‘แฮนยอ’ มรดกโลก ที่ยังมีลมหายใจ ‘รุ่นสุดท้าย’ สร้างจุดขายพรีเมียมอาหารทะเลเชจู

‘Haenyeo’ มรดกโลกที่ยังมีชีวิต ผู้สร้างเศรษฐกิจ Blue Economy ให้เกาะเชจู แต่กำลังหายไปอย่างรวดเร็ว พร้อมเดิมพันหลายพันล้านวอนที่รัฐบาลต้องทุ่มเพื่อรักษาอนาคตของเกาะพรีเมียมแห่งนี้

 

ในโอกาสที่ ‘ผู้เขียน’ เป็นตัวแทนประเทศไทยร่วมในโครงการ ‘2025 ASEAN Journalists Invitation Program’ ช่วงระหว่างวันที่ 11-21 พฤศจิกายน พร้อมมีโอกาสเข้าร่วมดูงานด้านต่างๆ เชิงสื่อสารและวัฒนธรรมเกาหลี

 

โดยหนึ่งในกิจกรรมสำคัญเยี่ยมชมวิถีชีวิตท้องถิ่นบนเกาะเชจูที่เรียกว่า ‘Jeju Haenyeo’ อาชีพนักดำน้ำประมง ที่เกาะเชจู

 

เชจู จังหวัดปกครองตนเอง

 

 

เกาะเชจู (제주도) เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลีใต้ กินพื้นที่ 1,833.2 ตารางกิโลเมตร  ซึ่งเท่ากับร้อยละ 1.83 ของพื้นที่ประเทศทั้งหมด และยังเป็นเกาะที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศ

 

ข้อมูลในปี 2024 คาดว่ามีประชากรอยู่บนเกาะนี้ไม่น้อยกว่า 670,000 คน ‘เชจู’จึงถือเป็นจังหวัดปกครองตนเองเพียงแห่งเดียวของเกาหลีใต้

 

เกาะแห่งนี้จึงมีลักษณะเศรษฐกิจที่เฉพาะตัวมากหากเทียบกับแผ่นดินใหญ่ ซึ่งนอกจากการท่องเที่ยวด้านทะเล รีสอร์ตแล้ว ชาวเกาหลีใต้นิยมมายังเชจูเพื่อกีฬากอลฟ์กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะบริเวณรอบสนามบินเชจู จะเต็มไปด้วยรีสอร์ตที่เต็มไปด้วยสนามกอล์ฟ

แต่หากมายังฝั่งใต้ของเกาะบริเวณเมือง Seogwipo เป็นพื้นที่เต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม นอกจากหาดทรายนุ่มๆ แล้ว อีกหนึ่งความโดดเด่นของทางใต้เชจูคือ เสาหินแดโป (Jusangjeolli Cliff) ซึ่งเกิดจากลาวาภูเขาไฟไหลมาเจอกับน้ำทะเลกิดเป็นแท่งหินรูปทรงสี่เหลี่ยมสวยแปลกตา

 

 

‘Haenyeo’ มรดกวัฒนธรรมโลก

ในบริเวณ Seogwipo นี้เองยังเต็มไปด้วยหมู่บ้านชาวประมงพื้นถิ่นที่ชาวเชจู ยังคงรักษาวิถีชีวิตแบบดังเดิมไว้ การประมงยังเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเกาะแห่งนี้

 

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูใบไม้ร่วง หนึ่งในวิถีชีวิตในหมู่บ้านชาวประมงแถบ Seogwipo ที่เราจะได้เห็นคือ บรรดาอาจุมม่าวัย 60 ขึ้น ใส่ชุด swimsuit พร้อมหน้ากากดำน้ำ เข็มขัดหินที่ใช้ถ่วงน้ำหนัก และสวิงตาข่ายสำหรับใส่อาหารทะเลที่จับได้

 

พวกเธอคือ แฮนยอ (Haenyeo) ซึ่งเป็นคำเรียกของบรรดาหญิงชราอายุ 60–80 ปีบนเกาะเชจู ที่ดำน้ำหาอาหารทะเลโดยไม่ใช้ถังอากาศ อาศัยเพียงทักษะสืบทอดกันมากว่า 400 ปี ในการยังชีพ จนในปี 2016 ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้วัฒนธรรมแฮนยอเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ


