เทรนด์โลกอุตฯเครื่องดื่ม Wellness – Longevity โอกาสธุรกิจไทยเจาะตลาด 65.52 ล้านๆบ.

อินฟอร์มาฯ จัด ProPak Asia 2026 พาผู้ประกอบการไทยใช้เทคโนโลยี-นวัตกรรม ยกระดับการผลิตพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม จับกลุ่ม Wellness – Longevity  เกาะกระแสเมกะเทรนด์โลก

 

  • Wellness – Longevity เป็นเมกะเทรนด์โลก ผู้บริโภคยุคใหม่ หันมาเลือกดื่มสินค้าที่ช่วยดูแลสุขภาพ อายุยืน และคุณภาพชีวิตระยะยาว
  • ตลาดเครื่องดื่มสุขภาพโตมหาศาลระดับ 65.52 ล้านล้านบาท  กลุ่มฟังค์ชันนัล ดริงค์, , โปรตีน, เครื่องดื่มลดน้ำตาล และ ภาวะสมดุลระบบทางเดินอาหาร (Gut Health) กำลังกลายเป็นสนามแข่งขันใหม่ของแบรนด์ทั่วโลก
  • โอกาสธุรกิจไทยยังเปิดกว้าง ไทยมีจุดแข็งทั้งสมุนไพร วัตถุดิบสุขภาพ และ Soft Power อาหารต่อยอดสู่เครื่องดื่มเวลเนส เพื่อเจาะตลาดโลกได้ในอนาคต

 

 

กชสร โตเจริญธนาผล ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน ProPak Asia 2026 กล่าวว่า ภาพรวมและทิศทางของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มว่า ตลาดเครื่องดื่มโลกยังสามารถเติบโตได้ ข้อมูลของ Mordor Intelligence บริษัทวิจัยตลาดระดับโลกคาดว่าตลาดเครื่องดื่มโลก ปี 2026 จะมีมูลค่าประมาณ 2.03 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 65.52 ล้านล้านบาท มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) อยู่ที่ 5.65%

 

ขณะที่เอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด จากรายได้และจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวของเมือง ความต้องการผลิตภัณฑ์ที่สะดวกและตอบสนองพฤติกรรมการบริโภคที่มุ่งเน้นสุขภาพ (Wellness) การมีอายุที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Longevity) การดูแลสุขภาพชิงป้องกัน

 

สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มของไทยนั้น ยังคงรักษาฐานะการเป็นผู้ส่งออกเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์อันดับ 5 ของโลกได้ ส่วนมูลค่าตลาดรวมในประเทศปี 2026 นั้น คาดว่าจะสูงกว่า 5 แสนล้านบาท โดยมีทิศทางไปในแนวทางเดียวกับตลาดโลก

 

ดังนั้นเพื่อยกระดับเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรับมือกับความท้าทายในปัจจุบัน นวัตกรรมและเทคโนโลยีจึงเป็นคำตอบสำคัญที่ช่วยปรับปรุงและวางแผนการดำเนินงานและกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการจัดงาน ProPak Asia 2026 ปีนี้ จึงสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมฯ อย่างยิ่ง

 

โดยนอกจากจะเป็นเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ยังมีไฮไลต์ที่ครอบคลุมนวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องจักรที่รองรับการผลิตที่ครบวงจรสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มทุกประเภท อาทิ

 

  • เทคโนโลยีปลอดเชื้อขั้นสูง (Aseptic Technology)
  • การปรับเปลี่ยนสายการผลิตเพื่อรองรับบรรจุภัณฑ์น้ำหนักเบา บรรจุภัณฑ์พลาสติกจากการรีไซเคิล (rPET)
  • การใช้ AI มาบริหารจัดการสายการผลิตเพื่อลดความสูญเสีย (Zero Waste) และลดต้นทุนพลังงาน ฯลฯ

 

พร้อมทั้งมีโซนกิจกรรมพิเศษ ProPak Drinksphere ศูนย์รวมแห่งอนาคตอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่นำเสนอข้อมูลเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ การสาธิต และเวิร์กช็อปในหัวข้อที่น่าสนใจ ทั้งนวัตกรรมเครื่องดื่มยุคใหม่, เทคโนโลยีการผลิตน้ำขั้นสูง, เครื่องดื่ม Functional Drink และคราฟต์แอลกอฮอล์,
 เทคโนโลยีและเทรนด์อุตสาหกรรม ฯลฯ รวมถึงสัมมนาพิเศษในหัวข้อ Hydration & Health : บทบาทของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและการมีอายุยืนยาว โดย สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย ฯลฯ

 

 

โชว์เทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพ

 

ด้าน เอมิล ฮัดดัด ผู้จัดการทั่วไปภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ฮัสกี้ เทคโนโลยีส์ จำกัด      บริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมเครื่องจักรและระบบฉีดขึ้นรูปพลาสติก (Injection Molding Systems) เผยถึงมุมมองต่ออุตสาหกรรมเครื่องดื่มในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า มีการเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่องจากการขยายตัวของเมือง ความต้องการและความนิยมสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์สะดวกต่อการบริโภค ส่วนจุดเด่นของภูมิภาคในอุตสาหกรรมการผลิตนั้น คือ การเป็นฐานการผลิตในหลายอุตสาหกรรมที่เน้นโซลูชันบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน คุ้มค่าต้นทุน เป็นตลาดเชิงยุทธศาสตร์ในการเติบโตระยะยาว จุดเด่นดังกล่าวสอดคล้องกับแนวโน้มบรรจุภัณฑ์โลกที่ขับเคลื่อนด้วยความยั่งยืน เศรษฐกิจหมุนเวียน การใช้วัสดุรีไซเคิล การลดน้ำหนักบรรจุภัณฑ์เพื่อลดการใช้วัสดุและต้นทุน และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยระบบดิจิทัล

