‘อาซีม ปุริ’ ซีอีโอใหม่ยูนิลีเวอร์ไทย ใช้ 3 แกนบริหาร รับตลาดนวัตกรรม-เวลบีอิ้ง

‘อาซีม ปุริ’ ซีอีโอยูนิลีเวอร์ ไทย วาง 3 แกนบริหารหลัก ทีมงาน-ลูกค้า-ภาครัฐ พร้อมเร่งนวัตกรรม ความงาม สุขภาพ และเวลบีอิ้ง รับโอกาสังคมสูงวัยและอีคอมเมิร์ซ

 

  • วาง 3 แกนบริหารเป็นเข็มทิศองค์กร ซีอีโอใหม่ให้ความสำคัญกับทีมงาน ลูกค้า และภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของยูนิลีเวอร์ไทยในระยะยาว

  • เร่งนวัตกรรมรับตลาดเวลบีอิ้ง ยูนิลีเวอร์เตรียมขยายการลงทุนในกลุ่มสุขภาพ ความงาม และ Anti-Aging หลังผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองมากขึ้น

  • ย้ำไทยเป็นฐานผลิตและส่งออก ประเทศไทยยังคงเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและส่งออกสินค้า FMCG ของยูนิลีเวอร์ไปยังมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก

 

เป็นครั้งแรกหลัง ‘อาซีม ปุริ’ เข้ารับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย อย่างเป็นทางการในต้นปี 2569 ที่ผ่านมา พร้อมเปิดวิสัยทัศน์ธุรกิจ FMCG ในพอร์ตโฟลิโอ Unilever ที่จะพาไปสู่องค์กรต่างชาติที่เข้ามาอยู่ไทยและมีอายุครบ 100 ปี ในอีก 6 ปีหน้า

 

‘อาซีม’ บอกถึงทิศทางการดำเนินงานยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ภายใต้การบริหารของเขา พร้อมให้ความสำคัญ 3 เรื่องหลักเป็นอันดับแรก คือ

 

  1. การสร้างทีมงาน พนักงานในการทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข
  2. ความสัมพันธ์ลูกค้า จำนวนหลายพันราย ทั้งกลุ่มร้านค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์เก็ต และร้านโชห่วย โดยได้ลงพื้นที่ไปแล้วกว่า 36 จังหวัดในช่วงที่ผ่านมา
  3. ความร่วมมือกับภาครัฐ ในการสร้างงานและส่งเสริมการส่งออก

 

นอกจากนี้ ยูนิลีเวอร์ ยังให้ความสำคัญกับกระแสความต้องการ (Trend) ต่างๆ ที่เกิดขึ้นและมีผลต่อผู้บริโภค อาทิ

 

  • สังคมสูงวัย โดยลงทุนในผลิตภัณฑ์ Anti-aging ความงาม สุขภาพ และอาหารเสริม
  • ครอบครัวเดี่ยวและคนเลี้ยงสัตว์ หลังพบข้อมูลน่านใจคนไทยเลี้ยงสัตว์กว่า 10 ล้านตัว ทำให้เกิดความต้องการผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่ม
  • กำลังซื้อเปราะบาง พบว่าในช่วงที่ผ่านมา ผู้บริโภคเปรียบเทียบราคาและรอโปรโมชั่น โดยยูนิลีเวอร์ ได้ใช้กลยุทธ์สินค้าขนาดใหญ่พิเศษ เช่น ถุงเติม 2-3 ลิตร เพื่อให้คุ้มค่ากว่า
  • e-Commerce ด้วยมองเห็นโอกาสจากประชากรไทยรวมนักท่องเที่ยวรวมกว่า 100 ล้านคน เป็นโอกาสขยายช่องทางออนไลน์ต่อเนื่อง

 

โดยในปี 2569 นี้ ยูนิลีเวอร์ จะมุ่งลงทุนทั้งด้านโรงงานผลิต การพัฒนาบุคลากร นวัตกรรม AI และการตลาดในหมวดสินค้าสำคัญ หลังสำนักงานใหญ่ยูนิลีเวอร์ (Global Head Quarter) ให้ความสนใจประเทศไทยในฐานะหมุดหมายยุทธศาสตร์สำคัญของภูมิภาค

 

