VFS Global เปิดกลยุทธ์ปี 2026 ชู ‘ข้อมูลปลอดภัย-บริการพรีเมี่ยม’ มัดใจนักเดินทางยุคใหม่ เผย UK-AUS-GER จุดหมายฮิตคนไทย พร้อมแจง 5 เรื่องต้องรู้ก่อนขอวีซ่า
- ปลายทางฮิตชัดเจน UK–AUS–GER ครอง Top 3 จุดหมายคนไทยยื่นวีซ่าสูงสุด
- บริการพรีเมียมตอบโจทย์ยุคใหม่ ยื่นวีซ่าถึงที่ เพิ่มศูนย์ในห้าง–โรงแรม ลดความยุ่งยาก
- ความปลอดภัยข้อมูลคือหัวใจ เข้ม Data Security ลบข้อมูลทันทีหลังจบกระบวนการ
ไซมอน พีซีย์ (Simon Peachey) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ภูมิภาคออสตราเลเซีย จีน VFS Global ผู้ให้บริการเอาท์ซอร์สและเทคโนโลยีแก่ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่า เปิดเผยว่าทิศทางตลาดการท่องเที่ยวในปี 2569 มีสัญญาณบวกที่น่าสนใจ จากข้อมูลพบว่า กลุ่มประเทศ3 อันดับแรก (ท็อป 3) ที่คนไทยนิยมยื่นขอวีซ่ามากที่สุด คือ
- สหราชอาณาจักร
- ออสเตรเลีย
- เยอรมนี
โดยในปีนี้ VFS Global และ RCIS พร้อมร่วมกับตัวแทนจากสถานทูตออสเตรีย เยอรมนี ฮังการี และสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับคลื่นนักเดินทางชาวไทยในช่วงไฮซีซันที่กำลังจะมาถึง รวมถึงหน่วยงานรัฐบาล ยังให้ความสำคัญควบคู่ไปกับจำนวนนักท่องเที่ยว คือ ความกังวลเรื่องการพำนักเกินระยะเวลาที่กำหนด (Overstay) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการพิจารณาวีซ่าในอนาคต
ไซมอน กล่าวว่า ในปีนี้ VFS Global ได้วางแผนยกระดับมาตรฐานการให้บริการผ่านนวัตกรรม โดยยึดผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง ท่ามกลางบรรยากาศการท่องเที่ยวของไทยที่กลับมาคึกคักเต็มตัว โดยนำกลยุทธ์ความปลอดภัยด้านข้อมูล (Data Security) และการขยายโซลูชันบริการระดับพรีเมียม ให้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ผู้ใช้งาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและอำนวยความสะดวกสูงสุดให้แก่ผู้สมัครวีซ่าทั่วประเทศ
ขณะที่ การบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล (Data Security) คือ หัวใจสำคัญของการดำเนินงานที่ VFS Global ยึดถือมาตลอด 25 ปี จากการลงทุนมหาศาลเพื่อสร้างระบบการเข้าถึงข้อมูลที่จำกัดเฉพาะส่วนที่จำเป็น และมีนโยบายการลบข้อมูลผู้สมัครทันทีหลังจากกระบวนการขอวีซ่าเสร็จสิ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ยื่นคำร้องในยุคดิจิทัล
นอกจากนี้ VFS Global ยังทำให้รูปแบบการยื่นวีซ่าให้เข้าถึงง่ายและพรีเมียมยิ่งขึ้น อาทิ
- บริการ Visa At Your Doorstep โดยพนักงานจะเดินทางไปรับคำร้องและเก็บข้อมูลชีวมิติถึงที่บ้านหรือออฟฟิศ
- บริการ Premium Lounge เน้นความสะดวกสบายแบบส่วนตัว
- การเพิ่มศูนย์ยื่นวีซ่าในทำเล Prime Location อาทิ ในโรงแรมหรูและห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เช่น สยามพารากอน และธัญญาพาร์ค ในรูปแบบรถตู้เคลื่อนที่ (Mobile Visa Application Centre)
- บริการ Prime Time สำหรับผู้ที่ต้องการยื่นวีซ่านอกเวลาทำการหรือวันเสาร์
- บริการส่งพาสปอร์ตคืนทางไปรษณีย์เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าในการรับพาสสปอร์ตคืน
ผู้บริหาร VFS Global เตือนว่า สิ่งสำคัญที่ผู้ขอวีซ่าต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือ ปัญหามิจฉาชีพที่แอบอ้างชื่อ VFS Global หรืออ้างว่าเป็นตัวแทนสถานทูตมักมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยทาง VFS Global ได้ใช้โอกาสนี้ในการสื่อสารการตลาดเพื่อทำความเข้าใจกับสาธารณชนเกี่ยวกับ ‘ข้อเท็จจริง’ 5 ประการที่มักถูกเข้าใจผิด เพื่อป้องกันไม่ให้นักเดินทางตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงเสียทรัพย์สิน
