กลุ่มดุสิตฯ มูฟแรกในมือ ‘ชนินทร์’ ปี69 คุมเกมระวังโครงการเดิมย้ำบราวน์ฟิลด์

‘ดุสิตธานี’ แผนปี2569 หลังเปลี่ยนผ่านผู้นำ สู่มือบริหาร ‘ชนินทร์ โทณวณิก’ แผนปี69 มุ่งคุมเกมคุณภาพพร็อพเพอร์ตี้ เน้น Brownfield–Conversion

 

  • กลยุทธ์เติบโตแบบระมัดระวัง ลดการเร่งขยาย Greenfield หันคุมคุณภาพและความเสี่ยงการลงทุน ตอบโจทย์ยุคต้นทุนสูงและความไม่แน่นอนโลก
  • Brownfield–Conversion เป็นแกนหลัก พัฒนาเร็ว สร้างกระแสเงินสดไว ควบคุมมาตรฐานได้ดีกว่า สอดรับความต้องการนักลงทุนยุคใหม่
  • โครงสร้างแบรนด์ชัด เจาะพรีเมียม–ลักชัวรี Devarana, Dusit Collection และ Dusit Hotels เป็นหัวหอก สร้างความแตกต่างมากกว่าการแข่งด้วยจำนวน

 

หลังผ่านปี 2568 แห่งการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง ‘กลุ่มดุสิตธานี’ จากการลาออกของ ‘ศุภจี สุธรรมพันธุ์’ จากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม (Group CEO) มีผลตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย. ปืที่ผ่านมา พร้อมกับคณะกรรมการบริษัทแต่งตั้ง ‘ชนินทธ์ โทณวณิก’ รองประธานกรรมการ และทายาทรุ่น2 ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม (Group CEO) แทน เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจต่อเนื่อง

 

สำหรับแผนกลุ่มดุสิตธานี ในปีนี้มาพร้อมกับ ‘มูฟเมนต์แรก’ ด้วยยุทธศาสตร์ใหม่กับท่าทีที่ระมัดระวังมากขึ้น แต่ ‘ชนินทร์’ ยังคงเป้าหมายการเติบโตในระดับโลก โดยเลือก ‘คุณภาพโครงการ–ความเร็วในการสร้างผลตอบแทน’ เป็นแกนหลัก แทนการเร่งขยายจำนวนโรงแรมแบบเดิม

 

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพภายนอกจะเห็นว่า มีการเปิดโรงแรมใหม่กว่า 1,400 ห้องในหลายประเทศ แต่ในเชิงโครงสร้างกลุ่มดุสิตธานีกำลังส่งสัญญาณชัดว่า การเติบโตระยะถัดไปจะไม่ใช่ Greenfield เต็มรูปแบบ

 

หากแต่เป็นการ ‘ยกระดับสินทรัพย์เดิม’ และ ‘รีไซเคิลโครงการ’ ให้ตอบโจทย์นักลงทุนยุคต้นทุนสูงและความไม่แน่นอนรอบด้าน

 

วางฐานผ่านสถิติใหม่ 24 สัญญา

 

โดยปี 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่ ‘กลุ่มดุสิตธานี’ สร้างสถิติสำคัญ ด้วยการลงนามสัญญาบริหารโรงแรมใหม่ถึง 24 แห่ง สูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท โดยสถิตินี้สะท้อนความแข็งแรงของแบรนด์ไทยในเวทีโลก พร้อมเป็น ‘ฐานตั้งต้น’ ให้ยุทธศาสตร์ใหม่ในปี 2569 เดินต่อได้อย่างมั่นคง ท่ามกลางอุตสาหกรรมโรงแรมโลกที่ชะลอการขยายตัวจากต้นทุนก่อสร้างสูง ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และแรงกดดันด้านผลตอบแทน

 

ชนินทร์ บอกว่า กลุ่มดุสิตธานียังคงรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุน ผ่านการเลือกโครงการอย่างมีวินัย และการบริหารที่เน้นความชัดเจนของแบรนด์

 

 

ปรับยืดหยุ่น จาก Greenfield สู่ Brownfield

 

 

ขณะที่ หนึ่งในแกนยุทธศาสตร์สำคัญ คือ การขยับน้ำหนักไปยัง โครงการปรับปรุงอาคารเดิม (Conversion) และ โครงการบราวน์ฟิลด์ (Brownfield) ซึ่งใช้เวลาพัฒนาสั้น สร้างกระแสเงินสดได้เร็ว และควบคุมคุณภาพได้ดีกว่าโครงการใหม่ทั้งหมด

 

แนวทางนี้เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมในปี 2568 จากหลายโครงการที่สามารถลงนามและเปิดให้บริการได้ภายในปีเดียว อาทิ

 

  • Dusit Hotel AG Park เมืองเฉิงตู ประเทศจีน
  • dusitD2 Feydhoo Maldives
  • Tantawan Tented Camp จังหวัดเชียงราย

