UHG ปรับกลยุทธ์โรงแรม-สำนักงาน รับวิกฤตน้ำมัน ท่องเที่ยวชะลอ

กลุ่ม UHG (Urban Hospitality Group) ผู้ดำเนินธุรกิจบริหารโรงแรมและอาคารสำนักงานใจกลางกรุงเทพฯ 19 แห่งในปี2569 ภายใต้การบริหารของ ‘วุฒิพล ถาวรธวัช’ กับแผนธุรกิจเฟล็กซิบิลิตี้ในปีนี้ควบคู่มอนิเตอร์สถานการณ์ เพื่อบริหารความเสี่ยงบนความท้าทายสงครามอิหร่าน-สหรัฐ ที่ชะงักการเดินทางโลก จากวิกฤตราคาน้ำมันกระทบธุรกิจในไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นกัน

 

 

  • นักท่องเที่ยวเริ่มหายจากแรงภูมิรัฐศาสตร์ กลุ่มยุโรปลดลง 10–20% หลังต้นทุนน้ำมันพุ่ง กระทบดีมานด์เดินทางและยอดจองโรงแรมโดยตรง
  • UHG ปรับเกมสู้ ‘ลดราคา เร่งการตลาดดิจิทัล กระตุ้นยอดจอง ลดราคาห้องพักเหลือ 2,100 บาท (-15%) พร้อมเร่ง OTA บวกกับการเพิ่มคอมมิชชั่นดึงยอดขาย
  • เดินหน้าขยายแม้มีความเสี่ยง เปิดเพิ่ม 400 ห้อง ดันรวม 3,000 ห้องปี 2569 ตั้งเป้ารายได้โต 20% ท่ามกลางความผันผวน

 

 

“หากโลกชะงักการเดินทางที่กระทบต่ออุตสากรรมท่องเที่ยวที่พัก UHG ก็จะกลับไปใช้โหมดบริหารธุรกิจคุมความเสี่ยงเช่นเดียวกับในช่วงโควิด-2019”

 

 

คำกล่าวของ ‘วุฒิพล ถาวรธวัช’ กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัท เออร์เบิน ฮอสพิทาลิตี้ จำกัด (Urban Hospitality Group) หรือ UHG ผู้บริหารโรงแรมภายใต้แบรนด์ ‘The Quarter’ และอาคารสำนักงานในทำเลศักยภาพกรุงเทพฯ พร้อมแผนธุรกิจในปี 2569 ที่ถูกวางไว้แล้วแน่ๆ แต่ก็มี ‘ตัวแปร’ ใหม่จากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์อิหร่านและสหรัฐอเมริกา มากระทบเศรษฐกิจโลกให้ชะลอการตัดสินใจการเดินทางระหว่างประเทศของผู้คน ด้วยต้นทุนน้ำมัน ที่ปรับราคาสูงขึ้น!!

 

วุฒิพล บอกว่า กลุ่ม UHG ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางและการท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด พบว่าภาพรวมนักท่องเที่ยวหลักของกลุ่มยุโรป (เยอรมัน, ฝรั่งเศส , สหราชอาณาจักร) เริ่มลดลงไป 10-20% จากเมื่อต้นปี2569 มีแนวโน้มดีต่อเนื่องซึ่งในปีก่อนมีการเติบโต 15% (YoY) เทียบปี 2567

 

“ปีที่ผ่านมาพบนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ๆ จากยุโรป อาทิ คาซัคสถาน ทาจิกิสถานหรือ โปแลนด์ รวมทั้งจากตะวันออกกลางที่เดินทางมายังไทยมากขึ้น เห็นได้ชัดจากยอดจองโรงแรมเดอะควอเตอร์ ที่ได้รับความนิยมในสาขา อารีย์ ลาดพร้าว รัชโยธิน และ สะพานควาย”

 