 

ดังนั้นบริษัทฯ จึงกำหนดบทบาทในการเสริมศักยภาพแก่ผู้ประกอบการ โดยออกแบบเทคโนโลยีเครื่องจักรให้ตอบสนองการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดการใช้วัตถุดิบและของเสีย รักษาคุณภาพให้สม่ำเสมอ ควบคุมต้นทุนรวม และสนับสนุนการใช้วัสดุรีไซเคิล ทำให้ผู้ประกอบการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ปรับปรุงเวลาการเดินเครื่อง (uptime) ขยายกำลังการผลิตได้อย่างมั่นใจ

 

โดยเทคโนโลยีของบริษัทฯ เป็นโซลูชั่นแบบครบวงจรที่รวมเอาเครื่องจักร แม่พิมพ์ ระบบฮอทรันเนอร์ อุปกรณ์เสริม และระบบตรวจสอบไว้ในแพลตฟอร์มเดียว จึงถูกนำไปใช้ทั้งในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และการแพทย์ โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยม 3 อันดับแรก ได้แก่

 

  • ระบบฉีดพรีฟอร์ม PET สำหรับบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม (PET preform systems
  • ระบบผลิตฝาขวด (Closure manufacturing systems)
  • เทคโนโลยีฮอทรันเนอร์ (Hot runner technologies) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของกลุ่มเครื่องดื่มและบรรจุภัณฑ์

 

สำหรับการร่วมงานกับ ProPak Asia 2026 นั้น มีไฮไลต์สำคัญ คือ การเปิดตัวแพลตฟอร์มการขึ้นรูปประสิทธิภาพสูงรุ่น HyLECTRIC™ และ HyPERSYNC™ ครั้งแรกของภูมิภาค และ ระบบฉีดพรีฟอร์ม PET รุ่น HyPET®6e และ HyPET® NX6 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มผลผลิต รักษาคุณภาพ และปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ที่ บูธ C2-AF04 ฮอลล์ C2

 

ด้าน อุลริช เมมเพล หัวหน้าฝ่ายธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชีย บริษัท เคเอชเอส เอจี (ประเทศไทย) จำกัด ให้ความเห็นถึงทิศทางอุตสาหกรรมฯ เพิ่มเติมว่า ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลต่ออุตสาหกรรมในขณะนี้ แต่ในระยะยาวยังเติบโตได้แข็งแกร่งโดยเฉพาะตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ประกอบการจึงต้องให้ความสำคัญต่อการพัฒนาระบบการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูง ยืดหยุ่น และประหยัดพลังงาน

 

ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งนำเสนอระบบบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรที่ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างในแต่ละประเทศ อาทิ

 

  • ประเทศไทยกลุ่มบรรจุภัณฑ์ขวด PET เป็นตลาดหลัก
  • เวียดนามเน้นการใช้กระป๋อง

 

โดยระบบบรรจุภัณฑ์ของ KHS ครอบคลุม 3 กลุ่มหลัก ทั้งกลุ่มกระป๋อง ที่นำเสนอ SmartCan Eco เครื่องบรรจุและปิดฝาขนาดเล็กโดดเด่นด้านสุขอนามัยและประสิทธิภาพ กลุ่ม PET มีระบบ InnoPET FreshSafe QuadBlock ที่บูรณาการระบบเป่าขวด ติดฉลาก และบรรจุเข้าด้วยกัน พร้อมเทคโนโลยี Plasmax ช่วยรักษาคุณภาพเครื่องดื่มให้ยาวนาน กลุ่มแก้ว เป็นเครื่องล้างขวด Innoclean Cascade D ที่สร้างมาตรฐานใหม่ในการประหยัดทรัพยากรและพลังงาน

 

นอกเหนือจากการนำเสนอเทคโนโลยีระดับโลกแล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้แก่ผู้ผลิตท้องถิ่น ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัลอย่าง Technical Talks และ KHS Virtual Training Center รวมถึงการมีเครือข่ายวิศวกรบริการกว่า 200 คน ที่พร้อมให้บริการอย่างรวดเร็ว

 

ส่วนการร่วมจัดงานกับ ProPak Asia 2026 นั้น เพราะเป็นงานที่มีบทบาทสำคัญต่อกลยุทธ์การขยายตลาดในเอเชีย และ เป็นงานแสดงสินค้าที่สำคัญที่สุดของภูมิภาคนี้ โดยไฮไลท์ที่จะนำมาจัดแสดงนั้น จะเน้นโซลูชั่นบริการแบบครบวงจร  ทั้งการบำรุงรักษาเครื่องจักร การปรับเปลี่ยนสายการผลิต (Line Conversions) และโซลูชัน การฝึกอบรม โดยโซลูชั่นดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักร (uptime) ความยืดหยุ่น และประสิทธิภาพโดยรวมของระบบได้สูงสุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า “ศักยภาพด้านบริการ” มีความสำคัญไม่แพ้ “นวัตกรรมเครื่องจักร” ในตลาดปัจจุบัน

 

สำหรับงาน ProPak Asia 2026 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-13 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและขอข้อมูลรายละเอียดการจัดงานฯ ได้ที่ www.propakasia.com

 

 

 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.