 

โดย โครงการเหล่านี้สะท้อนความสามารถของดุสิตธานีในการ เร่งสปีดโดยไม่ลดมาตรฐาน และปรับแบรนด์ให้เข้ากับบริบทพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ

เสริมพอร์ตแบรนด์-โฟกัสดีมานด์

 

ชนินทร์ ย้ำว่า การเติบโตไม่ได้เกิดจากจำนวนโรงแรมเพียงอย่างเดียว แต่ขับเคลื่อนผ่าน โครงสร้างแบรนด์ที่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มพรีเมียม–ลักชัวรี ได้แก่

 

  • Devarana – Dusit Retreats เจาะตลาดเวลเนสระดับสูง
  • Dusit Collection โรงแรมลักชัวรีเอกลักษณ์เฉพาะ
  • Dusit Hotels กลุ่มโรงแรมระดับบนมาตรฐานสากล

 

ขณะที่ การแตกแบรนด์เชิงลึก ยังช่วยให้ดุสิตธานีตอบโจทย์นักท่องเที่ยวและนักลงทุนได้ตรงกลุ่มมากขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันที่ต้องการ ‘ความแตกต่าง’มากกว่า ‘ขนาด’

 

ปูฐานขยายตลาดใหม่

 

ขณะที่ในรอบปี 2568 ที่ผ่านมาของกลุ่มดุสิต ถือเป็นปีแห่งการปูฐานในหลายประเทศสำคัญที่เข้าไปทำตลาดโรงแรมที่พัก อาทิ

 

  • อินโดนีเซีย กับ Kaliwatu Villas & Residences – Dusit Collection
  • ญี่ปุ่น กับ WE Hotel – Dusit Collection แห่งแรก
  • อินเดีย ตลาดเติบโตหลัก ลงนามใหม่ถึง 6 โครงการ
  • มัลดีฟส์ ขยาย Devarana Maldives – a Dusit Retreat
  • ซาอุดีอาระเบีย เปิดตลาดตะวันออกกลางครั้งแรกที่ Al Ahsa
  • ฟิลิปปินส์ เดินหน้า ASAI Camaya Coast และ Dusit Greenhills Manila
  • ประเทศไทย กับ Dusit Suites Sriracha และ Tantawan Tented Camp
  • เมียนมา The Strand Hotel – Dusit Collection และ ASAI Yangon ไปเมื่อปลายปีก่อน

 

จากการขยายตัวเหล่านี้สะท้อนว่า ดุสิตธานียังเชื่อมั่นในศักยภาพระยะยาวของตลาดเกิดใหม่ แต่เลือก “จังหวะและรูปแบบการลงทุน” ให้เหมาะกับความเสี่ยง

 

 

แผน5 ปีหน้า-บทพิสูจน์ในยุคถัดไป

 

ขณะที่ปัจจุบัน ‘กลุ่มดุสิตธานี’ มีโครงการที่ลงนามแล้วและอยู่ระหว่างพัฒนา มากกว่า 50 แห่งทั่วโลก ซึ่งจะทยอยเปิดภายใน 5 ปีข้างหน้า พร้อมกันนี้ โครงการ ‘ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค’ ใจกลางกรุงเทพฯ ยังเป็นหมุดหมายสำคัญ ที่สะท้อนศักยภาพการบริหารโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่และซับซ้อน ภายใต้พอร์ตโฟลิโอรวม 296 โครงการ ใน 18 ประเทศ ครอบคลุม 9 แบรนด์ กลุ่มดุสิตธานีกำลังเดินเข้าสู่เฟสใหม่ของการเติบโต อย่างมั่นคงและเลือกแล้ว

 

นับเป็นมูฟเมนต์แรกหลังการเปลี่ยนผ่าน ที่ไม่ใช่แค่การเร่งเกมรุก แต่คือการตั้งหลัก เพื่อสร้างความมั่นใจในการเติบโตท่ามกลางความผันผวนโลก  

 

 

Alternate-X สรุปให้

 

 

กลุ่มดุสิตธานีเดิน ‘มูฟเมนต์แรก’ ของปี 2569 หลังเปลี่ยนผ่านผู้นำ จาก ‘ศุภจี’ สู่ ‘ชนินทร์ โทณวณิก’ แผนปีนี้ ขอปรับท่าทีเติบโตแบบระมัดระวัง เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ชัดเจนหันโฟกัส Brownfield และ Conversion ลดความเสี่ยงต้นทุนสูง พร้อมใช้สถิติ 24 สัญญาในปี 2568 เป็นฐานตั้งต้นยุทธศาสตร์ใหม่ เดินเกมโลกด้วยแบรนด์พรีเมียม–ลักชัวรี และเลือกจังหวะลงทุนเฉพาะตลาดศักยภาพ

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.