โดยกลุ่มนักเดินทางกล่าว จะจองที่พักตั้งแต่ 3 ถึง 5 คืนต่อทริป มีทั้งจองพักแบบคู่ กลุ่มเพื่อนฝูง และ กลุ่มครอบครัว ซึ่งพบอีกหนึ่งพฤติกรรมที่น่าสนใจ คือ นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะต่างชาติ เริ่มหันฝากกระเป๋าไว้กับโรงแรมก่อนเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่น และจะกลับมาพักต่อที่เดอะควอเตอร์อีกครั้งก่อนเดินทางกลับประเทศตัวเอง

 

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ในช่วงที่ผ่านมาแม้ว่าไทยจะเป็นฤดูการท่องเที่ยว (Hi-Season) ทำให้กลุ่ม UHG ต้องเร่งกลับมาทบทวนพร้อมเพิ่มความระมัดระวังการทำธุรกิจนับจากนี้ไปมากขึ้น ปัจจุบันกลุ่ม UHG มีลูกค้าโรงแรมแบ่งสัดส่วนเป็น ต่างชาติ 65% และ คนไทย 35%

 

โดยเบื้องต้น กลุ่ม UHG ใช้กลยุทธ์ยืดหยุ่น (Flexibility) ทั้งการทำตลาดและบริหารแพ็คเกจราคาห้องพัก โดยจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดด้วยโปรโมชั่นราคาที่พักมาดึงดูดใจกลุ่มเป้าหมายนักเดินทางทั้งในและต่างประเทศในช่วงนี้ เช่น ปรับราคาห้องพักอยู่ที่อัตรา 2,100 บาทจากอัตราปกติอยู่ที่ 2,400 บาท เรียกได้ว่าลดลงไปแล้วเกือบ 15%

 

“จากข้อมูลในช่วงที่ผ่านมาพบยอดการจองถูกยกเลิกจากปัญหาทรานซิทในกลุ่มตะวันออกกลาง”

 

พร้อมกันนี้ ยังจะโฟกัสการทำตลาดดิจิทัลร่วมกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มท่องเที่ยวต่างๆ (OTA) มากขึ้นเช่นกัน เพื่อกระตุ้นการจองที่พักให้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากการลดราคาที่พักแล้ว กลุ่ม UHG ยังสร้างแรงจูงใจด้วยการปรับค่าคอมมิชชั่น (Commission) ให้กับทีมฝ่ายขาย ด้วย

 

อย่างไรก็ตาม วุฒิพล ย้ำว่า “หากโลกชะงักการเดินทางที่กระทบต่ออุตสากรรมท่องเที่ยวที่พัก UHG ก็จะกลับไปใช้โหมดบริหารธุรกิจคุมความเสี่ยงเช่นเดียวกับในช่วงโควิด-2019 ที่ผ่านมา”

 

โดยในช่วงนั้น กลุ่ม UHG หันมาโฟกัสการควบคุมต้นทุนในภาพรวมธุรกิจรอบด้าน อย่าง ด้านพลังงานมีการกำหนดการเปิด/ปิดและพื้นที่การใช้เครื่องปรับอากาศในช่วงเวลาที่เหมาะสม และบริหารจัดการฝ่ายระบบปฏิบัติการภายใน อื่นๆ เช่น การลดจำนวนหมอนภายในห้องพัก การตัดผลิตภัณฑ์ของใช้ประจำวันบางรายการออกไป เป็นต้น

 

อย่างไรก็ตาม วุฒิพล เชื่อว่าเหตุการณ์ตะวันออกลางที่เกิดขึ้น อาจส่งผลกระทบไม่รุนแรงในภาคธุรกิจเท่ากับช่วงโควิด2019 ด้วยเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการหลายรายได้ผ่านเหตุการณ์มาพร้อมรับมือได้จนกลายเป็นความปกติ (Norm) ไปแล้ว และอาจจะคลี่คลายใน 2-3 เดือนนับจากนี้

 

ขยาย 3,000 คีย์รูมปี 2569

 