- ไม่มีการการันตีผลวีซ่า: VFS Global มีหน้าที่อำนวยความสะดวกในการรับเอกสารเท่านั้น อำนาจการตัดสินใจว่าจะ ‘ผ่าน’ หรือ ‘ไม่ผ่าน’ เป็นสิทธิ์ขาดของสถานทูตแต่เพียงผู้เดียว
- ความเร็วในการพิจารณา: การใช้บริการพรีเมียมเซอร์วิสช่วยเพิ่มความสะดวกในขั้นตอนการยื่น แต่ไม่ได้มีผลต่อความเร็วในการพิจารณาของสถานทูต
- การนัดหมายไม่มีค่าใช้จ่ายแอบอ้าง: คิวการนัดหมายถูกควบคุมโดยระบบและสถานทูต VFS Global ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขายคิวผ่านบุคคลที่สาม
- ช่องทางการชำระเงิน: บริษัทฯ จะไม่มีการรับชำระเงินผ่านโซเชียลมีเดียเด็ดขาด การชำระเงินต้องทำผ่านเว็บไซต์ทางการหรือที่ศูนย์รับคำร้องโดยตรงเท่านั้น
- ไม่ใช่เอเจนซี่หางาน: VFS Global ไม่ได้ให้บริการเรื่องการย้ายถิ่นฐาน (Migration) หรือจัดหางานในต่างประเทศ หากมีการแอบอ้างในลักษณะนี้ให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพ
วางแผนล่วงหน้าก่อนขอวีซ่า
ไซมอน ย้ำว่า เพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าในกระบวนการขอวีซ่า นักเดินทางควรวางแผนขอวีซ่าลวงหน้าแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะวีซ่าเชงเกนที่สามารถยื่นได้ล่วงหน้าสูงสุดถึง 6 เดือน (180 วัน) การเตรียมตัวเร็วไม่เพียงแต่ช่วยลดความกดดันเรื่องระยะเวลา แต่ยังช่วยให้ผู้ยื่นคำร้องไม่หลงกลมิจฉาชีพที่มักใช้ความเร่งด่วนมาเป็นข้ออ้างในการเรียกรับเงิน
“เป้าหมายในปี 2569 นี้ VFS Global คือการสร้างระบบนิเวศที่ทำให้นักเดินทางไทยรู้สึกปลอดภัยและสะดวกสบายตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเตรียมตัว ซึ่งการได้รับความเชื่อมั่นจากสถานทูตทั่วโลกและความมั่นใจของผู้สมัครยังเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด ซึ่งการออกมาให้ข้อมูลเรื่องมิจฉาชีพในครั้งนี้จึงเป็นหน้าที่ที่ VFS Global ต้องทำ เพื่อให้แน่ใจว่าความกังวลใจเรื่องขั้นตอนเอกสารจะไม่กลายเป็นอุปสรรคของการเดินทาง และทุกคนสามารถออกไปเปิดประสบการณ์ในต่างแดนได้อย่างที่ตั้งใจไว้”
ปัจจุบัน VFS Global ดำเนินงานในระดับสากลมาตลอด 25 ปี ให้บริการข้อมูลวีซ่าแก่สถานทูตและพันธมิตรรัฐบาลทั่วโลก 67 แห่ง ครอบคลุมศูนย์รับคำร้องกว่า 3,300 แห่งใน 153 ประเทศ มีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเพื่ออำนวยความสะดวกกว่า 17,300 คน
สำหรับประเทศไทย VFS Global เริ่มเข้ามาให้บริการตั้งแต่ปี 2005 จนปัจจุบันขยายเครือข่ายศูนย์ยื่นวีซ่ากว่า 38 แห่ง ให้บริการสถานทูตและกงสุลรวม 26 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต เพื่อรองรับความต้องการของนักเดินทางไทยที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

Alternate-X สรุปให้
VFS Global เผยสถิติพบคนไทยนิยมยื่นขอวีซ่าไปสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และเยอรมนี มากที่สุด ปี 2569 นี้ครบรอบ 25 ปีให้บริการระดับสากล ส่งกลยุทธ์ความปลอดภัยด้านข้อมูล (Data Security) โดยมีการลบข้อมูลผู้สมัครทันทีหลังเสร็จสิ้นกระบวนการ พร้อมยกระดับบริการพรีเมียมด้วย ‘Visa At Your Doorstep’ รับคำร้องถึงบ้าน และเพิ่มจุดบริการในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เตือนภัยมิจฉาชีพแอบอ้างขายคิว ย้ำว่า VFS Global ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่มีผลต่อการตัดสินใจของสถานทูต แนะนำนักเดินทางวางแผนขอวีซ่าเชงเกนล่วงหน้าได้สูงสุด 6 เดือน เพื่อลดความผิดพลาดและเลี่ยงกลโกง




