‘ดร.ต้นคูน’ รุ่น 4 ยาดมตราโป๊ยเซียน พาแบรนด์สกินชิปคนรุ่นใหม่ในตลาด 4.5 พันล.

ตลาดยาดมไทยในปี 2567-2568 คาดมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 4,500 ล้านบาท ที่กำลังแข่งขันท่ามกลางความหลากหลายของยี่ห้อสินค้าและสูตร ในตลาดประชากรไทยราว 70 ล้านคนที่อาจจะต้องมี ‘ยาดม’ ติดตัวหนึ่งชิ้นต่อคน ซึ่งหมายถึงการเป็นสินค้าที่มีโอกาส ‘สกินชิป’ ผู้บริโภคได้เกือบตลอดเวลา

 

 

  • ตลาดยาดมไทยปี 2567–2568 มูลค่าไม่ต่ำกว่า 4,500 ล้านบาท เป็นสินค้าสกินชิปที่ผู้บริโภคพกติดตัวได้ตลอดเวลา
  • ยาดมตราโป๊ยเซียน อายุ 90 ปี ใช้กลยุทธ์ Art Toy และสีพิเศษ เพื่อขยายฐานคนนิวเจน นักท่องเที่ยว และสร้างดีมานด์ใหม่
  • บริษัทมีกำไรต่อเนื่อง 5 ปี รายได้ปีล่าสุดกว่า 1,155 ล้านบาท แบรนด์ตราโป๊ยเซียนสร้างยอดขายหลักมากกว่า 99%

 

 

สำหรับตลาดนี้ มี’ยาดมตราโป๊ยเซียน’ เป็นหนึ่งในสินค้ายาดมยี่ห้อเก่าแก่อยู่คู่ตลาดไทยมาถึง 90 ปี ที่พร้อมมากต่อการเข้าสู่ภาพจำแบรนด์สินค้าร่วมสมัย ภายใต้การดูแลของ ‘ต้นคูน-ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์’ ทายาทรุ่นที่ 4 อาณาจักรแบรนด์ยาดมตราโป๊ยเซียน

 

Alternate-X มีโอกาสพูดคุยกับ ‘ดร.ต้นคูน’ ถึงเจอร์นีย์ยาดมตราโป๊ยเซียนที่จะพาตัวเองไปพบปะผู้คนกลุ่มคนนิวเจนเนอเรชั่น ในตลาดมากขึ้น ผ่านเครื่องมือสื่อสารการตลาดใหม่ ๆ มาโดยตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลังจากที่ ‘เขา’ เข้ามามีส่วนร่วมบริหารกิจการในฐานะกรรมการและที่ปรึกษาบริษัท โกลด์ มิ้นท์ โปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตและเจ้าของยาดมตราโป๊ยเซียน

 

อย่างในช่วงปีที่ผ่านมา ยาดมตราโป๊ยเซียน ยังได้ถูกหยิบมาเล่าเรื่องใหม่ผ่านปลอกยาดมในคาแรกเตอร์ อาร์ต ทอย (Art Toy) ไอเทมที่เป็นกระแสในกลุ่มคนนิวเจนเนอเรชั่น เพื่อให้สินค้ามีดีมานด์เป็นที่ต้องการและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ ได้มากขึ้น

 

อ่านบทความอื่น เพิ่มเติม

 

 

 

 

นอกจากนี้  บริษัทฯ ยังได้ทำยาดมตราโป๊ยเซียนสีขาว-ดำ พร้อมแจกให้กับประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม​ราชินีนาถ​ พระ​บรมราช​ชนนี​พันปี​หลวง​ ณ  พระบรมมหาราชวัง พร้อมตั้งจุดแจกยาดมฯให้กับประชาชนทั้ง 3 ท่าเรือ (ท่าวังหลัง, ท่าช้าง และ ท่ามหาราช) โดยเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมาด้วย

 

