแฝงที่เข้ามาพำนักอาศัยและทำงาน) 30%