ซ้ายไปขวา อีฮันอ๊ก-คิมซูซอน-อีบกซู

 

‘คุณยาย’ ผู้แข็งแกร่งแห่งท้องทะเล

 

 

อีบกซู อายุ 71 หนึ่งในแฮนยอที่อาศัยในหมู่บ้านใกล้กับท่าเรือใน Sagye-ri พร้อมกับคิมซูซอน อายุ 74 และอีฮันอ๊ก อายุ 68 กำลังเตรียมพร้อมทั้งชุดและอุปกรณ์ก่อนดำลงทะเล แม้ว่าทั้งสามคนจะอายุมากแล้ว แต่แต่พวกเธอยังคงลงน้ำเพื่อหาเป๋าฮื้อ เม่นทะเล หอยสังข์ และสาหร่าย ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่าในตลาดสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามอุปสงค์ของอุตสาหกรรมอาหารและท่องเที่ยวที่โตแบบก้าวกระโดดในเกาหลีใต้

 

ปัจจุบัน คาดว่าทั่วทั้งเกาะเชจูจากเมื่อสิบปีก่อนมีแฮนยอจากหมื่นคน ลดเหลือเพียง 2,839 คนในปี 2024 และอายุกว่า 90% สูงเกิน 60 ปี นั่นหมายความว่าหนึ่งในเสาหลักทางเศรษฐกิจของชุมชนชายฝั่งกำลังหดตัว และยังไม่มีแรงงานรุ่นใหม่เข้ามาแทนที่ แม้ว่ารัฐบาลท้องถิ่นจะให้เงินสนับสนุนและสวัสดิการก็ตาม

 

อุตสาหกรรมประมงนับว่าเป็นส่วนสำคัญของเกาะเชจู นอกเหนือจากรายได้การท่องเที่ยว เชจูมีการทำประมงนอกชายฝั่งโดยเรือประมงกันอย่างแพร่หลายอยู่แล้ว ทว่าอาหารทะเลบางชนิด อาทิ หอยเม่น เป๋าฮื้อ และสาหร่ายทะเล ยังคงต้องอาศัยบรรดาแฮนยอ

 

 

เศรษฐกิจแฮนยอ ตัวเลขเล็ก แต่กระทบใหญ่

 

 

แม้รายได้เฉลี่ยจากการดำน้ำของแฮนยอจะอยู่เพียงราวปีละ 6.8 ล้านวอนต่อคน หรือประมาณ 180,000–190,000 บาท ซึ่งเทียบกับรายได้ในภาคบริการของเกาะเชจูแล้วถือว่าไม่สูงนัก

 

แต่ตัวเลขนี้เป็นเพียงชั้นผิวของระบบเศรษฐกิจที่พวกเธอขับเคลื่อนอยู่จริง เพราะเศรษฐกิจที่พึ่งพาแฮนยอกระจายเป็นหลายชั้นและมีมูลค่ามากกว่าที่ปรากฏในข้างต้น

 

โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับพรีเมียมซึ่งอาศัยวัตถุดิบจากธรรมชาติ 100% อย่างเป๋าฮื้อหรือเม่นทะเลที่ฮันเยอดำน้ำไปเก็บเอง ทำให้สินค้ามีราคาและคุณค่าตลาดสูงกว่าการประมงทั่วไป

 

นอกจากนี้ร้านอาหารท้องถิ่นจำนวนมากก็ใช้เมนู ‘อาหารทะเลของแฮนยอ’ เป็นจุดขายระดับพรีเมียมสำหรับนักท่องเที่ยวจากจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้เอง

 

ขณะที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมก็เติบโตจากกิจกรรมที่แฮนยอเป็นแกนกลาง ไม่ว่าจะเป็นการสาธิตการดำน้ำ การเดินชมหมู่บ้านริมทะเล หรือกิจกรรมเชิงประสบการณ์อย่าง Haenyeo Kitchen ที่ช่วยสร้างรายได้หลายสิบล้านวอนต่อปีให้แก่ทั้งชุมชน และในระดับภาพรวม

 