“บริษัททำยาดมตราโป๊ยเซียนสีดำออกมาเป็นครั้งแรกในรอบ 90ปี ซึ่งสีพิเศษเหล่านี้ เป็นความสามารถในการผลิตของโรงงานบริษัท ที่สามารถฉีดสีต่าง ๆ ให้กับสินค้าเพื่อให้ได้สีตามต้องการ”

 

 

 

ดร.ต้นคูน บอกว่า กิจกรรมนี้ เป็นพาร์ทหนึ่งของงานซีเอสอาร์ยาดมตราโป๊ยเซียน ในฐานะไอเทมที่อยู่คู่สังคมไทยมานาน ด้วยต้องการส่งต่อกำลังใจให้กับคนไทยไปพร้อมกัน

 

นอกจากนี้บริษัทยังได้ทำสีสินค้าธงชาติไทย (แดง ขาว น้ำเงิน) ในรูปแบบจัดชุด (Set) ทั้งสามสี รวมไปถึงทำยาดมตราโป๊ยเซียน ที่เป็นสีสัญลักษณ์ (CI) ให้กับแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลัง ที่นำไปแจกให้กับผู้เข้าร่วมอีเวนต์แสดงคอนเสิร์ต เช่นกัน

 

 

สร้างไวบส์ สดชื่นตลอดปี69

 

 

สำหรับในปี 2569 เป็นปีที่ ยาดมตราโป๊ยเซียน เดินทางสู่ปีที่ 90 ซึ่ง ‘ดร.ต้นคูน’ บอกว่า จะยังไม่มีแคมเปญพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองออกมา แต่จะให้ความสำคัญกับแกนหลักในการสร้างสีสันใหม่ของแบรนด์ เพื่อตอกย้ำความสดชื่นของแบรนด์ไปยังกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างขึ้น ที่จะใช้เป็น Vibes บรรยากาศหลักอย่างต่อเนื่องในปีนี้

 

ดร.ต้นคูน บอกว่า ประเทศไทย ยังมีศักยภาพสูงในตลาดท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหนึ่งในโอกาสของการทำตลาดสินค้ายาดมในฐานะของฝาก ของที่ระลึก ซึ่งแม้ว่าการเข้ามาของนักท่องเที่ยวชาวจีนจะลดจำนวนลงและได้ผลกระทบบ้าง แต่บริษัทฯ มองว่ายังมีโอกาสในตลาดกลุ่มประเทศเอเชียใต้ ที่เดินทางมาไทยทดแทน

 

“ในช่วงที่ผ่านมาถึงในตอนนี้ กลุ่มเป้าหมายสินค้าจากนักท่องเที่ยวจะเป็น อินเดีย จีน เอเชียใต้ และประเทศในสหภาพโซเวียตเดิมที่มาเที่ยวไทยซึ่งจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มาแรงมาก”

 

 

จุดขายไปหมดทุกโลเคชัน

 

‘เขา’ เล่าต่อถึงการทำตลาดยาดมตราโป๊ยเซียนในไทย กับจุดแข็งด้านช่องทางจำหน่าย ด้วยหน่วยรถขนส่งสินค้าของบริษัทที่เดินทางออกไปทั่วทุกภูมิภาคของไทย เพื่อสร้างการเข้าถึงให้กับผู้บริโภคได้ในทุกระดับตำบล อำเภอ ครอบคลุมร้านค้าที่อยู่หนือสุดและใต้สุดของประเทศไทย เช่นกัน

 

นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงการทำตลาดสินค้าในต่างประเทศที่สามารถพบเจอสินค้าที่จำหน่ายในต่างประเทศ  ที่มีขายใน 5 ทวีปทั่วโลก ภายใต้แบรนด์ต่างๆ ด้วยปัจจุบัน สินค้ายาดมตราโป๊ยเซียนครองยอดขายหลักสัดส่วน มากกว่า 99% ที่เหลือเป็นผลิตภัณฑ์แบรนด์อื่น ๆ ในเครือ

 

สำหรับผลประกอบการย้อนหลัง 5 ปี (ข้อมูล dataforthai) บริษัทฯ มีกำไรต่อเนื่องทุกปี (ข้อมูลล่าสุด ปี 2567)

