บิ๊กมูฟ ‘มหากิจศิริ’ ปักหมุดโรงงาน EV ในไทย ปูทาง ‘NIU’ สู่ฐานผลิตอาเซียน

TTA Group เครือธุรกิจตระกูลมหากิจศิริ ลงทุนกว่า 200 ล้านบาท เปิดโรงงาน P80 JET Assembly Factory ผลิตมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า NIU เป้าผลิตสูงสุด 300,000 คันต่อปี พร้อมสร้าง Ecosystem ครบวงจรและผลักดันไทยสู่ฐานการผลิตอาเซียน

 

  • TTA Group ลงทุน 200 ล้านบาท เปิดโรงงาน P80 JET รองรับการผลิตมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า NIU ในไทย ตั้งเป้ากำลังผลิตจาก 10,000 คัน สู่สูงสุด 300,000 คันต่อปี
  • ขยายจากผู้จำหน่าย สู่ผู้สร้าง Ecosystem โรงงานใหม่เชื่อมการผลิต คลังสินค้า อะไหล่ บริการหลังการขาย รีไซเคิลแบตเตอรี่ และเครือข่ายดีลเลอร์ไว้ในระบบเดียว
  • ยกระดับไทยสู่ฐานผลิตอาเซียน ใช้ชิ้นส่วนในประเทศกว่า 40% ตั้งเป้าผลิตเพื่อขายในไทย 70% ส่งออก 30% รองรับการเติบโตของตลาดอีวีภูมิภาค

 

โมเดลอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย จากเดิมที่แบรนด์ต่างๆ วางให้ ‘ไทย’ เป็นตลาดจำหน่าย แต่ในวันนี้กำลังเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญสู่ระบบนิเวศซัพพลายเชนครบวงจร จากการลงทุนตั้งฐานประกอบและพัฒนาเครือข่ายการผลิตมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสัญชาติจีนแบรนด์ NIUภายในประเทศไทย

 

โดยมูฟเมนต์ดังกล่าว ที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมฯนี้ ดำเนินการภายใต้ บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน)  ‘ทีทีเอ กรุ๊ป’ (TTA Group) ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Investment Holding Company) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหนึ่งในธุรกิจหลักภายใต้การลงทุนของตระกูล ‘มหากิจศิริ’ ซึ่งมี ‘เฉลิมชัย มหากิจศิริ’ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO)

 

ปัจจุบัน TTA มีพอร์ตธุรกิจครอบคลุมการขนส่งทางเรือ บริการนอกชายฝั่ง เคมีภัณฑ์การเกษตร อาหารและเครื่องดื่ม รวมไปถึงธุรกิจการลงทุนใหม่ ด้านยานยนต์ไฟฟ้า ผ่านความร่วมมือกับ NIU Global ผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์อีวีระดับโลกจากจีน ล่าสุดใช้งบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท เปิดโรงงาน ‘P80 JET Assembly Factory  เพื่อรองรับการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย พร้อมกับเป้าหมายขยายสู่ตลาดอาเซียนในระยะต่อไป

 

‘ฮับ’ ผลิตครบวงจร

 

โดยโรงงาน P80 JET Assembly Factory แห่งนี้ วางบทบาททำหน้าที่ครบวงจรตลอดซัพพลายเชนอุตสาหกรรมมอเตอร์ไซค์อีวี ทั้งเป็นผู้นำเข้า ผู้ประกอบ และผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ ‘NIU’ ในประเทศไทย และตลาดส่งออก ตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด กม.13 บนพื้นที่กว่า 4,200 ตารางเมตร พร้อมออกแบบให้เป็นศูนย์กลางครบวงจร ประกอบด้วย

 

  • สายการประกอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
  • คลังสินค้า
  • คลังอะไหล่

 

ทั้งหมดนี้ เพื่อรองรับการผลิต การส่งมอบ และบริการหลังการขายในจุดเดียว โดยในระยะแรก โรงงานสามารถประกอบรถได้พร้อมกันสูงสุด 5 โมเดล พร้อมตั้งเป้ากำลังการผลิตเบื้องต้น 10,000 คันต่อปี ก่อนขยายเป็น 30,000 คันต่อปี และรองรับการขยายกำลังการผลิตสูงสุดถึง 300,000 คันต่อปี หากความต้องการของตลาดเพิ่มขึ้น

 

จากแผนธุรกิจที่วางไว้ บริษัทเตรียมส่งมอบรถให้ลูกค้าในประเทศไทยตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2569 เป็นต้นไป

 

ผลิต 2 รุ่นหลักทำตลาดก่อน

 

ขณะที่ ในช่วงแรก โรงงานจะประกอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 2 รุ่นหลัก ได้แก่

 

