Thailand Taxonomy เปลี่ยนโจทย์อสังหาฯไทย ‘แสนสิริ’ ขยายสเกลทุนสีเขียว

‘Thailand Taxonomy’ กำลังเปลี่ยนทิศทางอุตสาหกรรมอสังหาฯสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ขณะที่ ‘แสนสิริ’ เร่งขยายการเติบโตธุรกิจด้วยทุนสีเขียวผ่าน Green Loan และ Green Bond เชื่อมอีโคซิสเต็มทั้งซัพพลายเชน-เข้าถึงกำลังซื้อคนรุ่นใหม่

 

  • อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ยั่งยืนมาตรฐาน Thailand Taxonomy ทำให้โครงการที่อยู่อาศัยสามารถประหยัดพลังงานได้ 25-35% เปลี่ยนเรื่องความยั่งยืนให้กลายเป็นผลประโยชน์ที่จับต้องได้สำหรับผู้อยู่อาศัย
  • เข้าถึงแหล่งทุนสีเขียวได้ก่อน เป็นแต้มต่อธุรกิจ ผู้พัฒนาโครงการที่ผ่านเกณฑ์มีโอกาสเข้าถึง Green Loan และ Green Bond ได้ง่ายขึ้น ช่วยลดต้นทุนทางการเงินและเร่งการลงทุนในโครงการคาร์บอนต่ำระยะยาว
  • อนาคตอสังหาฯ วัดทั้งซัพพลายเชน การเลือกคู่ค้า จากนี้ไปไม่ได้ดูแค่ราคาและคุณภาพงาน แต่ยังรวมถึงประสิทธิภาพพลังงานและความยั่งยืน ส่งผลให้ผู้รับเหมา ซัพพลายเออร์ และผู้ให้บริการต้องปรับตัวไปพร้อมกันทั้งอุตสาหกรรม

 

ในงาน GREEN UP 2026: Towards a Regenerative Future ฟอรัมยกระดับระบบนิเวศ ‘Ecosystem’ ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยเป็นครั้งแรก เพื่อรองรับ ‘Thailand Taxonomy’ มาตรฐานกลางจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมระยะที่ 2 ซึ่งครอบคลุมภาคอาคารและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์  จัดโดย ‘แสนสิริ’ พร้อมด้วย ‘Key Note’ ในหลากหลายอุตสาหกรรมเศรษฐกิจประเทศไทยที่เกี่ยวข้องทั้ง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยธนาคารกสิกรไทยสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่ง ประเทศไทย (UNGCNT)บริษัทปูนซีเมนตไ์ทย จำกัด (มหาชน)บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด ร่วมแบ่งปันมุมมมอง เพื่อมุ่งสู่ ‘เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ’ ระดับโลกในอนาคต ร่วมกัน

 

อุทัย อุทัยแสงสุขกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แบรนด์แสนสิริ (Sansiri) กล่าวว่า ‘ความยั่งยืน’ กำลังเป็นรากฐานใหม่ของขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจในอนาคต ทั้งวิธีคิดและการตัดสินใจ ให้ทุกภาคส่วนเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน โดย ‘แสนสิริ’ เชื่อว่า องค์กรแห่งอนาคต คือ องค์กรที่สามารถปรับตัวได้ และเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ ที่ต้องก้าวจาก ‘ความตั้งใจ’ ไปสู่ ‘การลงมือทำ’ อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการวางระบบที่โปร่งใส สร้างผลลัพธ์ทั้งระยะสั้น กลาง และ ยาว เพื่อต่อยอดสู่การเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง

 

“ความยั่งยืนไม่ใช่ภาระ แต่เป็นโอกาสใหม่ โดยตลอดช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา แสนสิริทำงานร่วมกับพันธมิตรในประเด็นด้าน Net Zero ทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆในอีโคซิสเต็ม มีหลายบริษัทสามารถพัฒนาธุรกิจและบริการใหม่เข้ามาเติมเต็มคุณค่าในห่วงโซ่อุตสาหกรรม และกำลังกลายเป็นทิศทางใหม่ของภาคธุรกิจในอนาคต”

 

จากทิศทางดังกล่าว ยังสอดคล้องกับ Thailand Taxonomy ที่กำลังเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยกำหนดทิศทางการลงทุนและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่แสนสิริทำอยู่แล้ว ด้วยมาตรฐานระดับสากลและวัดผลได้จริง พร้อมยกระดับสู่การเป็น ‘ข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน’ (Competitive Advantage) ใน 2 มิติหลัก คือ

 

  1. ด้านต้นทุนทางการเงิน ในยุคที่เงินลงทุนทั่วโลกมุ่งสู่โครงการสีเขียว การเข้าถึงมาตรฐาน Thailand Taxonomy ได้ก่อน ช่วยให้แสนสิริสร้างความได้เปรียบในการเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว ทั้ง Green Loan และ Green Bond ได้ก่อนผู้ประกอบการรายอื่นในอุตสาหกรรม ส่งผลให้บริหารต้นทุนทางการเงินและกระแสเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สะท้อนผ่านการเป็นบริษัทอสังหาฯ รายแรกที่ได้รับอนุมัติ Green Loan วงเงิน 4,000 ล้านบาท และเป็นรายแรกในกลุ่มที่อยู่อาศัยที่ออก Green Bond เพื่อพัฒนาโครงการคาร์บอนต่ำโดยเฉพาะ รวมถึงต่อยอดสู่การพัฒนา Sansiri Sustainable Home Prototype ในปี 2568 ที่ผ่านมา
  2. ด้านเทรนด์ผู้บริโภค จากมาตรฐานฯ ดังกล่าว ยังการันตีโครงการคอนโดแสนสิริ สามารถประหยัดพลังงานได้จริง 25–35% ซึ่งเปลี่ยนแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นนามธรรม ด้วยลดค่าใช้จ่ายและประหยัดเงินให้กับลูกบ้าน ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งยังเป็นเกณฑ์ใหม่ซัพพลายเออร์อสังหาฯ เพื่อรองรับกลุ่ม Gen Y และ Gen Z กำลังซื้อหลักในปัจจุบัน ที่ให้ความสำคัญกับบ้านและคอนโดที่ยั่งยืนและคุ้มค่า

 

อุทัย กล่าวถึงความท้าทายสำคัญของการพัฒนาโครงการตามเกณฑ์ Thailand Taxonomy คือ การทำงานร่วมกับพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทานกว่า 4,000-5,000 ราย ตั้งแต่วัสดุก่อสร้าง ระบบอาคาร ผู้ให้บริการพลังงาน ผู้รับเหมา และซัพพลายเออร์ทุกภาคส่วน ให้มีส่วนร่วมในจุดมุ่งหมายเดียวกัน โดยในอนาคต การคัดเลือกคู่ค้าจะไม่พิจารณาเพียงด้านราคาและศักยภาพการดำเนินงาน แต่จะให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร การใช้พลังงาน และแนวทางดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนมากขึ้น เพื่อยกระดับทั้งอีโคซิสเต็มอสังหาริมทรัพย์ไทยไปในทิศทางเดียวกัน

 

ขณะที่ความสำเร็จของธุรกิจ นอกจากผลประกอบการแล้ว แต่ยังรวมถึงความสามารถในการสร้างความร่วมมือระหว่างผู้พัฒนาโครงการ คู่ค้า สถาบันการเงิน ลูกค้า และสังคม เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืนร่วมกันในที่สุด

 

อ่านเนื้อหาอื่น ที่เกี่ยวข้อง 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.