 

  • ปี 2563 รายได้ 797,640,287.63 บาท กำไร 234,299,696.29 บาท
  • ปี 2564 รายได้ 751,269,275.65 บาท กำไร 284,215,496.56 บาท
  • ปี 2565 รายได้ 967,256,152.10 บาท กำไร 378,764,386.04 บาท
  • ปี 2566 รายได้ 1,087,530,702.77 บาท กำไร 509,769,655.96 บาท
  • ปี 2567 รายได้ 1,155,372,771.39 บาท กำไร 530,912,539.99 บาท

 

 

ความท้าทายเจนฯ 4 ที่ต้องไปต่อ

 

 

ดร.ต้นคูน บอกว่าการเข้ามาร่วมดูแลกิจการครอบครัวในฐานะรุ่น 4 นั้น สิ่งสำคัญ คือ มุ่งรักษาความซื่อสัตย์ และคุณภาพผลิตภัณฑ์ไว้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นจุดหลักที่ทำให้กิจการดำเนินการมาถึงได้ในปัจจุบัน ที่จะไปพร้อมกับการทำตลาดเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ไปด้วย ซึ่งเขาเชื่อว่า การทำตลาดยุคนี้ ‘ต้องตะโกน’ พร้อมประกาศแบรนด์ออกมาดัง ๆ ว่า ‘โป๊ยเซียน’

 

ด้วยแนวคิดนี้ ทำให้เขายังได้ต่อยอดจากบทบาท ‘พี่ต้นคูน’ ในฐานะติวเตอร์ในวิชาภาษาไทยและสังคมศึกษา มาไม่ต่ำกว่า 10 ปี  ซึ่งทำให้ตัวเขามีโอกาสถูกรับเชิญไปเป็นวิทยากรพิเศษในสถาบันต่างๆ ตลอดช่วงที่ผ่านมา

 

จุดนี้เองที่ ‘ดร.ต้นคูน’ บอกว่าเป็นทั้งโอกาสและประสบการณ์ที่ดีที่ทำให้เขาได้พบกับ นิว ยูสเซอร์ ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นอนาคตของประเทศ ขณะเดียวกันก็จะเป็นฐานผู้ใช้ใหม่ของยาดมตราโป๊ยเซียน ไปด้วยพร้อมกัน ด้วยทุกครั้งที่ตัวเขาไปร่วมในกิจกรรมเหล่านี้ แน่นอนว่าไปพร้อมกับภาพลักษณ์แบรนด์ ‘โป๊ยเซียน’ นั่นเอง!!

 

“เป็นความโชคดีของเราเองด้วยที่มีโอกาสได้เจอกับกลุ่มเด็กๆ ไม่ต่ำกว่าหมื่นคนต่อปี ซึ่งพวกเขายังเป็นดาตาเบสสำคัญ ที่ทำให้เรารู้เทรนด์ใหม่ๆ ที่อยู่ในไลฟ์สไตล์ของพวกเขาในช่วงนั้น ๆ อย่างคอลเล็กชั่นอาร์ต ทอย ยาดมโป๊ยเซียน ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากเทรนด์ในช่วงที่ผ่านมาด้วย”

 

 

ต่อยอดแบรนด์จากงานที่รัก

 

 

ดร.ต้นคูน เล่าต่ออีกว่า จากโปรไฟล์ตัวเขาเองก่อนจะมาร่วมกิจการของครอบครัวนั้น เขาผ่านอาชีพมาอย่างหลากหลายก่อนถึงวัย 30 ปี ซึ่งรวมไปถึงการเป็น ‘ไกด์’ ในสถานที่ท่องเที่ยวโดยเฉพาะอุทยานประวัติศาสตร์ ต่าง ๆ  ของไทย ที่ตัวเขามีความสนใจและเชี่ยวชาญอย่างมาก

 