ซีอีโอ UHG กล่าวว่าสำหรับแผนธุรกิจเดิมที่บริษัทฯ วางไว้ในปีนี้ ก่อนมีปัจจัยสงครามตะวันออกกลางเกิดขึ้นนั้น กลุ่ม UHG  มีแผนเปิดโครงการใหม่โรงแรมเดอะควอเตอร์ บาย ยูเอชจี (The Quarter By UHG) จำนวน 200 ห้องพัก (บริเวณปากซอยเอกมัย 14) ในช่วงกลางปีนี้ และในช่วงเดือนกันยายนเตรียมแผนเปิดส่วนขยายที่ปรับปรุงแล้วเสร็จอีก 200 ห้องพักในโรงแรมเดอะ ควอเตอร์ ลาดพร้าว ด้วย

 

 

โรงแรมเดอะควอเตอร์ บาย ยูเอชจี (The Quarter By UHG) เอกมัย

 

สำหรับโรงแรมเดอะควอเตอร์ เอกมัย ครั้งนี้ ‘วุฒิพล’ บอกว่าเป็นการพัฒนาขึ้นตามสูตรของกลุ่มยูเอชจี คือ การเลือกทำเลศักยภาพในรูปแบบ ‘กรีน ฟีลด์’ (Green Field) โดยการลงทุนบนที่ดินปล่อยเช่าระยะยาว

 

จากพร็อพเพอร์ตี้ ที่เพิ่มขึ้น 2 แห่งจำนวน 400 ห้องพัก(Keys Room)ในปี 2569 จะเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้กลุ่ม UHG จะมีโรงแรมทั้งสิ้น 3,000 คีย์รูม ซึ่งแผนดังกล่าวจะผลักดันให้ปีนี้ ธุรกิจมีการเติบโตรายได้เพิ่มขึ้น 20%

 

ลดค่าเช่าเร่งดีมานด์

 

วุฒิพล กล่าวต่อถึงธุรกิจอาคารสำนักงานเดอะควอเตอร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมิกซ์ยูสในแต่ละทำเล โดยปัจจุบันมีสัดส่วนอัตราครอบครองพื้นที่การเช่า(Occupancy) ดังนี้

 

  • อาคารรัชโยธิน ฮิลล์ (Ratchayothin Hills) สัดส่วน 60% อัตราบริการพื้นที่เช่า 850 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน (ปรับลดราคาอยู่ที่ 700 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน/ปี2569)
  • อาคารสุขุมวิท ฮิลล์ (Sukhumvit Hills) สัดส่วน 100% อัตราบริการพื้นที่เช่า 800 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน (ปรับลดราคาอยู่ที่ 700 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน/ปี2569)
  • อาคารรามคำแหง ฮิลล์ (Ramkhamhaeng Hills) สัดส่วน 20% อัตราบริการพื้นที่เช่า 650 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน (ปรับลดราคาอยู่ที่ 550 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน/ปี2569)
  • อาคารอารีย์ ฮิลล์ (Ari Hills) สัดส่วน 100% อัตราบริการพื้นที่เช่า 800 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน (ปรับลดราคาอยู่ที่ 750 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน/ปี2569)
  • อาคารเอเวอร์กรีน เพลส (Evergreen Place) สัดส่วน 90% อัตราบริการพื้นที่เช่า 550 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน (ปรับลดราคาอยู่ที่ 450 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน/ปี2569)

 

 

ฟูลเฟอร์ฯ พร้อมทำงาน

 

นอกจากการปรับอัตราบริการพื้นที่เช่าอาคารสำนักงานเพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้นในปีนี้ กลุ่ม UHG ยังปรับโฉมการออกแบบพร้อมเติมความครบ ‘เฟอร์นิเจอร์’ Fully Furnished มาตกแต่งไว้ให้พร้อมเข้าทำงานภายในสำนักงานโดยกลุ่มลูกค้าไม่ต้องตกแต่งปรับปรุงเพิ่มเติมแต่อย่างใด

 