‘แฮนยอ’ ยังถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมในสื่อ ละคร สารคดี และแคมเปญการตลาด ทำให้ภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเชจูแข็งแรงและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น

 

สิ่งเหล่านี้ทำให้แฮนยอไม่ใช่เพียงแรงงานที่ดำน้ำหาอาหารทะเล หากแต่เป็นฟันเฟืองสำคัญของ Blue Economy หรือเศรษฐกิจสีครามที่รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังผลักดันเป็นยุทธศาสตร์ใหม่ของประเทศในทศวรรษนี้

 

ความสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่รายได้ตรงที่ดูเหมือนน้อย แต่คือมูลค่าทางเศรษฐกิจที่หายไปไม่ได้ หากแฮนยอสูญสิ้นไป มูลค่าที่อยู่ในรูป ‘สินทรัพย์วัฒนธรรม’ และอัตลักษณ์ทางเศรษฐกิจของเกาะเชจู ซึ่งสูงกว่าตัวเลขรายได้ของแฮนยอหลายเท่า และเป็นทรัพยากรที่ไม่สามารถผลิตขึ้นใหม่ได้อีกเลย

 

แฮนยอที่กำลังถูกคลื่นดูดกลืน

 

แม้ ‘แฮนยอ’ จะเป็นรากฐานทางเศรษฐกิจของชุมชนชายฝั่งเชจูมาหลายร้อยปี แต่อาชีพนี้กำลังเผชิญความเสี่ยงขั้นวิกฤตที่อาจทำให้หายไปในเวลาไม่นาน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เกาะเชจูยังไม่พร้อมรับมือ ทั้งในเชิงแรงงาน เศรษฐกิจ และภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

 

ปัจจัยแรก คือ โครงสร้างประชากรที่สูงวัยอย่างยิ่ง โดยอายุเฉลี่ยของฮันเยออยู่มากกว่า 60 ปี ส่งผลให้ต้นทุนสุขภาพสูงขึ้น ความเสี่ยงเจ็บป่วยและหยุดทำงานเพิ่มขึ้น

 

ขณะที่ความต้องการแรงงานจากภาคท่องเที่ยวและอาหารทะเลไม่ได้ลดลงตาม อีกทั้งลักษณะงานของฮันเยอมีความเสี่ยงสูงเป็นทุนเดิม ต้องกลั้นหายใจหลายสิบวินาที ดำน้ำลึก 5–20 เมตร แบกอุปกรณ์หนัก และเผชิญคลื่นลมแรงทำให้ผลิตภาพลดลงตามอายุและเพิ่มภาระด้านสุขภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ขณะเดียวกันอาชีพนี้กลับไม่ดึงดูดคนรุ่นใหม่ แม้รัฐบาลท้องถิ่นพยายามเสนอเงินสนับสนุน 500,000 วอนต่อเดือนเป็นเวลา 3 ปีให้ผู้หญิงวัย 40–44 ที่ต้องการสมัครเข้าฝึกอบรบเป็นแฮนยอ

 

แต่ผู้สมัครใหม่กลับมีจำนวนน้อย เนื่องจากงานหนัก รายได้ไม่สม่ำเสมอ แข่งขันกับงานในภาคบริการไม่ได้ กระบวนการเข้าสมาคมดำน้ำของหมู่บ้านซับซ้อน และความเสี่ยงต่อชีวิตสูง

 

ทำให้อาชีพนี้กลายเป็น อาชีพที่ไม่มีการสืบทอดตามธรรมชาติ ซึ่งตามหลักเศรษฐศาสตร์ถือเป็นสัญญาณเตือนถึงการล่มสลายของระบบแรงงานดั้งเดิม

 

นอกจากนี้สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงยังส่งผลโดยตรงต่อทรัพยากรทะเล อุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้นทำให้การแพร่พันธุ์ของเม่นทะเล เป๋าฮื้อ และหอยสังข์ลดลง ส่งผลให้รายได้ของฮันเยอและชุมชนชายฝั่งลดลงแบบลูกโซ่ไปทั้งระบบ และยิ่งไปกว่านั้นการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวกว่า 15 ล้านคนต่อปีกลับไม่ได้ช่วยรักษาแรงงานเหล่านี้ไว้

 

