โรเบิร์ต วอลเทอร์ส เปิดผลสำรวจตลาดแรงงานไทยกลางปี 2569 พบพนักงานกว่า 85% มองหางานใหม่ และเกินคาดหวังเงินเดือนขึ้นในปีนี้
- พนักงานไทย 85% มองหางานใหม่ พร้อมรับโอกาสใหม่อยู่ตลอดเวลา แม้จะยังทำงานอยู่และรู้สึกผูกพันกับองค์กร โดยองค์กร ที่นิ่งนอนใจคิดว่าพนักงานพอใจแล้วปลอดภัย คือองค์กรที่เสี่ยงที่สุด
- 56% คาดหวังขึ้นเงินเดือนปีนี้ แต่เงินอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบ ปัจจัยที่ทำให้อยู่ต่อ คือ ความยืดหยุ่น 41% ความมั่นคง 38% และผู้บริหารที่เปิดกว้าง 30% แปลว่าองค์กรที่ขึ้นเงินแต่ไม่แก้วัฒนธรรม ยังเสียคนได้อยู่ดี
- การประเมินประสิทธิภาพการทำงาน (Performance Review) ที่ดีเพิ่มความผูกพัน ได้จริง พนักงาน 40% รู้สึกผูกพันและมีแรงจูงใจมากขึ้นหลัง Performance Review ล่าสุด และมีเพียง 9% ที่รู้สึกแย่ลง
แอนดรูว์ พาวเวลล์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ ของกลุ่มบริษัทโรเบิร์ต วอลเทอร์ส บริษัทสรรหาบุคลากรระดับโลก เผยว่า ในปี 2569 องค์กรยังเผชิญความท้าทายต่อเนื่องทั้งการสร้างความไว้วางใจ ความผูกพัน และความหมายในการทำงาน เป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดและรักษาบุคลากรคุณภาพในตลาดแรงงานไทยที่มีการแข่งขันสูง
โดยองค์กร ที่ให้ความสำคัญกับการสื่อสารอย่างเปิดกว้าง การลงทุนในการพัฒนาและเติบโตของพนักงาน รวมถึงสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ยืดหยุ่น เปิดกว้าง และส่งเสริมการมีส่วนร่วม จะสามารถสร้างความแตกต่างและก้าวขึ้นเป็นองค์กรที่พนักงานต้องการร่วมงานด้วยมากที่สุด
ทั้งนี้ ยังได้จัดทำผลสำรวจช่วงกลางปี 2569 พบว่า พนักงานในประเทศไทยกว่าครึ่ง (56%) คาดหวังว่าจะได้รับการพิจารณาปรับเงินเดือนภายในปีนี้ ขณะที่มีเพียง 9% เท่านั้นที่มองว่ามีโอกาสน้อยมากที่จะได้รับการปรับเงินเดือน โดยความเชื่อมั่นดังกล่าวยังคงอยู่ แม้ภาคธุรกิจทั่วโลกจะเผชิญกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม แม้ผลสำรวจจะชี้ให้เห็นว่าการประเมินผลงานและการพิจารณาปรับเงินเดือนมีความสำคัญมากขึ้นในตลาดแรงงานปัจจุบัน โดยพนักงานใช้การพูดคุยดังกล่าวเป็นโอกาสในการประเมินเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพของตนในระยะยาว แต่สิ่งที่พนักงานให้ความสำคัญกลับไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องค่าตอบแทนเท่านั้น โดยพบ 4 ปัจจัยดังนี้
- รูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (41%)
- ความมั่นคงในการทำงาน (38%)
- การบริหารจัดการที่เปิดกว้างและมีประสิทธิภาพ (30%)
- วัฒนธรรมองค์กรที่สร้างแรงบันดาลใจ (30%)
“ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่พนักงานให้ความสำคัญในการเลือกนายจ้าง”
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า องค์กรที่ให้ความสำคัญกับปัจจัยเหล่านี้จะมีความพร้อมมากกว่าในการดึงดูดและรักษาบุคลากรคุณภาพ ท่ามกลางการแข่งขันเพื่อแย่งชิงบุคลากรที่มีความเข้มข้นมากขึ้น
แอนดรูว์ กล่าวว่าการสร้างความผูกพันและความหมายในการทำงาน เป็นสิ่งที่พนักงานให้ความสำคัญในตลาดแรงงานที่มีการแข่งขันสูง โดยพบว่า พนักงานกว่า 40% ในองค์กรในประเทศไทยรู้สึกมีความผูกพันต่อองค์กรและมีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น หลังการประเมินผลงาน (performance review) ล่าสุด