“เราเลือกมาหนึ่งยูนิตในแต่ละอาคารสำนักงานนำมาตกแต่งทั้งการออกแบบภายในใส่เฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศเข้าไป เพื่อเป็นตัวอย่างให้ลูกค้าที่สนใจเข้ามาดูและสร้างการตัดสินใจเช่าได้ง่ายขึ้น”

 

 

นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงานยังจะเติมความครบของระบบนิเวศ Ecosystem เพื่อสร้างบรรยากาศใหม่ๆ ที่ตรงกับจริตความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตการทำงานในแต่ละทำเลอาคารสำนักงานที่แตกต่างกันออกไป อย่างการนำร้านค้า ร้านอาหารเครื่องดื่มแนวใหม่ เข้ามาอยู่ในพื้นที่เช่าเพิ่มเติมอย่าง คาเฟ่ร้านกาแฟ After Dark (อาฟเตอร์ ดาร์ก) ร้านชาเขียวพรีเมียม Takitei  หรือ ร้านพิซซ่า 90 Grams, Mana Cafe นอกเหนือจากร้านกาแฟ คาซา ลาแปง (CASA LAPIN) ที่มีอยู่ก่อนหน้านี้

 

วุฒิพล กล่าวว่า จากแผนและการบริหารความเสี่ยงธุรกิจในปี 2569 นี้ กลุ่ม UHG ยังมองบวกด้านรายได้เติบโต 20% จากจำนวนห้องพักที่เพิ่มเป็น 3,000 ห้องในปีนี้ จากในปี 2568 ที่ผ่านมากมีรายได้อยู่ที่ 2,660 ล้านบาท และกำไร (EBITDA) ราว 1,350 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรสุทธิราว 1,000 ล้านบาท

 

พร้อมกับที่กลุ่มUHG วางแนวคิดการลงทุนต่อเนื่องในสองปีนี้ (2569-2570) โดยเตรียมงบลงทุนไม่ต่ำกว่า 1,000-1,500 ล้านบาทต่อปีเพื่อพัฒนาราว 2 โครงการ ทั้งในรูปแบบบราวน์ฟิลด์ และพัฒนาขึ้นใหม่ หรือ กรีน ฟิลด์ หากมีความเป็นไปได้และน่าสนใจ  คาดในปี 2570 จะมีพร็อพเพอร์ตี้รวมทั้งสิ้น 21 แห่ง ในกรุงเทพฯ

 

ซีอีโอ UHG  ปิดท้ายว่าหากมองกลับไปยังภาพก่อนหน้าที่จะมีความขัดแย้งตะวันออกกลางเกิดขึ้น การทำธุรกิจในปีนี้น่าจะคลี่คลายขึ้นในหลายระดับทั้งการเข้ามาของรัฐบาลใหม่ที่เพิ่มความเชื่อมั่นนโยบายและการลงทุนทั้งในและต่างประเทศในภาพรวม ไปจนถึงแผนเร่งส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยที่จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจเกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยว แม้ว่านักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้ามาไทยลดลงจากช่วงก่อนโควิด-19 แต่มีกลุ่มประเทศใหม่เพิ่มเข้ามา

 

 

 

Key Takeaways 

 

  • ธุรกิจโรงแรม ‘หนีไม่พ้น’ ราคาน้ำมัน จากต้นทุนพลังงาน  เป็นตัวแปรใหญ่ที่มีผลทั้งกับดีมานด์และซัพพลาย
  • Flexibility คืออาวุธรอดวิกฤต กลุ่ม UHG ใช้สูตรลดราคา-คุมต้นทุน-ใช้ดิจิทัล แผนสู้ความท้าทายแบบช่วงโควิด
  • กล้าลงทุนในช่วงผันผวน คือ เดิมพันอนาคต UHG ยังขยายพอร์ตต่อเนื่องตามแผนเดิม ด้วยเชื่อมั่น ‘ท่องเที่ยวไทยยังไปต่อ’

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.