จากความชอบในด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ได้ต่อยอดไปสู่งานไกด์กิตติมศักดิ์ในกลุ่มทัวร์ขนาดไม่ใหญ่มากนัก ที่มักรีเควสต์ ‘ดร.ต้นคูน’ มาเป็นหัวหน้าคณะนำเที่ยวอยู่เสมอ ซึ่งเขายังมองเห็นโอกาสนี้ในการนำแบรนด์ยาดมโป๊ยเซียน สร้างการมีส่วนร่วมในสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ ได้อีกด้วย

 

โดยบริษัทได้ติดตั้งเก้าอี้พักผ่อนในอุทยานประวัติศาสตร์ 9 แห่ง (อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย, อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา (อยุธยา),  อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ (กาญจนบุรี), อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง (บุรีรัมย์),  ปราสาทเมืองต่ำ (บุรีรัมย์), อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย (นครราชสีมา) อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท (อุดรธานี), อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เพชรบุรี), อุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม (สระแก้ว))

 

 

 

นอกจากนี้ ในปี2569 บริษัทฯจะนำเก้าอี้เข้าไปติดตั้งเพิ่มใน 3 พิพิธภัณฑ์อุทยานประวัติศาสตร์ พร้อมนำเก้าอี้ วางให้บริการในโรงพยาบาลได้ครบ 19 จังหวัดทั่วประเทศ จากก่อนหน้าดำเนินการไปแล้ว 10 แห่ง อีกด้วย

 

ดร.ต้นคูน กล่าวต่อในฐานะรุ่นสี่ของยาดมตราโป๊ยเซียน ที่หลายคนมักถามเขาบ่อยครั้งถึง ‘ความท้าทาย’ ต่อการเข้ามาร่วมบริหารธุรกิจพันล้าน ซี่งเขาบอกว่า ‘ไม่มีครับ’ ที่แม้ว่าภาพรวมในปีนี้ อาจจะมีหลายปัจจัยกระทบที่เข้ามาหนักกว่าปีก่อนก็ตาม แต่เขา กลับมองเป็นแรงบวกให้ต้องคิดเพื่อพาแบรนด์และกิจการให้ไปต่อได้มากกว่า

 

แต่กระนั้น เขาขอทิ้งท้ายปณิธานส่วนตัวในแบบฉบับผู้บริหารเจนฯใหม่ ด้วยการตั้งเป้า ‘งดกินของโปรดอย่างหมูกรอบก่อน เพื่อให้มีซิกซ์ แพ็ค กล้ามเนื้อหน้าท้องเรียงตัวสวย 6 ชั้นให้ได้ในปี 2569 นี้’

 

เรียกได้ว่าเป็นการปิดท้ายการให้สัมภาษณ์ด้วยคำตอบของผู้บริหารเจนฯใหม่ที่ ‘ฉีก’ ไปจากเดิมในแบบใหม่ แบบสับ มากกกก

 

 

 

 

Alternaty-X สรุปให้ 

 

ยาดมตราโป๊ยเซียน กับมิสชั่นภาพลักษณ์แบรนด์ร่วมสมัย ภายใต้การบริหารของ ‘ดร.ต้นคูน’ ทายาทรุ่นที่ 4 ในตลาดยาดมไทยมูลค่ากว่า 4,500 ล้านบาท ที่เปิดโอกาสสกินชิปผู้บริโภคได้เกือบตลอดเวลา จากกลยุทธ์ฟีเจอร์ให้ความสดชื่นของสินค้าที่เอามาเล่าใหม่ ในคอลเล็กชั่นพิเศษ อย่างอาร์ตทอย ไปจนถึงการนำแบรนด์ ไปมีส่วนร่วมในโอกาสวาระพิเศษต่างๆ และกิจกรรม CSR มาเชื่อมแบรนด์กับคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยว โดยปี 2569 โป๊ยเซียนโฟกัสสร้าง Vibes ความสดชื่นต่อเนื่อง ครอบคลุมทุกโลเคชันทั่วไทย กับผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง กำไรสูง สะท้อนพลังแบรนด์ไทยอายุ 90 ปีที่ยังไปต่อได้ไกล

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.