ขณะที่มีพนักงานเพียง 9% เท่านั้นที่ระบุว่ากระบวนการประเมินผลงานส่งผลให้ความรู้สึกเชิงบวกต่อการทำงานและองค์กรลดลง ซึ่งช่วยให้องค์กรมีความมั่นใจต่อระดับความผูกพันและแรงจูงใจในการทำงานของพนักงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
แอนดรูว์ ย้ำว่า การประเมินผลงานกำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการบริหารจัดการบุคลากร โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่องค์กรต้องสร้างสมดุลระหว่างการตอบสนองความต้องการของพนักงานและการบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ
“พนักงานต้องการทราบว่าทักษะและความสามารถของตนได้รับการยอมรับและให้คุณค่ามากน้อยเพียงใด มีโอกาสเติบโตในสายอาชีพอย่างไร และองค์กรมีการลงทุนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาในระยะยาวของพวกเขาหรือไม่”
85% พนักงานไทยพร้อมหางานใหม่
ด้าน ปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา ผู้จัดการประจำสาขาประเทศไทย ของบริษัทโรเบิร์ต วอลเทอร์ส ให้ความเห็นว่า แม้ว่าการประเมินผลงานจะมีส่วนช่วยสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อบทบาทการทำงานในปัจจุบันของพนักงาน แต่ผลการสำรวจยังพบว่า พนักงานในประเทศไทยกว่า 85% ยังคงเปิดรับและพร้อมพิจารณาโอกาสงานใหม่อยู่
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรไม่ควรให้ความสำคัญเพียงการสร้างความผูกพันภายในองค์กรเท่านั้น แต่ยังต้องสร้างคุณค่าและโอกาสที่ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงาน เพื่อให้พวกเขามองเห็นเหตุผลที่ชัดเจนในการเติบโตและอยู่กับองค์กรต่อไปในระยะยาว
สิ่งไหน? ที่ทำให้พนักงานอยู่ต่อ
โดยผลการสำรวจยังพบอีกว่า ปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจอยู่กับองค์กรของพนักงาน ได้แก่
- โอกาสในการเติบโตและความก้าวหน้าในสายอาชีพ
- วัฒนธรรมองค์กรที่เป็นบวกและเปิดกว้าง
- ความยืดหยุ่นด้านเวลาและสถานที่ทำงาน
ขณะที่รูปแบบการบริหาร พนักงานให้ความสำคัญกับผู้นำที่มีภาวะผู้นำแบบชี้นำ (authoritative leadership) ซึ่งสามารถกำหนดทิศทางและความคาดหวังที่ชัดเจน (37%) รองลงมาคือผู้นำที่มีภาวะผู้นำแบบสร้างการเปลี่ยนแปลง (transformational leadership) ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง (32%)
อย่างไรก็ตาม การที่พนักงานในประเทศไทยกว่า 85% ยังเปิดรับโอกาสงานใหม่ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานในปัจจุบันมีการแข่งขันเพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรเข้มข้นมากขึ้น ดังนั้นการสื่อสารอย่างเปิดกว้างและโปร่งใสจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้พนักงานรู้สึกว่าความคิดเห็นของตนได้รับการรับฟังและมีส่วนร่วมกับวิสัยทัศน์ขององค์กรและช่วยให้องค์กรเข้าใจถึงสิ่งที่พนักงานให้ความสำคัญอย่างแท้จริง ทั้งด้านโอกาสในการเติบโต ความยืดหยุ่นในการทำงาน หรือสภาพแวดล้อมการทำงานที่สร้างแรงบันดาลใจ
ขณะที่ ในปัจจุบัน การรักษาพนักงานไว้กับองค์กรไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเสนอค่าตอบแทนที่สามารถแข่งขันได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการสร้างความหมายในการทำงาน การสร้างความสัมพันธ์ที่มีคุณค่า และการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทำให้พนักงานรู้สึกได้รับการยอมรับและการสนับสนุนจากองค์กร



