AI กำลังมา แต่แรงงานไทยยังไม่พร้อม-โลกปั่นป่วนอาจทำรายได้หาย 4%

ไทยติดกลุ่ม ‘ดาวรุ่ง AI อาเซียน’ แต่ธนาคารโลกชี้ทักษะแรงงานสอบตก ยกเคสเวียดนาม-มาเลย์ รากฐานแกร่ง มองสงครามอิหร่านทำรายได้คนไทยหาย 4% รัฐเร่งอุ้ม SME และคนจนก่อนสายเกินไป

 

  • AI โต แต่ไทยยังใช้ไม่จริง ไทย-เวียดนาม-มาเลเซียถูกมองเป็นดาวรุ่ง AI แต่มีเพียง 13–17% ของบริษัทที่ใช้งานจริง
  • สงครามฉุดรายได้ครัวเรือน ราคาพลังงานพุ่งอาจทำรายได้คนไทยลด 3–4% ความเสี่ยงเศรษฐกิจมาจากความขัดแย้งโลกที่ยืดเยื้อ
  • ธนาคารโลกแนะ ‘ช่วยตรงจุด’ รัฐควรอุ้มคนจนและ SME แบบเจาะกลุ่ม เพื่อรักษาการจ้างงานโดยไม่กระทบการคลัง

 

ธนาคารโลก (World Bank) ออกรายงานเตือนว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก (EAP) กำลังเผชิญความเปราะบางทางเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้น ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ยังไม่มีทีท่าคลี่คลาย พร้อมชี้ให้เห็นโอกาสจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์และนโยบายอุตสาหกรรมที่มีประสิทธิภาพ

 

รายงานของธนาคารโลกระบุว่า หากความขัดแย้งในระดับระหว่างประเทศยืดเยื้อและทวีความรุนแรง อาจฉุดให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะหากราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 50 อาจทำให้รายได้ของครัวเรือนในภูมิภาคลดลงได้ถึงร้อยละ 3-4

 

ทั้งนี้ ธนาคารโลกแนะนำให้รัฐบาลในภูมิภาคใช้ มาตรการช่วยเหลือแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย โดยมุ่งเน้นไปที่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย กลุ่มเปราะบาง และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เพื่อบรรเทาผลกระทบโดยไม่สร้างภาระทางการคลังเกินควร

 

อาดิตยา แมตทู ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของกลุ่มธนาคารโลก กล่าวว่า “มาตรการสนับสนุนที่เหมาะสมต่อประชาชนและภาคธุรกิจจะช่วยรักษาการจ้างงานในวันนี้ ขณะที่การกลับมาดำเนินการปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่เคยหยุดชะงักอีกครั้ง คือปัจจัยที่จะช่วยปลดล็อกการเติบโตในอนาคตได้”

AI สัญญาณบวก แต่ช่องว่างทักษะ=อุปสรรค

 

รายงานยังชี้ว่าการส่งออกและการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถือเป็นจุดสว่างของภูมิภาคในปี 2568 โดยเฉพาะใน มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม ที่มีสัญญาณการเติบโตในภาคส่วนนี้อย่างชัดเจน

 

อย่างไรก็ตาม การนำ AI มาใช้จริงในภาคธุรกิจยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยมีเพียง ร้อยละ 13-17 ของบริษัทสาขาข้ามชาติ ในจีนและไทยเท่านั้นที่มีการใช้งาน AI ซึ่งเป็นสัดส่วนเพียงหนึ่งในสามเมื่อเทียบกับประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ สาเหตุหลักมาจากช่องว่างด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการขาดแคลนทักษะแรงงานที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

 

อีกประเด็นพิเศษในรายงานเน้นย้ำว่า นโยบายอุตสาหกรรม สามารถเป็นเครื่องมือเร่งการเติบโตและสร้างงานที่มีผลิตภาพสูงได้ หากดำเนินการภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม

 

กรณีความสำเร็จของ เกาหลีใต้ มาเลเซีย และเวียดนาม ถูกยกมาเป็นตัวอย่าง โดยประเทศเหล่านี้ประสบความสำเร็จจากการพัฒนารากฐานทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการเปิดเสรีการค้าและการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบการศึกษา และสถาบันกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ

 

ในทางตรงกันข้าม รายงานระบุว่าบางประเทศในภูมิภาคยังไม่สามารถใช้มาตรการสนับสนุนภาคธุรกิจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากรากฐานทางเศรษฐกิจที่ยังอ่อนแอ และการคงไว้ซึ่งมาตรการคุ้มครองทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภาคบริการ

 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.