เพราะแม้ความต้องการประสบการณ์แฮนยอ จะสูงขึ้น แต่แรงงานที่เป็นต้นทุนทางวัฒนธรรมกลับลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อแบรนด์การท่องเที่ยวของเชจูในระดับที่ประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจได้ยาก

 

แม้รัฐบาลท้องถิ่นและองค์กรชุมชนจะพยายามรักษาอาชีพนี้ไว้ผ่านการฝึกอบรมดำน้ำ การสนับสนุนเงินทุน การสร้างกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ไปจนถึงความร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์ด้านระบบนิเวศเพื่อฟื้นฟูทรัพยากร

 

แต่โครงสร้างปัญหาหลัก ต้นทุนแรงงานสูง รายได้ไม่จูงใจ และความเสี่ยงเฉพาะอาชีพ ยังทำให้โมเดลเศรษฐกิจแบบเดิมไม่สามารถดึงแรงงานรุ่นใหม่กลับมาได้ ส่งผลให้อนาคตของฮันเยอและระบบเศรษฐกิจที่พวกเธอขับเคลื่อนอยู่เริ่มสั่นคลอนอย่างแท้จริง

 

อีกหนึ่งความเป็นจริงคือ แม้แต่ลูกหลานของแฮเยอหลายคนไม่อยากรับช่วงต่อ “พวกเขาเห็นความลำบากของเรา และไม่อยากมีชีวิตแบบนี้” อีฮันอ๊กพูดตรง ๆ ส่วนอีบกซูเองก็ยอมรับว่า “รุ่นเราอาจเป็นรุ่นสุดท้ายที่ทำงานแบบเดิมนี้”

ฟันเฟืองที่หายไปไม่ได้

 

 

ผู้แบกรับเศรษฐกิจทั้งเกาะ

 

เรื่องราวของอีบกซู คิมซูซอน และอีฮันอ๊ก ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของผู้หญิงสูงวัยสามคนที่ยังคงดำน้ำทำงานหนัก แต่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจทั้งระบบของเกาะเชจู ตั้งแต่การจัดการแรงงาน การท่องเที่ยวระยะยาว การพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ ไปจนถึงกลยุทธ์สร้างมูลค่าเพิ่มจากทุนทางวัฒนธรรม (Cultural Capital)

 

เพราะว่า แฮนยอเป็นทั้ง ผู้ผลิตอาหารทะเล, ผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว, ผู้ถ่ายทอดภูมิปัญญา และผู้เฝ้าระวังระบบนิเวศ เหล่านี้ทำให้แฮนยอเป้นสัญลักษณ์ที่ทำให้เชจู “แตกต่าง” จากเมืองท่องเที่ยวอื่นในโลก

 

การหายไปของพวกเธอจึงไม่ใช่แค่การสูญเสียทางวัฒนธรรม แต่เป็น แรงสั่นสะเทือนทางเศรษฐกิจ ที่เชจูอาจต้องใช้เวลานานนับทศวรรษกว่าจะปรับตัวได้

 

แม้อนาคตของเศรษฐกิจแฮนยอจะยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่สัญญาณแห่งความหวังยังพอปรากฏให้เห็น หากระบบเศรษฐกิจของเชจูสามารถปรับบทบาทแฮนเยอจาก “แรงงานทะเล” ที่ผลิตผลด้วยร่างกาย มาเป็น “ผู้ถือครองทุนทางวัฒนธรรม” ที่สร้างมูลค่าด้วยภูมิปัญญา ประวัติศาสตร์ และอัตลักษณ์ที่ไม่มีใครลอกเลียนได้

 

เพราะคุณค่าที่แท้จริงของแฮนยอไม่ใช่จำนวนหอยที่พวกเธอเก็บขึ้นมา แต่คือความรู้ ทักษะ เรื่องเล่า และสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สั่งสมมาหลายศตวรรษ ซึ่งสามารถต่อยอดสู่โมเดลเศรษฐกิจใหม่

 