ไทย ศูนย์กลางนวัตกรรมระดับภูมิภาค

 

อาซีม ขยายต่อว่า จากทิศทางดังกล่าว ‘ประเทศไทย’ จะทำหน้าที่เป็นศูนย์นวัตกรรมและวิจัยพัฒนา (R&D) ผลิตภัณฑ์ในพอร์ตโฟลิโอยูนิลีเวอร์ใน ระดับภูมิภาค พร้อมรองรับการส่งออกสินค้าไปยังกว่า 60 ประเทศทั่วโลก จากในช่วงที่ผ่านมามีสินค้าส่งออกจากไทยกว่า 100 ล้านชิ้น แล้ว

 

นอกจากนี้ ยูนิลีเวอร์ ยังนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(AI) เข้ามาใช้ร่วมกับพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะการฟังเสียงจากผู้บริโภคในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อวิเคราะห์เสียงจากโซเชียลมีเดียเพื่อทำความเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค เช่น

 

  • ผู้หญิงไทย ให้ความสำคัญกับเส้นผมเป็นพิเศษ จึงได้พัฒนาเทคโนโลยี AI สแกนเส้นผมเพื่อแนะนำทรีตเมนต์ที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ซึ่งมาจากทีม R&D ในไทย
  • นวัตกรรมสำหรับกลุ่มคนข้ามเพศ ด้วยไทยเป็นสังคมที่ยอมรับความหลากหลาย ยูนิลีเวอร์ จึงทำวิจัยเชิงลึกด้านผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางเพศต่อผิวหนัง โดยพัฒนาโลชั่น Vaseline Pro Derma Transition Body Lotion สำหรับกลุ่มคนข้ามเพศโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นรายแรกของโลก โดยค้นพบส่วนผสมเฉพาะคือ Isoflavones ผ่านการวิจัยและพัฒนามากว่า 2 ปี และวางจำหน่ายบนเชลฟ์อย่างถาวรแล้ว

 

ขณะที่กลุ่มสินค้า FMCG ภายใต้พอร์ตฯ ยูนิลีเวอร์ ยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรม 3 ด้านหลัก คือ

 

  • ไมโครไบโอม (Microbiome) โดยทีม R&D วิเคราะห์กลุ่มจุลินทรีย์โดยตรง สำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า อาทิ Pond’s ใช้เทคโนโลยี Skin Intuition ในสกินแคร์
  • ไบโอเทคโนโลยี ซันไลต์ (Biotechnology Sunlight) นำเทคโนโลยีพัฒนาผลิตภัณฑ์ล้างจาน เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • วิจัยและพัฒนานวัตกรรม (R&D Innovation) ภายใต้แนวคิด ‘Sassy’ ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ S – Science (วิทยาศาสตร์), A – Aesthetics (สุนทรียศาสตร์), S – Sensorials (ประสาทสัมผัส), S – Shared by Others (การบอกต่อ) และ Y – Young Spirited (จิตวิญญาณคนรุ่นใหม่

 

“ในช่วงที่ผ่านมามีนวัตกรรมผลิตภัณฑ์มากกว่า 300 รายการ ครอบคลุมหลายประเทศทั้งมาเลเซีย ญี่ปุ่น จีน และเกาหลี พร้อมสิทธิบัตรหลายร้อยรายการ โดยนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง”

 

เปิดลิสต์ สินค้านวัตกรรม

 

อาซีม บอกว่าจากแนวทางดังกล่าว จะเห็นว่ายูนิลีเวอร์ ได้ทำตลาดสินค้า FMCG นวัตกรรมใหม่ออกมาต่อเนื่องแบรนด์ต่างๆ อาทิ

 