  • FX Pro รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสไตล์สปอร์ต สมรรถนะสูง สำหรับผู้ใช้งานในเมือง ราคาจำหน่าย 69,000บาท (ปี2569)
  • O-Play รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าดีไซน์โมเดิร์น เน้นใช้งานในชีวิตประจำวัน ราคาจำหน่าย 59,000บาท (ปี2569)

 

โดยในเฟสแรก จะเริ่มผลิต FX Pro ก่อนขยายไปสู่ O-Play และรุ่นอื่น ๆ เพื่อรองรับทั้งตลาดประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

 

‘มหากิจสิริ’ สร้างอีโคซิสเต็มอีวี

 

 

จากแผนการลงทุนร่วมกันระหว่าง TTA และ NIU  หากมองให้ลึกลงไปยังมีสิ่งที่น่าสนใจที่มากกว่าการเปิดโรงงาน ‘P80 JET Assembly Factory  เพื่อขยายการผลิต แต่ TTA Group กำลังสร้างโมเดลระบบนิเวศ (Ecosystem) ของธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ให้ครอบคลุมภายในอีโคซิสเต็มเดียวกันอย่างครบวงจร  ประกอบด้วย

 

  • โรงงานประกอบรถ
  • ศูนย์บริหารคลังสินค้า
  • คลังอะไหล่
  • ระบบบริการหลังการขาย
  • เครือข่ายผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ

 

ขณะเดียวกัน ยังมาพร้อมมาตรฐานบริการ 3S (Sales, Service และ Spare Parts) ระบบบริหารแบตเตอรี่ ตั้งแต่ยืดอายุการใช้งาน นำกลับมาใช้ซ้ำ รีไซเคิล และ Refurbish รวมไปถึงความร่วมมือกับสถาบันการเงิน เพื่อพัฒนาตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามือสองในอนาคต

 

จากองค์ประกอบทั้งหมด อาจเรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดที่ควบทั้งระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และ ด้านความยั่งยืน (ESG) ที่ TTA Group นำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ ในครั้งนี้

 

ใช้ชิ้นส่วนในประเทศกว่า 40%

 

ขณะที่โรงงาน P80 JET Assembly Factory แห่งนี้ ยังมีหนึ่งเป้าหมายสำคัญ คือการพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศ โดยบริษัทเลือกใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทยมากกว่า 40% เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตไทยและพัฒนาซัพพลายเชน  (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ให้สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ

 

ด้วยรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ‘NIU’ ยังอยู่ระหว่างการเข้าร่วมมาตรการสนับสนุน EV 3.5 เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น

 

‘ไทย’ ได้อะไรจากการลงทุนครั้งนี้

 

ต่อการตั้งโรงงานแห่งใหม่ในไทยครั้งนี้  ซึ่งอยู่ในเขตปลอดอากร (Free Zone) พร้อมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนและโลจิสติกส์ รองรับการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยบริษัทตั้งเป้าสัดส่วนการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 70% และส่งออก 30% พร้อมเริ่มเห็นสัญญาณการเติบโตจากตลาดเวียดนามและลาว

 

นอกจากนี้ การใช้ชิ้นส่วนในประเทศ การสร้างงาน การขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย และการพัฒนาระบบบริการหลังการขาย ยังช่วยยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยในระยะยาว

 

สะท้อนบทบาทใหม่ ประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค อีกด้วย

 

เป้าขาย 10,000 คัน ภายในปี 2571

 

อย่างไรก็ตาม จากการทำตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าภายใต้ NIU Thailand ราว 8 ปีที่ผ่านมา มียอดจำหน่ายสะสมมากกว่า 3,000 คัน และมีผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 11 แห่ง ทั่วประเทศ

 

โดยสเต็ปต่อไปของ NIU Thailand เตรียมแผนขยายตามนโยบาย ‘หนึ่งจังหวัด หนึ่งดีลเลอร์’

 

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าภายในปี 2571 จะมียอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า NIU ไม่น้อยกว่า 10,000 คัน พร้อมใช้โรงงาน P80 JET เป็นศูนย์กลางการผลิตและกระจายสินค้าสำหรับประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้แนวคิด ‘Global DNA, Local Strength’

 

เมื่อนำทุกส่วนมาประกอบเป็นภาพใหญ่แล้ว สะท้อนชัดการเปิดโรงงานแห่งใหม่ภายใต้ TTA Group เป็นความเคลื่อนไหวทางกลยุทธ์ (Strategic Move) ครั้งสำคัญของตระกูลมหากิจศิริ ในการขยายพอร์ตโฟลิโอสู่ตลาดอีวีเต็มสูบเพื่อสเกลอัพอาณาจักรธุรกิจมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ครอบคลุมทั้งระบบซัพพลายเชน ไปจนถึงการส่งออก เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่ฐานผลิต EV สองล้อไฟฟ้าของอาเซียนในระยะยาว

 

 

 

 

 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.