ตั้งแต่การทำกิจกรรมสาธิตร่วมกับนักท่องเที่ยว การเป็นวิทยากรด้านการอนุรักษ์ทะเล การผลิตคอนเทนต์หรือสารคดีร่วมกับภาคเอกชน ไปจนถึงการตั้งสถาบันฝึกสอนแฮนเยอรุ่นใหม่พร้อมรายได้คงที่ หรือการพัฒนาแบรนด์สินค้าทะเล “Haenyeo Origin” เพื่อยกระดับมูลค่าในตลาด

 

ทั้งหมดนี้จะช่วยให้แฮนยอมีรายได้สม่ำเสมอและลดการพึ่งพาการดำน้ำเพียงอย่างเดียว ในขณะที่ภาวะโลกร้อน ทรัพยากรทะเลที่เปลี่ยนแปลง และการขาดแรงสืบทอดยังคงเป็นความเสี่ยงใหญ่ แต่การสนับสนุนจากรัฐ เทคโนโลยีช่วยดำน้ำ และความสนใจจากนานาชาติก็เปิดโอกาสใหม่ให้แฮนยอสามารถยืนหยัดในโลกยุคใหม่ได้

 

โมเดลผสมผสานที่แฮนเยอสามารถทั้งดำน้ำ ทำงานวิจัยทางทะเล ถ่ายทอดภูมิปัญญา และสร้างประสบการณ์ทางวัฒนธรรมให้ผู้มาเยือน คือทิศทางที่หลายฝ่ายเริ่มเห็นร่วมกันว่าอาจช่วยรักษาอาชีพนี้ให้ดำรงอยู่ได้ ทั้งในฐานะเครื่องมือยังชีพและบทบาททูตวัฒนธรรมของเกาะเชจู

 

และสำหรับคิมซูซอน อีบกซู และอีฮันอ๊ก คลื่นที่ซัดเข้าฝั่งทุกวันยังคงเป็นทั้งความท้าทายและแรงผลักดัน แม้ร่างกายจะไม่เหมือนเดิม แต่จิตวิญญาณของสตรีแห่งเชจูที่ผูกพันกับทะเลยังไม่เคยจางหาย

 

“ทุกครั้งที่ลงน้ำ เราเล่าเรื่องหนึ่งเรื่องออกมา” อีบกซูกล่าว “เรื่องของครอบครัว ชุมชน การยังชีพ และความเคารพต่อทะเล แม้จำนวนเราจะลดลง แต่จิตวิญญาณไม่เคยหายไป”

 

แฮนเยอจึงไม่ใช่แค่ผู้รักษามรดกดั้งเดิม แต่ยังเป็นหัวใจของเศรษฐกิจชุมชน และเป็นบทเรียนว่าความอดทนและความผูกพันของมนุษย์กับธรรมชาติสามารถยืนหยัดได้ยาวนานไม่ต่างจากคลื่นทะเลที่ไม่เคยหยุดซัดฝั่ง

ภาพ-ASEAN-Korea Centre

 

 

อ่านบทความอื่น ที่เกี่ยวข้อง

 

 

Alternate-X สรุปให้ 

 

 

‘แฮนยอ’ แห่งเชจูคือมรดกโลกที่ยังมีชีวิต ผู้หญิงสูงวัยที่ดำน้ำโดยไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจสืบทอดมากว่า 400 ปี แม้รายได้ไม่สูง แต่อาชีพนี้คือฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจสีคราม ทั้งอาหารทะเลพรีเมียมและท่องเที่ยววัฒนธรรม จำนวนแฮนยอกำลังลดลงอย่างรวดเร็วจากโครงสร้างประชากรสูงวัยและแรงงานใหม่ไม่สืบทอดต่อ ผลกระทบจึงลามถึงเศรษฐกิจชุมชน ภาพลักษณ์การท่องเที่ยว และทรัพยากรทางทะเลของเชจู อนาคตของ ‘แฮนยอ’ อาจอยู่ที่การปรับบทบาทจากแรงงานทะเลเป็นผู้ถือครองทุนทางวัฒนธรรม สร้างมูลค่าใหม่ให้เกาะเชจู

 

 

STORYTELLER BY

Jittrapon ponlawat
A former journalist who questions the world, now finding meaning in everyday life—fond of cats, deep talks, and the eloquence of silence.

บทความล่าสุด

COLLABORATE IDEAS, ALTERNATIVE THINKING

© 2024 altenate-x.com All Rights Reserved.