  • โดฟ (Dove) โดยทีม R&D พัฒนาสินค้าแก้ปัญหาผมเสียจากแสงแดด พร้อมร่วมงานกับ ‘เจนนี่’ ศิลปินเคป๊อป ในฐานะแบรนด์ แอมบาสเดอร์ ซึ่งได้การตอบรับสูงหลังเปิดตัวในวันแรก นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์เสริมผมหนาที่ใช้เพียง 2 สัปดาห์เพิ่มได้ถึง 1,000 เส้น
  • ซันซิลค์ (Sunsilk) แชมพูสูตรผมหนา ผลิตในไทย พร้อมทำตลาดส่งออกกว่า 60 ประเทศ
  • เคลียร์ (Clear) แชมพูสำหรับผู้ชายอันดับหนึ่งของประเทศ พัฒนาร่วมกับแพทย์ผิวหนัง
  • บรีส ควิก วอช (Breeze Quick Wash) ผลิตภัณฑ์ซักสะอาดใน 15 นาที ประหยัดน้ำได้ 75%
  • ลักส์ สปาร์คกลิ้ง (Lux Sparkling) ผลิตภัณฑ์ใหม่ทำความสะอาดผิวกาย ให้ความรู้สึกเหมือนอาบน้ำด้วยแชมเปญ
  • วาสลีน กลูตา ไฮยาลูรอน (Vaseline Gluta Hyaluron) เพิ่มความกระจ่างใส 70% มีความโกลว์ชุ่มชื้น ไม่เหนอะหนะ
  • คนอร์ (Knorr) พัฒนาผงมะนาวผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับตลาดไทย
  • คอมฟอร์ท (Comfort) เน้นกลิ่นหอมและสัมผัสนุ่ม

 

เขา ย้ำว่าจากยุทธศาสตร์ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม และการติดตามเทรนด์ไปพร้อมความต้องการเชิงลึกผู้บริโภคไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปี 2569 นี้ ยูนิลีเวอร์ จะใช้ 3 กลยุทธ์หลักดำเนินธุรกิจ คือ

 

  1. การเข้าร่วมมาตรการรัฐอย่างต่อเนื่อง ในโครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ กับภาครัฐ จากที่ผ่านมาลดราคาสินค้า 10% ใน 75,000 ร้านทั่วไทย เพื่อให้ผู้บริโภคทุกกลุ่มเข้าถึงสินค้าได้
  2. ยกระดับไทยเป็นแหล่งจัดหาวัตถุดิบระดับโลก (Global Sourcing Hub) ผลิตในไทยส่งออกทั่วโลก สร้างงาน ลงทุนเพิ่ม
  3. รักษากระบวนการซัพพลายเชน พร้อมติดตามอุปสรรคอย่างต่อเนื่อง เช่น ราคาพลาสติกและผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยในช่วงมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมา ยังไม่มีการขาดแคลนซัพพลายแม้แต่ครั้งเดียว รวมถึงการปรับราคาสินค้าขึ้น แต่อย่างใด

 

อย่างไรก็ตาม จากทิศทางการแข่งขันในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความเคลื่อนไหวสูง (FMCG) ในช่องทางออนไลน์ หรือ อีคอมเมิร์ซ ถือ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่ยูนิลีเวอร์ให้ความสำคัญ โดยมุ่งกลยุทธ์การทำตลาดคอนเทนต์และดิจิทัล มากขึ้น

“ช่วงที่ผ่านมา ยูนิลีเวอร์สร้างคอนเทนต์มากกว่า 1 ล้านชิ้นต่อวัน ถือเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์รายใหญ่ที่สุดในไทย โดยทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่าง Meta, TikTok และ Lazada เพื่อยกระดับ e-Commerce ในไทย ปัจจุบัน 35-40% ของยอดขายมาจากช่องทางออนไลน์”

 

อาซีม ทิ้งท้ายว่า นอกจากสร้างความแข็งแรงต่อเนื่องให้กับพอร์ตฯ สินค้า FMCG ของยูนิลีเวอร์ อย่างต่อเนื่องแล้ว ขณะเดียวกันยังได้ขยายธุรกิจไปยังผลิตภัณฑ์กลุ่มเพื่อสุขภาพผู้บริโภค ‘เวลบีอิ้ง’ โดยมีแผนเปิดแบรนด์ใหม่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ยูนิลีเวอร์(ULVR.L) ประกาศเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา เข้าซื้อกิจการแบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Grüns จากสหรัฐอเมริกา) เพื่อมุ่งผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ซึ่งในขณะนี้ยังไม่ได้เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ

 

ทั้งหมด คือ ส่วนหนึ่งของเส้นทางการพาไปสู่ ‘องค์กรร้อยปี’ ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ในปี 2575 อีกด้วย 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.