15 สายการบินขึ้นค่าตั๋ว วิกฤตน้ำมันแพงไฮซีซั่น-ซัมเมอร์ปีนี้ ‘สงกรานต์’ ส่อเหงา

สายการบินกว่า 15 แห่งทั่วโลก ประกาศปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง (Fuel Surcharge) พร้อมกันในช่วงนี้

 

  • สายการบินขึ้นราคาเป็นวงกว้าง มากกว่า 15 สายการบินทั่วโลกปรับ Fuel Surcharge บางรายขึ้นแรงกว่า 100% กระทบราคาตั๋วทันที
  • ต้นตอจากน้ำมัน และ สงคราม วิกฤตราคาน้ำมันและความตึงเครียดตะวันออกกลาง ทำให้ต้องเปลี่ยนเส้นทางบิน ใช้น้ำมันเพิ่ม
  • ตั๋วแพงยาวถึงครึ่งปีแรก ดีมานด์ท่องเที่ยวฟื้น แต่ฝูงบินยังไม่พอ สายการบินมีอำนาจตั้งราคาสูงต่อเนื่อง

 

จากสถานการณ์สงครามอิหร่านและการปิดช่องแคบเฮอร์มุซ โดยการปรับขึ้นมีตั้งแต่ระดับ 10–15% สำหรับสายการบินในประเทศ ไปจนถึงกว่า 100% สำหรับสายการบินระหว่างประเทศบางราย ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการเดินทางของผู้โดยสารทุกกลุ่ม

 

Cathay Pacific (CX) ถือเป็นรายที่ปรับขึ้นสูงสุด โดยอัตราค่าธรรมเนียมพุ่งขึ้นถึง 102% และจะมีการปรับเพิ่มอีก 34% ในวันที่ 1 เมษายนนี้ ขณะที่ Greater Bay Airlines (HB) ปรับขึ้น 90% ด้าน Hong Kong Airlines (HX) เลือกปรับในรูปแบบตัวเงิน ราว 200 บาท หรือคิดเป็น 31%

 

สำหรับสายการบินในฝั่งเอเชียตะวันออก อย่าง China Eastern (MU) และ China Southern (CZ) ต่างปรับขึ้นประมาณ 476 บาทต่อเที่ยวบิน ในขณะที่ Starlux Airlines (JX) สายการบินสัญชาติไต้หวัน ปรับสูงถึง 1,459 บาท

 

ฝั่งยุโรปและโอเชียเนีย Air France (AF) ปรับขึ้นราว 1,847 บาท ส่วน Air New Zealand (NZ) อยู่ที่ประมาณ 1,708 บาท ขณะที่ Juneyao Air (HO) จากจีน นำโด่งในกลุ่มค่าธรรมเนียมตัวเลขสูงสุด ที่ราว 6,733 บาทต่อเที่ยวบิน

 

ทั้งนี้ Thai Airways (TG) และ Bangkok Airways (PG) ประกาศปรับขึ้นในอัตราที่รับมือได้กว่า คือ 10–15% และ 15–20% ตามลำดับ โดย Bangkok Airways จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นต้นไป

 

สาเหตุเบื้องหลังการปรับขึ้นพร้อมกันครั้งนี้ มาจากหลายปัจจัยซ้อนกัน ได้แก่ ความผันผวนของราคาน้ำมันอากาศยาน (Jet Fuel) ในตลาดโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่บังคับให้สายการบินต้องเบี่ยงเส้นทางบิน ส่งผลให้ระยะทางและปริมาณน้ำมันที่ใช้เพิ่มขึ้น รวมถึงปริมาณนักเดินทางที่ฟื้นตัวกลับมาแข็งแกร่งหลังยุคโควิด ทำให้สายการบินมีอำนาจในการกำหนดราคาสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมท่องเที่ยวคาดการณ์ว่า ราคาตั๋วเครื่องบินจะยังทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องตลอดครึ่งปีแรก เนื่องจากฝูงบินทั่วโลกยังไม่สามารถขยายได้ทันความต้องการ และฤดูการท่องเที่ยวยังคงดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันโลกเริ่มปรับตัวลง ค่าธรรมเนียมดังกล่าวมีโอกาสที่จะลดลงได้ในระยะถัดไป

 

ทั้งนี้ ผู้โดยสารที่มีแผนเดินทางควรตรวจสอบ “ราคาสุทธิ” รวมค่าธรรมเนียมทุกประเภทก่อนซื้อตั๋ว และพิจารณาจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน

 

 

Key Takeaways 

 

 

  • ตั๋วเครื่องบินเข้าสู่ ‘ยุคแพงใหม่’ ราคาจะไม่ลงง่ายในระยะสั้น โดยเฉพาะช่วงไฮซีซั่นท่องเที่ยว
  • สงกรานต์อาจไม่คึกคักเท่าเดิม ต้นทุนเดินทางสูงขึ้นกดดีมานด์ ทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนชะลอแผนบิน
  • คนเดินทางต้องวางแผนมากขึ้น เช็กราคาสุทธิ และจองล่วงหน้า เป็นวิธีลดผลกระทบจากค่าตั๋วแพง

 

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.